วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

FB Trip ไปลาว - ข้อผิดพลาดของผม

หลังการเดินทางแต่ละครั้ง...ผมจะต้องมานั่งสรุปถึง "ข้อผิดพลาด" เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับตัวเองและเพื่อน ๆ ผู้รักการเดินทาง


ปั่นจักรยานพับไปลาว (FB Trip) ในช่วงวันที่ ๑๐ - ๑๓ เมษายน ด้วยเป้าประสงค์ที่จะหาข้อมูลเรื่องการเดินทางเข้า สปป.ลาวโดยผ่านทางด่านภูดู่แล้วกลับเข้าเมืองไทยทางด่านห้วยโก๋น ผมได้ทำสำเร็จสมความตั้งใจ แม้ว่าจะไม่สามารถปั่นได้สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซนต์ก็ตาม ผู้สันทัดเรื่องการเดินทางในลาวท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า ผมคิดผิดที่ใช้จักรยานพับเดินทางบนเส้นทางโหดอย่างเช่นทางหลวงหมายเลข 4A จากไซยะบูลีถึงหงสา  จริง ๆ แล้วสามารถทำได้แต่ต้องเป็นจักรยานเสือภูเขาอย่างดีที่มีหลายสปีด ซึ่งผมก็เห็นด้วยและคิดว่าคงไม่มีใครบ้าที่จะนำจักรยานพับจีนราคาไม่ถึงหมื่นมาปั่นเช่นนี้หรอก...

แต่ทำไมผมถึงเลือกจักรยานพับ?  คำตอบคือ...เพราะมันสามารถนำขึ้นรถไฟหรือรถยนต์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าระวาง แค่นำติดตัวไปเริ่มปั่นที่ไหนก็ได้ หากเกิดไปต่อไม่ไหวจริง ๆ ก็พับขึ้นรถประจำทาง หรือขออาศัยรถวิ่งผ่านมาได้ ดังนั้นการเดินทางด้วยจักรยานพับก็น่าจะยังไม่ใช่ข้อผิดพลาดของผม

บนขบวนรถไฟฟรี 408  ที่สถานีศาลาแม่ทามี ๒ นักจักรยานหนุ่มสาวนำจักรยานของเขาขึ้นมาบนรถไฟ...


ต้องเป็นจักรยานเสือภูเขาดี ๆ อย่างเนี้ยใช่มั้ย...ที่จะพาผมปั่นขึ้นภูบนเส้นทางไซยะบูลี-หงสาได้?  ผมเห็นเจ้าพนักงานรถไฟช่วยนำจักรยานขึ้นมาพิงไว้ตรงประตูเลื่อน...



หญิงนักปั่นคนสวยนั่งอยู่ตรงข้าม ตอนมาขอเก็บเงินค่าระวาง (คันละ ๑๐๐ บาท)...เจ้าพนักงานรถไฟบอกเธอว่าถ้าไม่เสียค่าระวางต้องเป็นอย่างเนี้ย พร้อมกับเอามือมาแตะที่อานเจ้า Haima...


เนื่องจากไม่รู้เรื่องยี่ห้อรถ...ผมได้แต่มองเจ้าจักรยานที่อยู่ข้างหน้าแล้วคิดว่าคันหนึ่งคงไม่ต่ำกว่า ๒ หมื่นบาท!!


ดูยางและดิสก์เบรคซิครับ!


เจ้าของก็ต้องแต่งตัวเต็มยศด้วยนะ ทั้งเสื้อกางเกง ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้า แว่นตา และหมวกกันน็อค


จนกระทั่งนักปั่นมีระดับทั้งสองไปลงที่สถานีนครลำปาง...


ส่วนผมไปลงสถานีอุตรดิตถ์ ใช้เวลาไม่ถึง  ๑ นาทีกางจักรยานออกแล้วปั่นไปที่พัก เช้าวันรุ่งขึ้นก็ขี่ไปขึ้นรถเมล์ (สายอุตรดิตถ์-บ้านโคก) ซื้อตั๋วแล้วพับจักรยานนำเข้าเก็บไว้ในช่องท้ายรถได้เลย (ไม่เสียค่าระวาง)...


ไปลงที่สามแยกทางไปด่านภูดู่   นี่ไง...จักรยานพับที่เดินทางสะดวกสบายกว่า!


แล้วอะไรคือ "ข้อผิดพลาด" ของผม?  ต้องยอมรับว่ามีอยู่ ๒ ข้อด้วยกันคือ  ๑) ผมไม่ได้ศึกษาเรื่องเส้นทางจากไซยะบูลี-หงสาให้ดีเท่าที่ควร และ ๒) ผมประมาทในเรื่องเสบียงอาหารและน้ำดื่ม

เรื่องเส้นทางผมก็รู้มาก่อนว่าต้องขึ้นเขา เส้นทาง ๘๕.๔ กิโลเมตรในภาพถ่ายดาวเทียมที่ผมนำมาโพสต์ไว้ก่อนออกเดินทางก็บอกได้ว่าโหด...


แต่ก็ยังเชื่อมั่นตัวเองว่าจะทำได้ ผมออกเดินทางจากไซยะบูลีตั้งแต่ ๖ โมงเช้า โดยกินอาหารเช้าแค่เพียงนมถั่วเหลือง ๑ กล่องกับซาลาเปา ๒ ลูก ที่เหลือแขวนไว้หน้ารถเพื่อเป็นเสบียง!   ผมผิดพลาดตั้งแต่เริ่มออกปั่นแล้ว เดินทางขึ้นลงเขาระยะทางเกือบ ๙๐ กิโลเมตร...ดันกินอาหารเช้าแค่เนี้ยเอง!!


เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อปั่นไปได้ครึ่งทางพบเด็กชาย ๒ คนเดินตามมา ผมดันเอาขนมแจกให้เด็กไปอีก ๒ ชิ้น เหลืออยู่เพียงแป้งชุบข้าวโพดทอด ๑ ลูกกับนมอีก ๑ กล่องสำหรับเป็นอาหารกลางวัน  เมื่อปั่นถึงบ้าน Pakthiao  เสบียงก็หมดแล้ว ผมหิวน้ำ ต้องแวะกินน้ำส้มและน้ำมะพร้าวเย็น ๆ ๒ ขวดเล็ก (๒,๐๐๐ กีบ)...


ข้อผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยอีกข้อคือ.. ผมไม่ได้ซื้อน้ำติดตัวไปด้วยอีกสัก ๑ ขวดใหญ่ ดันคาดว่าจะเจอหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า...


ทั้ง ๆ ที่ร้านค้าตรงนี้เป็นจุดสุดท้ายที่จะซื้อเสบียงตุนไว้ก่อนขึ้นเขาไปอีกด้วยระยะทางไม่รู้จักจบจักสิ้น!!


แล้วเพื่อน ๆ ลองดูสิครับว่าจากไซยะบูลี (1) ผมเดินทางได้ ๒ ใน ๓ ของเส้นทางโหดแล้ว อีกแค่ ๓๕ กิโลเมตรจะถึงเมืองหงสา (3) ดันไปหมดแรงข้าวต้มอยู่บนภูสูง (2)


กลับมาแล้วถึงได้เห็นชัด ๆ ในระดับความสูงที่ผมต้องไต่ขึ้นไป...


ฝ่าฟันจนเกือบถึงยอดภู (4) ถ้าไปต่อได้อีกแค่พ้นเขาลูกนี้ ก็จะพบหมู่บ้าน (5) ซึ่งมีอาหารและน้ำดื่มให้ซื้อกิน แต่สภาพของผมเปรียบดั่งรถที่หมดน้ำมันแล้ว จะจูงจักรยานก้าวไปข้างหน้าแต่ละก้าวก็ยังแทบไม่ไหว!!


ใน google earth บอกว่าจากจุดที่ผมหมดสภาพอยู่บนยอดดอย ถ้าเดินไปเมืองหงสาระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร จะต้องใช้เวลา ๘ ชั่วโมง ๔๕ นาที...


ถ้าไม่มีรถปิคอัพไทยป้ายทะเบียนเชียงใหม่จอดรับ...ผมจะทำเช่นไร??


นี่แหละครับ "ข้อผิดพลาด" ของผม...เป็นเพราะความประมาทแท้ ๆ!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น