วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

เจ้าสำลีที่วัดสถานีรถไฟ ห้างฉัตร

จักรยานทัวร์ริ่งพับได้ของเก่าจากญี่ปุ่นยี่ห้อ Field Champ ผมซื้อมาอัพเกรดแล้วใช้ปั่นท่องเที่ยววัดวาอาราม ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไม่เกิน ๒๐ กิโลเมตร มีเวลาไม่เกิน ๓ ชั่วโมง...


บ่ายวันนี้ จริง ๆ แล้วตั้งใจจะไปให้ไกลถึงวัดทุ่งตุน-แม่ติวและวัดทุ่งงิ้ว แต่การเปลี่ยนไปใช้เจ้า Nikon D100 ถ่ายภาพด้วยระบบแมนนวลทำให้ผมใช้เวลาในแต่ละวัดมากขึ้นอีกเท่าตัวหรืออาจจะมากกว่านั้น เพราะต้องเสียเวลากับการปรับกล้องทุกครั้งที่จะกดชัตเตอร์...  นอกจากนั้นระหว่างทางหากเจออะไรสะดุดตาก็มักจะต้องหยุดแวะทักทายเรื่อยไป...


 
งั่ม ๆ จากวัดดอนสัก (W1) กว่าจะถึงวัดสถานีรถไฟ (W2) ก็เข้าไปบ่าย ๓ โมง ๑๐ นาที!

๖-๗ ปีที่แล้ว เขียนถึง วัดสถานีรถไฟ ห้างฉัตร ครั้งแรก...ผมเขียนเรื่อง หมูหมากาไก่ วัดสถานีรถไฟ และเรื่อง อุโบสถหลังใหม่ วัดสถานีรถไฟ ตอนนั้นโบสถหลังใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง (under construction)...

เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้กลับมาวัดสถานีรถไฟอีกครั้ง กล่าวได้ว่าเป็น A Revisit เช่นเดียวกับที่วัดดอนสักก่อนหน้านี้...

หยุดที่ซุ้มป้ายชื่อวัด ถ่ายภาพเจ้าแชมป์ไว้หน่อย...

ข้างทางรถไฟ ผมเห็นกองไม้หมอนคอนกรีตและต้นไม้เรียงกันเหมือนรอวันใช้งาน...

ขี่จักรยานเข้ามาในวัด...


จอดจักรยานไว้ใกล้ต้นบุนนาคข้างศาลาอเนกประสงค์ซึ่งจะออกดอกขาวโพลนทุก ๆ ปี แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา..

ตาแก่เมืองรถม้าได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าสำลี (ขออนุญาตตั้งชื่อให้) ที่ลุกขึ้นมาคลอเคลียแข้งขา...

ผมตกหลุมรักกับเจ้าสำลีอย่างเต็ม ๆ

นั่งเกาหลังหูให้แล้ว ต้องรีบลุกขึ้นไปถ่ายรูปทันที เวลาเหลือไม่มาก..!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น