วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

วัดสำเภาล่ม พระนครศรีอยุธยา

ปั่นจักรยานเที่ยวรอบนอกเกาะเมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา ผมใช้แผนที่ที่ได้รับแจกมาจาก Hostel...


ตำบลปากกรานอยู่ติดกับตำบลสำเภาล่ม เว็บไทยตำบลได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของตำบลสำเภาล่มไว้น่าสนใจว่า...
เหตุการณ์สำคัญอันเป็นจุดกำเนิดตำนานของตำบลสำเภาล่มมีว่า เจ้าชายสายน้ำผึ้งได้มีความรักกับลูกสาวเจ้าเมืองจีน ชื่อ เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ซึ่งเจ้าชายพามากรุงศรีอยุธยาโดยทางเรือ เมื่อมาถึงบริเวณวัดพนัญเชิง เจ้าแม่สร้อยดอกหมากได้ทดลองใจโดยให้เจ้าชายเอาวอมารับเพื่อให้สมเกียรติและเป็นการยกย่อง แต่เจ้าชายตอบไปทำนองว่าไม่จำเป็น เพราะเดินทางมาด้วยกัน ก็ควรจะเดินทางเข้าวังพร้อมกัน และเจ้าชายเขายังไปพระองค์เดียว เมื่อได้รับคำตอบปฏิเสธ พระนางจึงเสียใจและกลั้นใจตายด้วยท่าทางที่ไว้เชิง จึงได้มีการสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ชื่อ "วัดพระนางเชิง" ปัจจุบันคือ วัดพนัญเชิง ส่วนทหารในเรือได้พร้อมใจกันเจาะเรือสำเภาเพื่อทำลายชีวิตตนเองตามเจ้านายไป และกระแสน้ำได้พัดเอาเรือสำเภาไปล่มอีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเรียกกล่าวขานกันต่อมาว่า "ตำบลสำเภาล่ม" 
จะเห็นได้ว่าในตำบลสำเภาล่ม มีสถานที่ท่องเที่ยวบอกไว้เพียง ๒ วัดคือ  28) โบสถ์นักบุญยอเซฟ และ 29) วัดพุทไธศวรรษ์ นอกนั้นไม่มีวัดอื่น แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะผมมักจะไปนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในแผนที่อยู่เสมอ...



วัดสำเภาล่ม หรือวัดทำใหม่ ไม่ได้อยู่ในตำบลสำเภาล่ม กลับอยู่ในตำบลปากกราน...เลขที่ ๑ หมู่ ๖  ผมมาถึงแล้ว ให้เจ้า Banian เต๊ะท่าทำหล่อกับซุ้มประตูสวยซะหน่อย

 
กล่าวกันว่าวัดนี้สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้นโดยสมเด็จพระรามราชาธิราช (พ.ศ.๑๙๓๘ - ๑๙๕๒)  พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา พระราชโอรสของพระราเมศวร เดิมชื่อ "วัดทำใหม่" แล้วเปลี่ยนเป็น "วัดสำเภาล่ม" เมื่อปี ๒๔๘๓...


ยักษ์กับไม้กระบองที่นี่คงไม่ต้องไปท้าตีท้าต่อยเหมือนยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์...




ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลาและอาคารอื่น ๆ ก็ต้องยกสูง...





ยามเมื่อน้ำล้นตลิ่ง แถวนี้คงจะต้องเจิ่งนอง...


มีห้องน้ำอยู่ทางโน้น...



คงไม่มีใครว่า หากจะโพสต์ให้เห็นภาพห้องน้ำที่สะอาดน่าใช้!


อย่างเนี้ย...หาไม่ได้ทั้งในอินเดียและบังกลาเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น