แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ.สารภี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ.สารภี แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดศรีคำชมภู ต.ป่าบง อ.สารภี


วันนี้ผมอยากพาเพื่อน ๆ ไปเยือน "วัดศรีคำชมภู" ซึ่งตั้งอยู่หมู่ ๓ ตำบลป่าบง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากแยกซุปเปอร์ไฮเวย์ถนนรอบเมือง!



ซุ้มประตู "สุรินทภิกขุกตัญญุตาสัทธานุสรณ์" (1) สร้างเมื่อปี ๒๕๕๒ อยู่ห่างจากถนนหลักประมาณ ๔๐ เมตร...


เข้าวัดไม่ต้องผ่านทางประตูโขง...เพราะจะต้องเดินเลียบรั้วไปอีกไกล


ให้เลี้ยวขวาไปเข้าประตู (2) ทางด้านหลังวิหาร...


พอเดินเข้าไปก็เจอพระเจดีย์สีทองทางด้านขวาเลย แต่ต้องขอนำภาพด้านหน้าวิหาร (3) มาโพสต์ก่อน แล้วถึงค่อยไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงพระเจดีย์ที่อยู่ด้านหลัง...













มีวิหารหลังเล็ก (5) อีก ๑ หลังตั้งอยู่หน้าวิหารใหญ่...






ที่เห็นกำลังก่อสร้างอยู่ข้างวิหาร ผมคิดว่าน่าจะเป็นหอไตร (6) หลังใหม่...


ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์...


วัดวาอารามสมัยนี้มีถาวรวัตถุสร้างไว้มากมาย บางแห่งเห็นแล้วผมอดสงสัยไม่ได้ว่าคืออะไรกันแน่? อย่างเช่นอาคาร ๒ ชั้นหลังนี้ (7)


บางทีต้องเดา...ว่านั่นคือศาลาการเปรียญ (8)


ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก แต่ฝนเริ่มลงเม็ด ผมต้องไปแล้วล่ะ!

วัดต้นโชคหลวง ต.ไชยสถาน อ.สารภี

ช่วงนี้ยังไม่ได้ออกทัวร์ไปไหนไกล ๆ แล้วนำประสบการณ์ใหม่มาฝาก ผมขอหยิบเอารูปและเรื่องราวของวัดที่ตกค้างอยู่มาโพสต์แก้ขัดไปก่อน หวังว่าเพื่อน ๆ คงไม่ว่ากระไรนะครับ...


"วัดต้นโชคหลวง" ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๓ หมู่ ๑ ต้นโชคหลวง ตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ บนเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๔๘  ตารางวา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๕  สันนิษฐานกันว่าชาวบ้านได้ตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อต้นโชคซึ่งเป็นไม้มงคล  "บ้านต้นโชค" มีหลายแห่งในประเทศไทย แต่ "ต้นโชคหลวง" (ต้นโชคที่มีขนาดใหญ่) นั้นอยู่ที่อำเภอสารภี

ต้นโชคหรือต้นไคร้ย้อย ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaeocarpus grandiflorus วงศ์ Elaeocarpaceae เป็นไม้ยืนต้น เปลือกสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยว หนา ดอกช่อ ช่อดอกห้อยลง ปลายกลีบดอกเป็นริ้ว โคนด้านในมีกลุ่มขนเรียงตัวกันอยู่ ผลรูปรีมีเมล็ดเดียว...

ภาพดอกโชคจาก smileconsumer.com

เพื่อน ๆ ไปดูในวัดด้วยกันนะครับ จากซอยข้างห้างไทวัสดุบนทางหลวงหมายเลข 11 เข้าไปอีก ๑.๓ กิโลเมตรก็ถึง "วัดต้นโชคหลวง"


วิหารงดงามตั้งอยู่ตรงกลาง...













กำลังจะสร้างเจดีย์ไว้หลังวิหาร รื้อพื้นออกแล้ว...พระเณรช่วยกันขนย้ายตัวหนอนไปเก็บ


สถูปอดีตเจ้าอาวาส...



หอระฆัง...



กุฏิสงฆ์ตกแต่งไว้ดูน่ารัก...


ถ้าเข้าประตูข้าง...ทางขวามือจะเห็นอาคารอเนกประสงค์หรือศาลาบำเพ็ญบุญทันสมัยด้วยโครงอลูมิเนียมและกระจกสีชา!!


ช่วงนี้ทางวัดกำลังรับบริจาคเงินเพื่อซื้อวัสดุก่อสร้างพระเจดีย์อยู่ครับ....

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล - ยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภาคเหนือ (ตอนต้นโชค มงคลของชาวบ้าน),  agkc.lib.ku.ac.th,  smileconsumer.com, วิกิพีเดีย

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดกอมะม่วงเขียว

เป้าหมายสุดท้ายสำหรับ FB Trip ไปสารภีครั้งที่ ๒ ของผมคือ "วัดกอมะม่วงเขียว" ตอนหาข้อมูลเตรียมไว้ก็รู้สึกว่าชื่อวัดแปลกใจดี แต่ไม่คิดว่าตำแหน่งใน google maps จะไม่ถูกต้อง! จากวัดสันคือ (1) ผมจำเป็นต้องไปตั้งต้นที่วัดผางยอย (2) เพื่อให้ง่ายต่อการไปยังถนนเชียงใหม่-ลำพูน 106 



ถูกถามถึงวัดกอมะม่วงเขียว...พ่อค้าร้านของชำตอบว่ามันเป็นแค่เพียงซากโบราณสถานอยู่ริมทางเท่านั้น ผมปั่นจักรยานไปทะลุออกถนนต้นยาง เลี้ยวขวาไปอีกนิดเดียวก็เห็น "วัดกอมะม่วงเขียว" (3) อยู่ทางฟากขวามือ...


อยู่ตรงข้ามกับที่นั่งรอรถริมต้นยางยักษ์...



มีป้ายของกรมศิลปากรบรรยายไว้ดังนี้...
วัดกอมะม่วงเขียว  โบราณสถานนี้ ตั้งอยู่นอกเวียงกุมกาม ห่างออกไปทางทิศใต้ประมาณ ๒ กิโลเมตร เนื่องจากมีต้นมะม่วงขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ในบริเวณ ประชาชนในท้องถิ่นจึงเรียกชื่อวัดร้างนี้ว่า "วัดกอมะม่วงเขียว" หรือ "กอม่วงเขียว" ถามภาษาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบประวัติความเป็นมาในเอกสารทางประวัติศาสตร์
กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งทางโบราณคดีและบูรณะปรับปรุงภูมิทัศน์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๗ โบราณสถานได้แก่วิหาร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกเก็จด้านข้าง ๒ ช่วง ด้านหลัง ๑ ช่วง กำแพงแก้วพบอยู่ทางด้านทิศตะวันออกและอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ทางด้านทิศใต้ของวิหาร สันนิษฐานว่ามีโบราณสถานอื่น ๆ อีก แต่อาจถูกฝังอยู่ใต้ดินหรือถูกไถทำลายไปแล้ว จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและโบราณวัตถุ ได้แก่ เศษภาชนะเครื่องเคลือบแหล่งเตาภาคเหนือและเครื่องถ้วยจีนราชวงศ์หมิง กำหนดอายุได้ว่า วัดนี้สร้างราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒

ซากโบราณสถานจริง ๆ ด้วยครับ เกือบไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ก็ยังมีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้...











อยากจะเข้าใจว่าที่เห็นนี้คือ "ใบเสมา" ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า??








"FB Trip ไปสารภีครั้งที่ ๒" จบแล้วจ้า!  ยังต้องมี "ครั้งที่ ๓" ตามมาอีกในเร็ววันนี้ เพื่อน ๆ อย่างเพิ่งเบื่อนะคร้าบบบ!