วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566

วัดเชียงยืน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วัดเชียงยืน ตั้งอยู่เลขที่ 160 ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่...

 จากวัดชมพู ผมจูงจักรยานออกมายังถนนชัยภูมิ แล้วใช้สะพานข้ามคูเมืองไปยังถนนมูลเมือง...

ถ่ายรูปคูเมืองไว้หน่อย เผื่อว่าเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยมาอาจนึกภาพไม่ออก...

ขี่จักรยานตรงไปยังแจ่งศรีภูมิ เลี้ยวซ้ายออกไปตามถนนศรีภูมิ เลี้ยวขวาข้ามคูเมืองอีกครั้งไปยังถนนมณีนพรัตน์ จนในที่สุดผมก็มาจอดอยู่หน้าวิหารวัดเชียงยืนซึ่งตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2522...

เดินเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ โดยเริ่มจากกุฏิสงฆ์ก่อนนะครับ....


 

 

 
 
 

เนื่องจากวัดเชียงยืนเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อน ๆ สามารถศึกษาข้อมูลได้ง่ายตามเว็บต่าง ๆ ผมจึงขอนำเสนอแค่เพียงรูปที่ได้ถ่ายมา


ถึงวัดเชียงยืน...ผมก็อยู่ไม่ไกลบ้านเพื่อนยงยุทธที่ตั้งใจมาหาแล้ว!

วิหารวัดชมพู

ที่วัดชมพู... ผมบอกให้เจ้า Banian รออยู่หน้าวิหาร (3)



เก็บภาพเสาด้านหน้าไว้ก่อน...




ประตูข้างปิด...


โ่ชคดีประตูกลางเปิดอยู่....ทำให้ผมได้ดูข้างใน




เห็นพระประธานซึ่งงดงามยิ่งนัก...





แหงนหน้าดูเพดานไม้ระแนง...






ด้านหลังวิหาร (3) ผนังเรียบง่าย แต่หนัาบันลวดลายวิจิตร ผมเห็นบันไดขึ้นสู่ประตูอยู่ตรงริม 






ตาแก่เมืองรถม้านับว่าโชคดีที่ได้มาเห็นวิหารหลังนี้!

พระเจดีย์วัดชมพู

ล่าวกันว่าพระเจดีย์วัดชมพู เป็นเสมือนคู่แฝดของพระธาตุดอยสุเทพ...


โดยตำนานเล่าว่าพระเจ้ากือนาทรงสร้างพระบรมธาตุดอยสุเทพ แล้วยังโปรดเกล้าให้สร้างเจดีย์พร้อมวัดนามว่า "วัดใหม่พิมพา" ให้กับพระนางพิมพาเทวีซึ่งอายุมากแล้วไม่สามารถขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพได้  พระเจดีย์สูง 30 เมตร กว้างด้านละ 11.30 เมตร หุ้มด้วยทองจังโก ได้รับการบูรณะล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2542


เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...











ไปดูวิหารกันต่อเลยนะครับ...

วัดชมพู ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วัดชมพู ตั้งอยู่เลขที่ 39 ถนนช้างม่อยเก่า ซอย 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่...


วัดชมพู สังกัดมหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2325 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2445  วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า...
วัดชมพู เดิมชื่อ "วัดใหม่พิมพา" เปลี่ยนชื่อในสมัยพระเจ้ากาวิละได้ทรงปราบศัตรูหมู่พม่าข้าศึกออกจากเมืองแล้วจึงเสด็จเข้าเสวยเมือง ครั้งนั้นได้เชิญพระอาจารย์ผู้ฉมังเวทชื่อครูบาชมพูติดตามมา แต่พระอาจารย์ไม่ยอมเข้าเมือง ขอพำนักรักษาพระนครอยู่ ณ วัดใหม่พิมพา วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการรบของแม่ทัพพม่ามาแต่เดิมต่อมาผู้คนเรียกขานว่า "วัดครูบาชมพู" และในที่สุดกลายเป็น "วัดชมพู"
จากวัดอู่ทรายคำ (W1) ผมปั่นจักรยานระยะทางสั้น ๆ ถึงวัดชมพู (W2) 


จอดจักรยานไว้หน้าวิหารแล้วเดินเก็บภาพมาฝากเพื่อนดังนี้....





หอระฆังสวยงาม...










ศาลาปฏิบัติธรรม (แม่บัวแก้วช้างหลับ) สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2549


ศาลพ่อเจ้าเตโค...


ซุ้มประตูโขงยังคงพอได้เห็น....

 



จูงจักรยานออกมาได้ครับ...


ถ่ายรูปชื่อวัดชมพูไว้อีกบาน...


ก่อนที่ตาแก่เมืองรถม้าจะจูงจักรยานหาทางออกไปยังคูเมือง...