แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปิดฉาก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปิดฉาก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561

ปิดฉากลาวใต้เสียที

เดินมาถึงจุดสุดท้ายเสียที! ผมรู้สึกดีใจที่ FB Bike ไปลาวใต้ได้ผ่านไปอย่างชื่นมื่น!  เที่ยว ๑๕ วันด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ ๔ พันบาท ได้รูปและเรื่องราวมาเขียนลงบล็อกได้ ๓ เดือน นับว่าคุ้มมาก ๆ กับความรู้สึกดี ๆ ที่มีไว้ชื่นชมได้อีกนานนนน... 



ปั่นจักรยานเข้าไปจนถึงวัดป่าจันทรังสี ผมได้ถ่ายภาพแล้วเพิ่มตำแหน่งไว้ใน Google Maps ได้สำเร็จ...


รวมทั้งร้านช่างคำ...


ที่ชอบมาก ๆ คือการได้ถ่ายภาพไว้มากถึง ๓ พันกว่าบาน...



ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจ รวมทั้ง Google ที่ให้พื้นที่สำหรับการแบ่งปัน...


และ ส.ค.ส. วันปีใหม่...


สำหรับ FB Trip ครั้งต่อไปซึ่งยังไม่ทราบว่าจะสามารถทำได้เมื่อไหร่ คิดว่าน่าจะเป็น "TB Trip ไปอินโดนีเซีย"  ผมอยากไปหาโทนีครับ...


sampai jumpa nanti !

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Cycling in Hue - ปิดฉาก


มีร้านขายเครื่องดื่มอยู่ใต้ต้นไม้บนลานกว้าง หญิงผู้เป็นเจ้าของเดินมาช่วยถ่ายรูปให้แล้วชวนให้ผมไปอุดหนุน.... โอเคเล้ย!


สั่งกาแฟเย็นดูเหมือนกับอยากได้คาเฟอินมาเบิกตา จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้ง่วงหรือเหนื่อยล้าแต่อย่างใด แต่ไม่รู้จะอุดหนุนอะไรมากกว่า แม่ค้าใจดีบอกให้ลูกชายเอาลำไยมาแบ่งให้กินด้วย!


ได้เวลากลับเข้าเมืองแล้วครับ  ตามเบียด! ลาก่อนชาวบ้านสะพาน Thanh Toan! ผมไปหาจักรยาน ลุงคนเดิมเดินมาเก็บค่าฝากรถ ๕,๐๐๐ ดอง


ขึ่จักรยานกลับไปตามทางที่เข้ามา ถึงถนนหลวงเห็นป้ายบอกชัดเจนว่าเข้าเมืองไปทางไหน!


ปั่นไปตามถนนลาดยางขนาดรถเก๋ง ๒ คันพอสวนกันได้...


ผ่านทุ่งนาอีกแล้ว ดูเหมือนว่าชาวนาเวียดนามจะไม่ยอมเหลือพื้นที่ซึ่งมิได้ทำประโยชน์ไว้แม้แต่ตารางเมตรเดียว (ต่างกับในเมืองไทยที่ผมเห็นที่ดินมากมายถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า)


ในที่สุดผมก็ปั่นจักรยานกลับเข้าเมืองได้โดยไม่หลง...


พรุ่งนี้จะเดินทางต่อไปฮอยอันแล้ว ผมนำจักรยานไปส่งคืนแล้วเดินไปยังสวนสาธารณะริมแม่น้ำหอม อยากชมบรรยากาศ sunset ที่เมืองเว้เป็นครั้งสุดท้าย...




มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาวางจำหน่ายด้วย...










Cycling in Hue ของผมปิดฉากลงแล้วอย่างสมบูรณ์....พร้อม ๆ กับอาทิตย์ที่ลาลับ!

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทริปล้างพิษ - สิ้นสุดการเดินทาง


เช้าวันนี้ รถไฟขบวนท้องถิ่น 407 ซึ่งออกจากนครสวรรค์ตอนตีห้าวิ่งเข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟอุตรดิตถ์เมื่อเวลา ๙.๐๔ น. (ช่างตรงเวลาดีแท้!)  รัฐยังขยายเวลารถไฟฟรีออกไปอีก ทำให้ผมมีโอกาสได้เดินทางด้วยรถไฟฟรีจากสถานีอุตรดิตถ์ไปยังสถานีห้างฉัตร กล่าวได้ว่าเป็นการ improvise "ทริปล้างพิษ" ให้จบลงได้อย่างราบรื่นน่าประทับใจ...  




อาจจะกล่าวได้ว่าทริปล้างพิษครั้งนี้ เป็นสุดยอดของการเดินทางที่ผมต้องยกให้ ตลอดเวลา ๘ วัน ๘ คืนนับตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านห้างฉัตรเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ จนถึงขณะที่กำลังจะนั่งรถไฟกลับบ้าน ผมไม่เคยพบกับสิ่งเลวร้ายเลยแม้แต่น้อย ทำให้รู้สึกภูมิใจกับทริปนี้ เพราะนอกจากจะได้เข้าอบรมหลักสูตรล้างพิษ ๔ วัน ๓ คืนที่โรงเรียนผู้นำซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาในตำบลหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ผมยังได้ปั่นจักรยานเที่ยวในตัวเมืองและในอำเภอท่าม่วง รวม ๒ วันเต็ม ๆ เป็นการเที่ยวไทยซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาต่างประเทศ ผมได้เจอแต่คนที่เป็นมิตร ได้พักเกสต์เฮ้าส์ทำเลเยี่ยม ราคาถูก เจ้าของใจดี ไม่ถูกโกงเหมือนไปเวียดนาม ไม่ต้องระวังตัวทุกย่างก้าว ไม่พบสายตาที่มองด้วยความเกลียดชัง  เพราะที่นั่นคือ "กาญจนบุรี" เมืองท่องเที่ยวที่ประทับใจมาก ๆ

ผมมีภาพและเรื่องที่จะเล่ามากมาย แต่ต้องแบ่ง... โดยตั้งใจว่าจะเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวลงในบล็อกนี้ แล้วเล่าเรื่องการล้างพิษตับครั้งแรกของผมในบล็อกช่างเหอะ เพื่อน ๆ คอยติดตามอ่านนะครับ กลับมาวันนี้ผมอยากเล่าเรื่องการเดินทางก่อนปิดฉาก เพื่อรายงานให้เพื่อน ๆ ทราบว่า "ทริปล้างพิษ" ของผมได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อบ่ายวันนี้!

รถดีเซลรางขบวนท้องถิ่นเท่านั้นที่จะจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีห้างฉัตร ถ้าเป็นรถเร็ว รถด่วน หรืออื่น ๆ จะวิ่งผ่านไปหมด  วันนี้รถไฟขบวน 407 พาผมเข้าสู่สถานีห้างฉัตรตรงตามเวลาที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสารคือ ๑๒.๔๕ น. ....


ผมก้าวลงจากรถไฟด้วยความยินดี อย่างนี้แหละคือการเดินทางสไตล์ลุงน้ำชาซึ่งอาจจะไม่เหมือนใคร!


การเดินจากสถานีรถไฟห้างฉัตรไปยังบ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า ๓ กิโลเมตร ท่ามกลางแดดร้อนจ้า อาจทำให้ coda หรือบทเพลงบทสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้ไม่ไพเราะ หรือไม่นำมาซึ่งความสุข แต่กลับทำให้ต้องเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอย่างหนัก ถึงกระนั้นผมก็คิดว่าการ improvise ครั้งนี้เหมาะสมแล้ว!

ผมได้ฝึกความอดทนอีกครั้ง หลังจากผ่านบทเรียนมาแล้วหลายครั้ง วันนี้มีเป้ ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ใส่ของมาจากอุตรดิตถ์ กล้องถ่ายรูป และกระเป๋าคาดเอว ซึ่งน้ำหนักรวมกันแล้วชั่งได้ ๕๔ กิโลกรัม เท่ากับว่าจะต้องแบกคน ๑ คนพาไปด้วยตลอดเส้นทาง ๓ กิโลเมตรจนถึงบ้าน!


๑๒.๔๘ น. ผมแบกเป้ หิ้วถุง เริ่มก้าวเดินออกมาจากสถานีรถไฟห้างฉัตร (1) ความจริงถึงถนนลำปาง-ห้างฉัตร (สายเก่า) ก็แค่ ๑ กิโลเมตรนิด ๆ  แต่เที่ยงวันนี้แดดจัด เดินไปได้แค่ครึ่งทางก็เริ่มขาปัด นิ้วที่หิ้วถุงพาสติกใส่ของหนัก ๒๐ กิโลกรัมเริ่มชา เหงื่อเม็ดโป้ง ๆ ไหลย้อยลงมาตามขมับ!!  มีรถเก๋งและรถกระบะหลายคันวิ่งผ่านมาหลายคัน เค้าคงเห็นชายแก่ที่กำลังแบกเป้และหิ้วถุงขนาดใหญ่เดินแกว่งอยู่ข้างหน้า แต่ไม่มีซักคันที่คนขับยกเท้าออกจากคันเร่ง

ก้าวต่อไปเรื่อย ๆ ไม่เคยคิดที่จะโบกรถ... ผมเดินไปได้อีกนิด ก็มีรถกระบะเก่า ๆ ผ่านมา คนงานซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง ๓ คนตะโกนกันโหวกเหวกบอกให้คนขับหยุดรถ (2) หญิงฟันห่างนั่งอยู่ด้านหน้าโผล่จากหน้าต่างปราศจากกระจกออกมาถามว่า "ลุงจะไปไหน?" ผมบอกว่าจะไปสี่แยกห้างฉัตรโน่น  พอดีเค้ากำลังจะเข้าเมือง (เลี้ยวซ้าย) แต่ก็ยังมีน้ำใจอาสาพาไปส่งที่ปากทาง (3) ผมกระโดดขึ้นรถ แม้ระยะทางสั้น ๆ (เส้นสีน้ำเงิน) แค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่มันก็ทำให้ได้เห็นน้ำใจของคน...

ลงรถที่ปากทาง (3)...ผมบอกขอบคุณ แล้วแบกเป้เดินข้ามถนน เข้าซอยแล้วลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ผ่านบ้านเรือนและทุ่งนา ด้วยระยะทางเกือบ ๒ กิโลเมตร จริง ๆ แล้วถ้าเฉพาะเป้หนัก ๓๐ กิโลกรัมก็คงไม่เป็นปัญหา แต่เจ้าถุงหนัก ๒๐ กิโลกรัมที่หิ้วมาด้วย มันทำให้ชาไปทั้งแขน ผมต้องบอกตัวเองให้สู้ต่อไปด้วยการนับแต่ละก้าว พยายามหายใจเข้าออกอย่างลึก ๆ ตามแบบที่เพิ่งไปฝึกมาจากหลักสูตรล้างพิษฯ  ช่วงสุดท้าย ผมรู้สึกว่าวัดดอนมูล (4) มันช่างไกลเหลือเกิน แต่ก็เดินถึงถนนใหญ่จนได้  ไปหยุดนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าวัดก่อน แล้วค่อยเดินต่อจนถึงศาลาหน้าร้านอาหารอาจารย์ตุ๋ (5)  ผมพักเพื่อเอาแรง...ปลดเป้ออกวางรวมกับเจ้าถุงหิ้วที่ทำให้นิ้วหงิก (แม้จะใช้ผ้าเช็ดหน้ารองแล้วก็ตาม)


ถ่ายรูปชายที่เพิ่งไปล้างพิษตับมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย...


มองไปทางบ้าน... ผมบอกตัวเองว่า "ใกล้ถึงแล้ว"


ในที่สุดก็ถ่อสังขารจนถึงหน้าบ้าน...


ใช้เวลาเดินจากสถานีรถไฟห้างฉัตรมาประมาณ ๔๕ นาที... ผมปิดฉาก "ทริปล้างพิษ" เมื่อเวลา ๑๓.๓๖ น. ด้วยความยินดีในสิ่งที่ทำมา!

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Mekong Delta - ปิดฉากไซง่อนวันที่สาม

หลังจากเยี่ยมชมวัดของท่าน Dao Dua หรือ Coconut Monk บนเกาะ Phoenix ก็ถึงเวลานั่งเรือกลับไปยังท่าเมือง My Tho...


ใกล้จะจบการท่องเที่ยวสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta Tour) ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ แล้ว...









ไปขึ้นรถบัสคันเดิม....เดินทางกลับโฮจิมินห์ซิตี้  ไกด์หนุ่มคงจะเหนื่อยมาก ผมเห็นนั่งหลับไปตลอดทาง...


แบตในกล้องถ่ายรูปยังไม่หมด พลังในตัวยังเหลือ ผมเก็บภาพที่เห็นข้างทางไปเรื่อย ๆ...


อยากให้เพื่อนได้ดูการพัฒนาที่ดินของเขา...


ถึงสะพานข้ามแม่น้ำ ก็แสดงว่าใกล้จุดหมายปลายทาง...





อยากให้ดูว่ามีแมงกะไซค์มากแค่ไหน!!



ในที่สุดรถก็ไปจอดส่งที่หน้าอาคารของบริษัททัวร์ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสวนสาธารณะ วันนี้ฝนไม่ตกเหมือนเมื่อวาน!


ใกล้ค่ำแล้ว! ตัดผ่านสวนสาธารณะ...ผมเดินมุ่งหน้ากลับที่พักที่ถนน Ky Con


อยู่มา ๓ วันเริ่มจะคุ้นเคยกับเส้นทางบ้างแล้ว!


แวะซื้อน้ำดื่มขวดใหญ่และปาท่องโก๋ยักษ์ ๒ คู่ติดมือกลับไปด้วย  ปาท่องโก๋มีกลิ่นเยี่ยวอูฐฉุนกึก...เกือบจะกลืนไม่ลง!


ไม่ได้กินอาหารอย่างดี...แต่ก็ปิดฉากไซง่อนวันที่สามด้วยความชื่นมื่น!!