วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

พระเจดีย์วัดหัวเสือ จ.ลำปาง

 

ระเจดีย์วัดหัวเสือ (2)  ตั้งอยู่ข้างอุโบสถ (3) งามล้ำ... เกินกว่าที่ตาแก่ผู้ไม่มีความรู้จะบรรยาย
 

เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 
 
 


 
 

 
 
 
 
 
  
 
 

อุปกรณ์สรงน้ำพระธาตุฯ

 
อะหังวันทามิ ธาตุโย

อุโบสถวัดหัวเสือ จ.ลำปาง

อุโบสถวัดหัวเสือ (3) หลังคาลดชั้น 2 ระดับ ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก...
 

บันไดนาคนำทางขึ้นสู่มุขหน้า...

 
 
เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 
 
 
 


มุขหน้าด้านข้างมีบันไดนาคขึ้นลง..


 
 


 
ด้านข้างฝั่งซ้ายมี 4 หน้าต่างและ 1 ประตูเข้าสู่คูหาหลัง...นำทางด้วยบันไดนาค
 




ประตูโบสถ์ปิดอยู่


โชคดีเหลือเกิน ท่านเจ้าอาวาสให้ความเมตตา กรุณาไขกุญแจเปิดประตูให้ตาแก่บ้านห้างฉัตรได้ดูข้างใน นับเป็นบุญตาที่ได้เห็นและนำภาพมาฝากเพื่อน ๆ ด้วย...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


ต้องไม่ลืมเก็บภาพใบเสมา...
 
 
 
สาธุ ๆๆ... กราบขอบคุณที่เปิดประตูให้ผมได้เข้าดูภายในอุโบสถที่งดงาม

วัดหัวเสือ ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

 วัดหัวเสือ ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 1 ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง...
 
 
 
หลังจากแวะเก็บภาพและคุยกับท่านเจ้าอาวาสวัดบ่อด้ง (W1) ผมปั่นจักรยานมุ่งหน้าต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 2004  
 
 
มีที่ต้องปั่นจักรยานขึ้นเนินหลายจุดอยู่เหมือนกัน แต่ไม่สูงชันพอที่จะทำให้ตาแก่บ้านห้างฉัตรต้องลงจูง ประมาณเกือบ 3 กิโลเมตรผ่านมาเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดท้าย ผมมองเห็นทางลงเขา...คิดว่าหมู่บ้านที่อยู่ข้างหน้าน่าจะเป็นบ้านหัวเสือ

 
ป้ายใช้เกียร์ต่ำที่ตั้งอยู่เป็นเหมือนกำลังใจบอกให้รู้ว่าความยากลำบากหมดแล้ว ต่อไปจะเป็นทางลงสบาย ๆ
 
 
นั่นไง...บ้านหัวเสือ ผมเห็นยอดพระเจดีย์สีทองอยู่ข้างหน้า 
 
 
 
 
ถึงแล้วครับ...วัดหัวเสือ (W2) มีซุ้มประตูโขงสวยงาม!!
 
 
 
 
วัดหัวเสือ สังกัดมหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 1 ไร่ ที่ธรณีสงฆ์อีก 2 แปลงเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลา และกุฏิ ปูชนียวัตถุ พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน เว็บ www.wreathnawat.com กล่าวถึง "ประวัติวัดหัวเสือ จ.ลำปาง" ว่า...
แม้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้อย่างเป็นทางการจะยังไม่ปรากฏชัด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรม ศิลปะวัตถุ และตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาในชุมชน เชื่อได้ว่าวัดหัวเสือ น่าจะมีอายุยาวนานหลายร้อยปี อาจตั้งแต่สมัยล้านนารุ่งเรือง โดยชุมชนที่ตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน และเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางสังคมต่างๆ เช่น งานบุญประเพณี การเทศนาอบรมสั่งสอน ตลอดจนเป็นที่พึ่งพิงทางจิตวิญญาณของผู้คนในท้องถิ่น ชื่อ "วัดหัวเสือ" ก็น่าจะมีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงกับชุมชน อาจมาจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับเสือ เช่น เคยมีเสือโคร่งอาศัยอยู่บริเวณนี้ หรือชาวบ้านพบเห็นเสือ หรืออาจเกี่ยวข้องกับรูปทรงของสิ่งก่อสร้าง ภูมิประเทศ หรือต้นไม้ ที่มีลักษณะคล้ายหัวเสือ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นชื่อเรียกขานและจดจำสืบต่อกันมา อีกทั้งวัดในแถบภาคเหนือหลายแห่งก็มักมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ ธรรมชาติ หรือสิ่งสำคัญในท้องถิ่น 
 
เก็บรูปมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 
 
 
 
 
ศาลาราย (5) ยาวเหยียดจากเหนือจรดใต้... 
 
  
 
อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้หลังใหญ่ (4) ตั้งอยู่ติดถนนฝั่งทิศใต้...
 
 
 
 
 ตรงมุมรั้วตั้งหอเสื้อวัด...
 
 
ทำเลวัดดีจังเลย วิวสวยด้วยแม่น้ำจางด้านทิศเหนือ ขอเดินออกมาดูหน่อย...
 
  

รู้สึกความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้าน... ผมมองผ่านประตู (6) เห็นพื้นที่ธรณีสงฆ์กำลังก่อสร้าง มีอาคารสวยสร้างเสร็จแล้วตั้งหันหลังไปทางแม่น้ำจาง คือ "ศาลารวมน้ำใจบ้านหัวเสือ" (7) สร้างไว้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
 
 


มีทางเข้าเป็นซุ้มประตูอยู่ด้านทิศใต้อีกแห่งนึง...


เป็นวัดดีมีน้ำใจ แม้ตัววัดจะมีเนื้อที่ไม่มาก เสนาสนะต่าง ๆ ต้องอยู๋ชิดติดกัน...