วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วิหารวัดบ้านลอ จ.พะเยา


 
ที่วัดบ้านลอ ผมเห็นวิหาร (1) ทาสีขาวตั้งเด่นอยู่กลางลานกว้าง... 
 
 
เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้... 

 
บันไดนาค (อ้วน) นำทางขึ้นสู่มุขหน้า...
 

 
 

 
เสาปูนที่รองรับหลังคาตั้งอยู่ด้านหน้าสลักด้วยลวดลายแปลกตา... 


ด้านข้างมี 3 หน้าต่าง กับอีก 1 ประตูสู่คูหาหลัง...



 
 
ด้านหลังผนังทึบเรียบง่าย...


ชอบจังเลย...กับความเรียบง่ายของวิหารหลังนี้!

วัดบ้านลอ ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา

วัดบ้านลอ ตั้งอยู่หมู่ ๑ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา...


ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าวันหนึ่งจะมีชายแก่จากบ้านห้างฉัตร จังหวัดลำปาง คนหนึ่งขี่จักรยานแบบไร้ทิศทางมาจนถึงวัดเล็ก ๆ แห่งนี้...
 

 
 

ด้วยกล้องถ่ายรูปเหลือแบตเตอรี่และพื้นที่ใน memory card เพียงน้อยนิด ตาแก่คนนี้ขอนำภาพมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้...

 


 





 
 
 
 




วัดบ้านลอ...ไม่ต้องรออีกต่อไป ในที่สุดผมก็มาถึงแล้ว

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

วัดท่าแฉะ - โบราณสถานเวียงลอ

  
ากวัดเวียงป่าสัก (W5) ผมปั่นจักรยาน 150 เมตร ถึงวัดท่าแฉะ (W6) 

 
 วัดท่าแชะ 
กลุ่มโบราณสถานตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองโบราณเวียงลอไปทางทิศตะวันตกของวัดเวียงป่าสัก พบฐานอาคาร 2 ส่วน ส่วนแรกอยู่ในแนวแกนเดียวกันคือวิหาร (หมายเลข 2) และเจดีย์ส่วนที่สองเป็นวิหารขนาดใหญ่(หมายเลข 1) อาคารวางตัวในแนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก หันหน้าไปทางตะวันออก ทั้งนี้ยังพบร่องรอยสระน้ำด้านหลังวิหารขนาดใหญ่และด้านหน้าวิหารขนาดใหญ่พบบ่อน้ำ   

วิหารหมายเลข 1 

วิหารสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง 12.70 เมตร ยาว 21.80 เมตร มีบันไดทางขึ้นหลักอยู่กึ่งกลางด้านหน้าทางทิศตะวันออกและบันไดทางทิศใต้ใกล้กับห้องท้ายวิหาร พื้นวิหารอาจมีการปูอิฐ เสาวิหารด้านหน้าห้องท้ายวิหารก่อเป็นเสาอิฐที่มีฐานเสาหินรูปกลมมีรูตรงกลางสำหรับเข้าเดือยเสาไม้ตั้งไว้ ส่วนห้องท้ายวิหารเป็นฐานซุ้มพระประธานขนาดใหญ่มีฐานเสาหินรูปกลมมีรูตรงกลางสำหรับเข้าเดือยเสาไม้ตั้งไว้รอบด้านด้านละ 2 ต้น ซุ้มพระประธานอยู่ในผังสี่เหลี่ยมประกอบด้วยฐานเขียงรับฐานบัวเท่าที่เหลืออยู่คือ
หน้ากระดานล่างและบัวคว่ำ สันนิษฐานว่าน่าจะมีการยกเก็จ 2 ชั้น ภายในเป็นห้องคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประทับนั่ง (ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 3.30 ม.) มีความเป็นไปได้ที่จะเจาะช่องประตูให้แลเห็นพระประธานไว้ทางด้านหน้าทิศตะวันออก 

  

วิหารหมายเลข 2 

มีการก่อสร้างทับซ้อนอย่างน้อย 2 สมัย วิหารสมัยแรก ขนาดกว้าง x ยาวประมาณ 8.20 x 10.20 เมตร มีบันไดทางขึ้นกึ่งกลางด้านหน้าทางทิศตะวันออก อาคารสมัยที่ 2 สร้างซ้อนทับอาคารสมัยที่ 1 โดนขยายส่วนฐานออกไปด้านหน้าประมาณ 3 เมตร แต่ด้านกว้างแคบกว่าอาคารสมัยที่ 1 ประมาณ 85 เซนติเมตร ด้านบนอาคารปูอิฐ ส่วนท้ายของอาคารมีฐานชุกชีและแท่นบูชาตั้งอยู่กึ่งกลางด้านหน้าฐานชุกชี  ฐานวิหารในสมัยนี้เป็นฐานเขียงสูงต่อด้วยฐานเขียงเหนือจากนั้นไม่มีร่องรอย  

วัดเวียงป่าสัก - โบราณสถานเวียงลอ

ากวัดกู่บวกกู่ (W4) ผมปั่นจักรยาน 450 เมตร ถึงวัดเวียงป่าสัก (W5)

 

วัดเวียงป่าสัก 
โบราณสถานวัดเวียงป่าสัก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกในพื้นที่ใกล้กับโบราณสถานกู่บวกกู่ พบเฉพาะฐานวิหารขนาดใหญ่  วางตัวในแนวทิศตะวันออก - ทิศตะวันตก และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง วิหารในระยะแรกมีแผนผังอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีบันไดทางขึ้นด้านทิศตะวันออก เสาวิหารเป็นเสาก่ออิฐสี่เหลี่ยมจัตุรัสรองรับโครงสร้างหลังคาซึ่งคงเป็นเครื่องไม้มุงด้วยกระเบื้องดินขอ  สถาปัตยกรรมส่วนฐานของวิหารในยุคนี้มีลักษณะเป็นชุดฐานบัว (ฐานหน้ากระดานล่าง – บัวคว่ำ – ท้องไม้ – บัวหงาย – ฐานหน้ากระดานบน) ท้ายวิหารมีร่องรอยการทำเป็นห้องสี่เหลี่ยมภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานไว้ในแบบมณฑปท้ายวิหาร หรือซุ้มโขงพระเจ้าท้ายวิหาร ฐานซุ้มโขงหรือมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปนั้นมีลักษณะเป็นชุดฐานเขียงสี่เหลี่ยมซ้อนลดหลั่นกัน 3 ฐาน วิหารในระยะที่สองเป็นการขยายพื้นที่ส่วนหน้าทางทิศตะวันออก ทำให้วิหารมีลักษณะแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมยกเก็จด้านหน้า 2 ชั้น ด้านหลัง 1 ชั้น  ขนาดอาคารกว้าง 8.60 ม. ยาว 25 ม. มีแนวบันไดทางขึ้นหลักอยู่กึ่งกลางของวิหารด้านทิศตะวันออก และแนวบันไดทางขึ้นด้านข้างอาคาร ในส่วนยกเก็จทั้งทิศใต้และทิศเหนือ และมีฐานชุกชีขนาดใหญ่ขยายเต็มห้องท้ายวิหาร (ซึ่งอาจยังคงการใช้ซุ้มโขงพระประธานไว้) ฐานเสาวิหารในระยะที่สองนี้เป็นแท่งหินทรายทรงกระบอกมีรูตรงกลางส าหรับเข้าเดือยไม้ พื้นวิหารไม่มีการปูอิฐ รูปแบบฐานวิหารในส่วนยกเก็จที่ก่อเพิ่มเติมนั่น ประกอบด้วยฐานหน้ากระดานล่าง - บัวคว่ำ - ท้องไม้ที่ประดับเส้นลวดบัวลูกแก้วอกไก่ 2 เส้น – บัวหงาย –ฐานหน้ากระดานบน 


 
ในส่วนโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่พบ คือ พระพุทธรูปหินทรายที่พบบริเวณพระประธานในวิหาร ขนาดหน้าตักกว้างราว 1.20 ม. สูงราว 1.50 เมตร ทำให้สันนัษฐานว่านอกเหนือจากพระประธานก่ออิฐถือปูนในคูหามณฑล น่าจะมีการประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายเรียงไว้หลายองค์ รวมทั้งชิ้นส่วนกระเบื้องดินเผา (ดินขอ) ที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ จึงทำให้สันนิษฐานถึงโครงสร้างหลังคาของวิหารแห่งนี้ได้
 
ที่มา : รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ การศึกษามรดกศิลปกรรมในเมืองโบราณเวียงลอ โดย ผศ. ดร. ชาญคณิต อาวรณ์ กันยายน พ.ศ. 2580 
 







ดีใจที่ได้มาพบเห็นโบราณสถานเหล่านี้ ผมลืมภาพโบสถ์วิหารในวัดหรูวัดดังไปเลย!