วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

อลอร์สตาร์ (Aloe Setar)

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตนี้จะทันได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านโปรแกรม google earth ที่ทำให้ผมกลายเป็นเทวดาสามารถมองเห็นพื้นที่ทุกตารางไมล์บนผืนโลก หรือแม้แต่หนังสือนับพันเล่มก็ถูกบรรจุไว้ใน thumb drive ตั๋วจิ๋วซึ่งห้อยติดไว้กับพวงกุญแจ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริง ๆ สำหรับคนรุ่นเก่าอย่างผม!!


ผมปั่นจักรยานจากด่านสะเดาของไทย (1) เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย ถึงวันนี้ผมนึกภาพเมื่อ ๒๙ ปีที่แล้วไม่ออกจริง ๆ รู้ได้แต่เพียงว่ามันมิได้ใหญ่โตและวุ่นวายเหมือนเช่นปัจจุบัน แม้ความเจริญจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงตัวอาคารและสถานที่โดยรอบ แต่ตำแหน่ง checkpoint ทั้งไทยและมาเลเซียก็น่าจะอยู่ที่เดิมซึ่งห่างกันประมาณ ๗๐๐ เมตร (ตามที่ดูจาก google earth) ผมอยากจะย้อนเวลากลับไปเห็นตัวเองปั่นจักรยานจากด่านไทย (1) ไปยังด่านมาเลเซีย (2) เสียจริง ๆ! ถึงกระนั้นทุกครั้งที่คิดถึงการได้ปั่นจักรยานไปต่างประเทศเมื่อ ๒๙ ปีก่อน ผมก็อดภูมิใจและมีความสุขไม่ได้ หลักฐานชิ้นเดียวที่ยังเหลืออยู่คือ ตราประทับจาก ตม. มาเลเซียเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๐


 ไม่ต้องถามถึงเครื่องแต่งกายแบบนักปั่นจักรยานสมัยนี้ สวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นและปราศจากหมวกกันน็อค ผมปั่นด้วยความเร็วประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง อาศัยดูหลักกิโลที่อยู่ข้างทาง แต่ละกิโลเมตรที่ผ่านไป ถ้ายังเห็นชื่อเมืองที่อยู่ข้างหน้าก็แสดงว่าไม่หลง กว่าจะถึงอลอร์สตาร์ (Aloe Setar) ผมต้องปั่นผ่านเมืองซางลุน (Changlun) และจิตรา (Jitra) ระยะทางกว่า ๕๐ กิโลเมตร!!


ในหนังสือเขียนถึง Alor Setar ไว้แต่เพียงว่า...
This sultan's seat and capital of Kedah has developed in the last few years into business and trading center of north west Malaysia. Like the rest of the west coast, the ethnic Chinese can be seen at a glance to form the majority of the city population.  Even so, you'll see more Malays on the streets here than in other towns.

The important buildings surround the main square: the <strong>Zahir Mosque</strong> is, next to Kuala Kangsar, probably the most beautiful oriental mosque in the country; the Balai Besar, meaning the great hall, where even today the sultan holds audiences on special occasions: and the Balai Norat, which is 400 years old and the home of royal orchestra.  Its instruments consist of drums, kettle drums, gongs and a trumpet.  Be sure to check out the small museum on the main road in the north built in the same style as the Balai Besar.  The exhibits include a large collection of archaeological finds from around Kedah.
ถึงอลอร์สตาร์เวลาประมาณ ๕ โมงเย็น ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ผมพอรู้เพราะจำได้ว่าวันนั้นเห็น Zahir Mosque อยู่ทางด้านขวามือแต่ไม่ได้แวะ เพราะมันเริ่มจะมืดแล้วนั่นเอง หลังจากปั่นจักรยานมาจากหาดใหญ่รวมระยะทางได้ ๑๐๐ กิโลเมตร...ผมต้องรีบหาที่พักให้ได้!

ขอนำภาพ street view ของ Zahir Mosque จาก google earth มาให้เพื่อน ๆ ดูด้วย แต่ก่อนถนนหลวงหมายเลข 1 ที่ผมปั่นจักรยานผ่านมามิได้เป็นเช่นนี้...



ดูชัด ๆ อีกภาพนะครับ...



เกี่ยวกับเรื่องที่พักในอลอร์สตาร์ หนังสือ "South East Asia" หน้า 349 บอกว่า
On the side streets between the taxi stand and the bus station are many cheap Chinese hotels, Swiss Hotel * is cheap, but loud and infested. You're better off in Station Hotel **, Jl. Langgar, or in Lim Kung *, 36A Jl. Langgar.  On Jl. Kancut there are two more expensive establishments: Federal Hotel *** and the Samila Hotel ****.  You can eat cheaply in the Indian shops on Jl.Langgar and in the food stalls behind the bus station.
เรื่องการหาที่พักผมนึกไม่ออกจริง ๆ  จำได้แต่เพียงว่าในที่สุดก็ได้ที่พักในโรงแรมเก่าของคนจีน ราคาคืนละ ๑๐ ริงกิต (ตอนนั้นอัตราแลกเปลี่ยน ๑ ริงกิต = ๑๐.๕๐ บาท) เป็นอาคารสองชั้น ห้องพักอยู่ชั้นสอง มีเตียงขนาดใหญ่ซึ่งต้องกางมุ้ง ส้วมแบบนั่งยอง ๆ  ผมเก็บจักรยานไว้ชั้นล่าง อาบน้ำอาบท่าพอหายเหนื่อยแล้วก็เดินออกไปดูข้างนอก ค่ำแล้วรู้สึกว่าจะมีห้างสรรพสินค้าด้วย! เดินเที่ยวได้ไม่นานก็ต้องรีบกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าไปเกาะปีนัง!

เท่าที่จำได้มีแค่นี้เอง!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น