วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เมื่อคนแบกเป้หายป่วย...

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ที่รักทุกท่าน...   ผมหายเงียบไปนานกว่า ๒ สัปดาห์ เนื่องจากโดนไข้หวัดเล่นงาน ความภูมิใจที่ตัวเองเคยทนร้อนทนหนาวและทนแดดทนฝน ตอนนี้ไม่หลงเหลืออยู่เลย ผมเริ่มเตือนตัวเองว่า "ถ้าไม่หันกลับมาดูแลสุขภาพตัวเอง  คงจะอยู่เขียนบล็อก exploring the world ได้อีกไม่นาน..." 



ผมเคยคิดเล่น ๆ ว่าถ้าขอให้มีอายุยืนยาวต่อไป ผมจะขออีกสักกี่ปี?  "๑๐ ปีพอแล้ว!" นั่นคือคำตอบของผม  ตอนนี้ผ่านมาแล้วเกือบ ๒ ปี จากนี้ไปผมจึงขออยู่ในโลกใบนี้อีกสัก ๙ ปี น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะถึงตอนนั้นเงินที่จะจับจ่ายใช้สอยก็คงจะหมดหรือใกล้หมดเต็มที สายตาคงจะใช้การไม่ได้ดีอีกต่อไป และหัวใจคงอ่อนล้าจนพร้อมที่จะหยุดเต้นได้ในทุก ๆ นาทีที่ผ่านเลยไป!

แล้ว ๙ ปีหรือ ๓ พันกว่าวันที่เหลืออยู่ผมจะทำอย่างไรกับชีวิตดี?  คำตอบมีดังนี้..

  • อยู่เพื่อใช้หนี้ ผมยังคงมีหนี้สินที่จะต้องชำระอีก ๒ ราย รวมเป็นเงินประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ บาท ขอสัญญาว่าหลังสงกรานต์ปี ๒๕๕๘ ผมจะเคลียร์ให้หมดทั้ง ๒ รายการ
  • อยู่เพื่อดูแล ผมยังมีหน้าที่ดูแลผู้อยู่ใกล้ชิดซึ่งคงต้องดำเนินต่อไปจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งจนถึงตัวเองซึ่งถ้าหากไปก่อนก็ปิดฉากได้  แต่ถ้าเหลือเป็นคนสุดท้าย ถึงตอนนั้นคงไม่มีใครมาช่วยดูแล  เคยบอกตัวเองเสมอว่าจะไม่ทำให้ตัวเองเป็นภาระสำหรับผู้อื่น ในบั้นปลายของชีวิต ผมก็ยังเชื่อมั่นเช่นนั้นเสมอ
  • อยู่เพื่อให้ จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรจะให้ได้มากนัก นอกจากความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ และประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ ผมก็พยายามที่จะให้  แม้เด็กรุ่นใหม่และผู้ปกครองดูเหมือนจะไม่เห็นคุณค่าสักเท่าใด
  • อยู่เพื่อขออภัย  มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเคยทำผิดพลาดไว้ ส่วนใหญ่เป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการกระทำที่ใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสิน หรือบางครั้งก็เถรตรงเกินไป ผมยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้เอ่ยปากคำว่าขอโทษ...
  • อยู่เพื่อเสพ ข้อนี้ดูเหมือนจะเอนมาทางเป็นผู้รับ เพราะผมอยากจะให้รางวัลชีวิตกับตัวเองคือ ดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว
  • อยู่เพื่อรอการพิสูจน์ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"  ผมอยากจะได้เห็นในสัจธรรมข้อนี้ ก่อนที่จะจากโลกนี้ไป

ช่วงที่ป่วย ผมมีเวลาได้คิดทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกเอาเสียเลย ชีวิตผมเหมือนกับกังหันลมในช่วงที่ปราศจากแรงลม  พลังในตัวผมอ่อนลงจนแทบวัดค่ามิได้ ถึงกระนั้นผมก็ยังมีความหวังว่าอีกไม่ช้า จะมีลมพัดมาแล้วทำให้ชีวิตได้โลดแล่นอีกครั้ง

เมื่อคนแบกเป้หายป่วย เขาจะกลับไปวางแผนเดินทางต่อ ดวงตาจะเปล่งประกาย ฉายแววแห่งความหวังเหมือนดังเดิม พร้อมที่จะเขียนบล็อกต่อไป  อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า "ผมกลับมาแล้วครับ..."

ด้วยรักและคิดถึง...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น