แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวิตเซอร์แลนด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวิตเซอร์แลนด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

A Frame A Day - ถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse)

วันก่อนเขียนเรื่องศูนย์การค้าหรูที่ Queen Victoria Building ในนครซิดนีย์ วันนี้ "A Frame A Day" ขอพาเพื่อน ๆ ไปเดินเที่ยวถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse) ถนนช้อปปิ้งในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วยกัน...


"ถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse)" เป็นถนนย่านการค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บนเส้นทาง ๑.๔ กิโลเมตรจากอนุสาวรีย์หน้าสถานีรถไฟ ผ่าน Paradeplatz ไปยังทะเลสาบ เป็นถนนที่มีรางเดินรถรางอยู่กลางถนน สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงใหญ่ เรียงรายด้วยธนาคาร ร้านค้าและห้างสรรพสินค้า กล่าวกันว่าถนนสายนี้เป็นถนนช้อปปิ้งที่แพงที่สุดในโลก!!


วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ ผมไปเดินมาแล้วครับ บันทึกภาพไว้ด้วย ๒ บาน...


สินค้าแบรนด์ดัง อาทิ Armani, Gucci, Prada. Rolex, Cartier, Tiffany ฯลฯ อยู่ที่นี่หมด... 


ดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสได้เดินวินโดว์ช้อปปิ้งบนถนนสายนี้!

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

A Frame A Day – Fraumünster Church

หลังจากประมูลได้เครื่องสแกนฟิล์มตัวใหม่มา... ผมก็เริ่มลงมือสแกนฟิล์มสไลด์ซึ่งได้จากทริปไปยุโรปเมื่อปี ๒๕๒๘ ทันที!


จำได้ว่าตอนนั้นผมใช้กล้อง Pentax K1000  มีฟิล์มสไลด์ซื้อจากร้านถ่ายรูปในเชียงใหม่ไปด้วย ๖ มัวน เป็นยี่ห้อโกดักและอั๊กฟ่าอย่างละครึ่ง...

 Pentax K1000 - ภาพจาก commons.wikimedia.org

เพื่อน ๆ ที่รักครับ!  ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาและรู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่ก็ยังอยากจะเขียนบล็อก exploring the world ให้ต่อเนื่อง โชคดีที่ได้ไฟล์จากการสแกน ผมขอกลับไปเขียนในรูปแบบ A Frame A Day คือหยิบภาพจากการสแกนขึ้นมา ๑ บานแล้วเขียนถึง วันนี้ได้ภาพ Fraumünster Church ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ครับ...

Fraumünster Church - บันทึกด้วยฟิล์มสไลด์อั๊กฟ่า เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๒๘


วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ ผมนั่งรถไฟจากมิลานถึงซูริค ได้บันทึกไว้ว่า...
รถออกจากสถานีมิลานช้ากว่ากำหนดครึ่งชั่วโมง กว่าจะถึงซูริคก็เกือบ ๓ ทุ่ม รู้สึกช็อคเมื่อพบว่าเงิน ๑,๐๐๐ บาทพอมาถึงที่นี่มีค่าเท่ากับ ๑๐๐ บาทเท่านั้น เหรียญสวิสขนาดเหรียญห้าบ้านเรามีค่าถึง ๕๐ บาท มาถึงซูริคก็มืดแล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ก็ไม่มี จึงตัดสินใจว่าจะนั่งรอจนถึงเช้า (มีฝรั่งหลายคนเจอปัญหาไม่มีที่พักเหมือนกัน) อากาศหนาวเย็น นับตั้งแต่เดินทางมาไม่เคยเจอแบบนี้ สถานีรถไฟปิดตอน ๒ ยาม ไปนั่งที่พักผู้โดยสารรถรางก็มีฝรั่งขี้เมามากวนจะชวนให้ไปพักที่บ้าน  ต้องหลบลงไปที่ทางเดินใต้ดิน เห็นชายคนหนึ่งอาศัยนอนอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ พอดีมีหลายตู้จึงเข้าไปนอนบ้าง ทำให้ไม่หนาวเท่าไหร่ แต่ก็ต้องนอนขดตัวจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว...
เช้าวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๒๘  หลังจากได้ข้อมูลและแผนที่จาก tourist office นำเอาเป้ไปฝากเก็บที่ Left-Luggage Locker (โชคดีที่เป้ใส่ได้พอดี) หยอดเหรียญลงไป ๑ ฟรังก์ (๑๐.๕๐ บาท) ตู้จะล็อค สามารถดึงเอาลูกกุญแจออกมาเก็บไว้ได้ จากนั้นก็ออกเดินเที่ยวพร้อมกับกล้องคู่ใจ...


ได้บันทึกไว้ว่า...
ยามเช้าเช่นนี้บรรยากาศดีมาก มีทางเดินเลียบริมน้ำ เค้าทำเป็นที่พักผ่อนไว้ตลอดแนว มีคนเดินเล่น บ้างก็ขี่จักรยาน บางคนนอนอยู่บนเก้าอี้ยาว หนุ่มสาวบางคู่กอดกันอย่างมีความสุข  จากทะเลสาบซูริค หรือ Zürichsee (1) มีแม่น้ำ Limmat  (2) ไหลผ่าน แบ่งระหว่างซูริคเก่ากับซูริคใหม่ ถนนสองฝั่งแม่น้ำ Limmat ดูเข้าท่าดี  มี Fraumünster Church วิหารสไตล์ Gothic มองเห็นหอสูงมียอดแหลมสีฟ้าได้แต่ไกล...
เพื่อน ๆ ดูภาพสไลด์ข้างบนอีกครั้งนะครับ...


พอดีมีภาพเก็บตกริมแม่น้ำ Limmat อยู่ในฟิล์มสไลด์ ๓-๔ บาน จึงขอนำมาโพสต์ไว้ด้วยดังนี้...






Fraumünster Church.... นึกว่าจะเขียนสั้น ๆ แต่ก็ยาวเหมือนกันแฮะ!

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สวนสัตว์ในกรุงโรม


เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๘ ผมบันทึกไว้ว่า...
ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี - ออกจากที่พักก่อน ๘ โมง ขึ้นรถรางไปลงที่ถนน Viale Liegi (T) (ค่าโดยสาร ๔๐๐ ลีร์ เท่ากับ ๕.๕๐ บาท) จากนั้นก็เดินหาสถานทูตเบลเยี่ยม (B) อยู่เลขที่ 49 ถนน Monte Parioli จนพบ...
ภาพจาก google street view
เข้าไปติดต่อขอทำวีซ่า คิดว่าที่นี่เยี่ยมมาก ๆ เจ้าหน้าที่พูดจาดี บอกให้กรอกเอกสารแล้วรอเพียงครู่เดียวก็คืนหนังสือเดินทางให้มาพร้อมกับวีซ่า ควักกระเป๋าจะจ่ายตังค์ เค้าบอกว่าไม่ต้องจ่ายค่าอะไรทั้งนั้น - Belgium Visa หมายเลข 136 ใช้ได้แค่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๘ - หมายความว่าประมาณวันที่ ๑๐ มิถุนายนควรต้องเดินทางถึงเบลเยี่ยม...
จากนั้นก็ไปขอวีซ่าที่สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ หาเจอเมื่อเวลา ๑๐.๓๐ น....

ภาพจาก google street view
 เข้าไปกรอก application form แล้วยืนต่อคิว ได้ยื่นเวลา ๑๑.๒๕ น. เจ้าหน้าที่หนุ่มสอบถามมากมาย จะขอดูตั๋วที่จะเดินทางออกจากซูริค บอกว่าจะไปซื้อที่สถานีรถไฟ เขาขอดูเงิน ต้องล้วงเอาทุกอย่างที่มีอยู่ออกมาแสดง ท่ามกลางสายตาของผู้มาขอวีซ่า เขาจดอย่างละเอียดทีเดียวว่ามีเงินเท่าไหร่ จะอยู่นานเท่าใด เส้นทางเป็นเช่นไร จ่ายเงิน ๑๔,๘๐๐ ลีร์ แล้วนั่งรอจนเที่ยงครึ่ง ได้หนังสือเดินทางคืนพร้อมกับวีซ่าหมายเลข 979 กำหนดให้อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ได้แค่ ๓ วัน ต้องไม่เกินวันที่ ๖ มิถุนายน! 
ยังดีที่ขอวีซ่าเข้าสวิตเซอร์แลนด์และเบลเยี่ยมได้แล้ว พรุ่งนี้ไปสถานทูตออสเตรียอีกแห่งเดียวก็สิ้นเรื่อง!! 
ออกเที่ยวทันที - เดินไปตามถนน Antonia Bertoloni (1)  เข้าสู่ถนน Viale Gioacchino Rossini (2) ถึงสวนสัตว์ (3)...
เห็นร้านขายไอศกรีม ท้องร้องจ๊อก ๆ - แวะซื้อ ๑ อัน ราคา ๘๐๐ ลีร์ (๑๒ บาท) เดินกินไปจนถึงหน้าทางเข้า - ยังหิวอยู่ ซื้อ pizza อีก ๑ ชิ้น  (๒,๕๐๐ ลีร์ หรือ ๓๖ บาท) อิ่มแล้ว!  ค่าผ่านประตู ๓,๐๐๐ ลีร์ (๔๓ บาท) ค่อนข้างแพง แต่คิดว่าไหน ๆ ก็มาถึงกรุงโรมแล้ว ควรจะดูสวนสัตว์ของเขาว่าเป็นเช่นไร (สวนสัตว์ในพม่าและปากีสถานก็ได้เห็นมาแล้ว) ที่นี่จัดได้ดีมาก กว้างขวาง สวยงาม มีสัตว์หลากหลาย ไม่ว่าเสือ หมี ช้าง วัว ยีราฟ ม้าลาย ลิง และอื่น ๆ  กรงถูกออกแบบอย่างดี ทำให้เห็นได้ชัดเจนกว่าสวนสัตว์ในบ้านเรา โดยเฉพาะเจ้าชิมแปนซีตัวมหึมาซึ่งอายุมากแล้ว กับนากตัวใหญ่กว่าที่บ้านเราประมาณ ๕ เท่า
ซื้อ slide ๑ ชุด (มี ๒๔ เฟรม) เป็นภาพสัตว์ในสวน เค้าลดราคาจาก ๘,๐๐๐ ลีร์ เหลือ ๕,๐๐๐ ลีร์ ซึ่งเท่ากับ ๗๐ บาท ไม่เสียดายเงินเพราะไม่อยากถ่ายภาพด้วยกล้องซึ่งมีฟิล์มอยู่จำกัด...
วันนี้ผมขอนำภาพซึ่งสแกนจากฟิล์มสไลด์ที่มีอยู่มาโพสต์ด้วยดังนี้...



กอลิลลา...









มีอุรังอุตังด้วยครับ...