วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ที่ทำการตำรวจตำบลไทรย้อย

ดูระยะทางบนทางหลวงหมายเลข 11 ที่ผมขี่จักรยานจากบ้านแม่ปานไปถึงแยกปางเคาะ จาก google maps... ผมเพิ่งรู้ชัดว่ามันคือ ๑๓ กิโลเมตร



ผมต้องปั่นข้ามเขาอย่างที่เห็นในภาพถ่ายดาวเทียม กว่าจะถึงจุดที่เป็นทางเรียบ ขณะนั้นใกล้ค่ำ...แสงเหลือน้อยเต็มที !


"แยกปางเคาะ" คือจุดตัดหรือ intersection ใหญ่ บอกให้รู้ว่าเข้าเขตเด่นชัยแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะต้องไปอีกไกลเท่าไหร่กว่าจะถึงสถานีรถไฟ?


ผ่านสามแยกมาได้นิดเดียว ผมเห็นสถานีตำรวจอยู่ทางด้านขวามือ รีบหักเลี้ยวทันที ข้ามเส้นแบ่งถนน ผ่านกรวยไปยังอาคารหลังเล็กที่อยู่ด้านหน้า...

ภาพที่ทำการตำรวจตำบลไทรย้อย - นำมาจาก street view (google earth)
ด้วยเหงื่อย้อยท่วมหน้า...ผมลงรถ ปลดเป้แล้ววางบนม้าหิน นายตำรวจคนหนึ่งเดินจากศาลาด้านข้างเข้ามาสอบถาม ผมแจ้งว่าปั่นจักรยานมาจากบ้านปิน กำลังจะไปต่อรถไฟที่สถานีเด่นชัย ตำรวจไทยบอกให้ผมนั่งพักก่อน นำน้ำเย็นมาให้ดื่ม แถมยังชวนกินข้าวอีก...


ก่อนหน้านั้นผมคิดว่ารถเร็วจากเด่นชัยไปกรุงเทพจะออกก็ใกล้ ๆ สองทุ่ม แต่นายตำรวจได้ให้ความจริงว่ารถออกเวลาหนึ่งทุ่มห้านาที บอกผมว่าสถานีรถไฟอยู่ไม่ไกลแล้ว มีห้องน้ำห้องท่าจะอาบน้ำก่อนก็ได้  คงจะลืมไปว่าการที่ผมจะปั่นจักรยานไปหาสถานีรถไฟในขณะที่ท้องฟ้ามืดสนิทภายในเวลาอันจำกัดนั้นเป็นเรื่องลำบากและเสี่ยงต่อการพลาดรถไฟ

เสียงเพลงชาติดังจากโทรทัศน์ที่เปิดอยู่แสดงว่า ๖ โมงเย็นพอดี ไม่เห็นมีใครยืนตรงเคารพธงชาติสักคน...ผมไม่กลัวตำรวจจับแต่คิดในใจว่า ปั่นจักรยานจากบ้านแม่ปานมาถึงจุดนี้ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้มีเวลาเหลืออีก ๑ ชั่วโมงที่จะปั่นไปหาสถานีรถไฟเด่นชัย!!  อยู่ไม่ได้แล้ว...ผมรีบเก็บของแล้วขอบคุณตำรวจไทยใจดี คว้าจักรยานออกปั่นต่ออย่างไม่รีรอ ในขณะที่แสงสว่างบนท้องฟ้าเหลือน้อยเต็มที ไฟฉายส่องสว่างหรือไฟกระพริบก็ไม่มี เสียงผู้หมวดเตือนว่าข้างหน้าจะมีเนินเขาเล็ก ๆ อีกลูก ผมยิ่งกังวลใจ!...


เหยียบบันไดหนักขึ้น ผมเร่งจักรยานให้พุ่งฝ่าความมืดไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น