วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

นอนค้างคืนที่สถานีรถไฟ

ตั้งแต่มีกระเป๋าตูดมดใช้บรรจุเต็นท์และเครื่องนอนสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวไม่ว่าใกล้หรือไกล ผมก็ไม่ต้องห่วงเรื่องที่พักค้างคืนอีกต่อไป...

 
ผมเดินทางไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องจองโรงแรมหรือที่พักอื่น ๆ ไว้ล่วงหน้า เพราะรู้ว่าสำหรับตาแก่คนนึงก็น่าจะตั้งเต็นท์นอนที่ไหน ๆ ได้ปลอดภัยพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นศาลาวัด ศาลาริมทาง กลางป่า ใต้สะพาน สถานีตำรวจ หรือแม้แต่นั่งหลับทั้งคืนที่สถานีรถไฟ!  ที่พึ่งพาของนักจักรยานท่องโลกอีกแห่งหนึ่งคือ สำนักงานหมวดทางหลวง
 

สำนักงานหมวดทางหลวงบางแห่งนอกจากให้บริการห้องน้ำแล้ว ยังมีลานให้ตั้งเต็นท์ หรือจะขอขดตัวนอนใต้ร่มศาลาริมทาง เค้าก็คงไม่ว่าอะไร ส่วนอุทยานแห่งชาตินั้นไม่ต้องพูดถึง ขอตั้งเต็นท์นอนได้ทุกแห่ง
 
 
 
๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ผมนั่งรถไฟท้องถิ่น 410 ต้นทางจากศิลาอาสน์ไปปลายทางที่สถานีพิษณุโลก จุดประสงค์คือไปทำหนังสือเดินทางที่ศาลากลางจังหวัด รู้แก่ใจว่าไปถึงเวลาใกล้ค่ำ ถามตัวเองว่าจะไปพักที่ไหนดี ?
 

ความจริงเคยมาทำหนังสือเดินทางที่พิษณุโลกครั้งนึงแล้ว ตอนนั้นผมไม่ได้นำจักรยานพับมาด้วย จองที่พักใน hostel แห่งหนึ่งไว้ พอลงรถไฟก็เดินหาจนเจอ นอนพักใน dorm สบาย ๆ ๑ คืนแล้วตอนเช้าก็ค่อยไปทำหนังสือเดินทางที่ศาลากลางซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก...
 
วันนี้มาถึงพิษณุโลกโดยไม่คิดว่าจะพักที่ hostel เดิม เพราะอยากจะไปทำหนังสือเดินทางแต่เช้า เสริจแล้วก็จะปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับอุตรดิตถ์ทันที จึงคิดว่าจะขออาศัยนั่งหลับที่สถานีรถไฟมันซะเลย
 
 
ไม่มีใครว่าหรอกครับ ไม่ต้องโดนไล่เหมือนสถานีรถไฟในซุริคหรือแฟร้งก์เฟิร์ตด้วย ผมนั่งเหยียดหลังหลับได้สบาย ๆ บนม้ายาวซึ่งมีพนักพิง...

 
ตู้จำหน่ายเครื่องดื่มแบบอัตโนมัติก็มีอยู่ในชานชาลา เปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมง... ผมเมินหน้าหนีเพราะไม่รู้วิธีใช้ (ฮา)
 
 
ห้องน้ำที่สถานีพิษณุโลกต่างกับสถานีส่วนใหญ่ คือต้องจ่ายค่าเข้าห้องน้ำ ๓ บาทต่อครั้ง เรื่องนี้เป็นที่เข้าใจได้ว่าสถานีไหนที่มีผู้โดยสารพลุกพล่าน (เปิด ๒๔ ชั่วโมง) ย่อมต้องให้คนมาสัมปทานและดูแลรักษาความสะอาด ผมยินดีจ่ายครับ ๓ บาท (จำได้ว่าที่อุบลและหาดใหญ่อาบน้ำได้ด้วย เค้าคิด ๕ บาท ผมอาบมาทั้งสองแห่ง)  
 

 
 ถ้ายังไม่ง่วง ก็นั่งอ่านหนังสือไป แล้วพักดูผู้คนสัญจรและขบวนรถไฟวิ่งขึ้นล่องสถานีนี้
 
 
ดึกเข้ามาผู้โดยสารบนชานชาลาก็เริ่มลดจำนวนลง...
 
 
แต่ไม่ต้องกลัวเค้ามาไล่นะครับ เพราะมีรถไฟวิ่งมาเทียบชานชาลาทั้งคืน....หลังเที่ยงคืนไปนั่นแหละ ถึงจะเงียบและหลับได้สบาย
 
 
อย่ากลัวที่จะต้องใช้ชีวิตบนพื้นชานชาลานะครับ...มันไม่น่ารังเกียจอย่างที่หลาย ๆ คนคิดหรอก
 
 
มีที่ให้ชาร์จโทรศัพท์ด้วย ผมหมดปัญหาเรื่องแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปไปได้เลย... 
 

สถานีรถไฟหัวลำโพง หรือนครสวรรค์ ผมนอนมาหมดแย้วครับ :)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น