แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียดนาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียดนาม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เที่ยวตลาดดาวเรือง

การบริหารจัดการรูปภาพ ๔ พันบานที่ได้มาจาก FB Trip ครั้งล่าสุดเป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อยสำหรับผม เกรงว่าจะสูญหาย วันนี้จึงต้องขอนำภาพตลาดดาวเรือง เมืองปากเซ มานำเสนอก่อนนะครับ!


ก่อนที่จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว "ตลาดลาว" ก็อยากจะให้เพื่อน ๆ ได้เห็นรูป "ตลาดแขก" ภาพชุดแรกที่ผมเริ่มโพสต์ลงใน cyber world เป็นภาพตลาดริมทาง ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ในบังกลาเทศที่ได้บันทึกไว้ด้วยกล้องฟิล์มเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน


ดูดิ...มะระขี้นกลูกใหญ่กว่าบ้านเราอีก!!


จำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่เขียนบล็อก exploring the world มีภาพตลาดที่ผมนำมาโพสต์อยู่มากแค่ไหน (คงพอ ๆ กับรูปห้องน้ำในโรงแรมและโฮสเทลนั่นแหละ) ทุกครั้งที่นำภาพเหล่านั้นกลับมาดู ผมก็แอบยิ้มได้เสมอ เมื่อรำลึกได้ถึงแต่ละก้าวของการเดินทาง อย่างเช่น ภาพตลาดที่เมืองพินอูลวิน ประเทศเมียนมาร์...


เมืองนี้อากาศดีดินดี ดอกไม้และผลไม้เมืองหนาวมีชาวบ้านนำมาวางขาย ดอกใหญ่ ๆ ลูกโต ๆ ผมซื้อกินแล้วไม่ผิดหวัง


อย่างนี้ก็ภาพถ่ายที่ "ตลาดดงซวน" ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในฮานอย...


ผมได้เข้าไปเดินเที่ยวมาหมด...


หรือถ้ามองย้อนกลับมาลาว ผมเห็นภาพตัวเองเดินฝ่าความหนาวเย็นไปซื้อของในตลาดสดเวียงภูคา...


ภาพอย่างเนี้ยเห็นจนชินตาในตลาดเมืองลาว...


วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ อาจารย์หมูและคุณเกศขับรถพาผมออกจากที่พัก "ด้วยรักจำปาสัก" แต่เช้ามืด ไปเยี่ยมไข้ที่โรงพยาบาลปากเซ แล้วถือโอกาสพาไปเที่ยว "ตลาดดาวเรือง" ตลาดใหญ่สุดในเมืองปากเซ...


เข้าไปเดินเที่ยวด้วยกันเลย  ขอต้อนรับเพื่อน ๆ ก่อนด้วยดอกไม้สวย...


ก็เหมือนที่พินอูลวิน ผมเห็นคนสวย ดอกไม้สวย และผลไม้สด ๆ น่ากิน...








ลำไยก็มีเด้อ...


เห็นลำไยแล้วคิดถึงแม่จัน!

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Shining Center

ช่วงวันที่ ๑๕-๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ผมโชคดีมีโอกาสเดินทางมาพบครูเตี๋ยงและพักอยู่ที่ Shining Center ถึง ๔ วัน ๔ คืน!


ถ้าเพื่อน ๆ ได้อ่านการท่องเที่ยวสไตล์ลุงน้ำชา คงทราบว่าทุกแห่งที่ไปเยือน ที่พักส่วนใหญ่ของผมล้วนราคาถูก ถ้าเป็นไปได้ผมก็จะมองหา hostel ที่มี dorm bed แต่บางครั้งไม่มีโอกาสเดินหา ก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อย อย่างเช่นเมื่อครั้งไปพุกาม ลงรถที่ Nyaung U แล้วผมนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป Pyinsa Rupa Guest House


โดนเรียกค่าห้องพักคืนละ $12 ก็ต้องยอม พักแล้วก็ถ่ายรูปให้เพื่อน ๆ ได้ดู...


สกปรกขนาดไหนก็ดูเอา...


แต่ที่โรงแรม Queen ในซาปา, เวียดนาม ค่าห้องพักคืนละ $7 กลับดีกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้...





ไปกรุงเทพคราวนี้ ครูเตี๋ยงกรุณาให้ตาแก่จากเมืองรถม้าพักในห้อง WATER ของ Shining Center...


ตื่นมาก็ได้ชื่นชมกับบรรยากาศคล้ายทะเลสาบซาปา...

ภาพทะเลสาบซาปา ถ่ายเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕
ที่นี่มีบรรยากาศไม่แพ้กัน...


ข้างนอกมีที่นั่งชมวิว...



ผมมีโอกาสได้ถ่ายภาพความงดงามที่เห็น...



ยิ่งกว่านั้นยังมี accordion ราคาแพงชนิดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตให้ได้เล่นท่ามกลางสายลมและแสงแดด...



ในชีวิตก็เพิ่งเคยใช้สุขภัณฑ์ดี ๆ อย่างเนี้ย...




ขอบคุณครูเตี๋ยงที่ให้ความเห็นว่าผมเป็นคนแก่ที่มีความสุขที่สุดคนหนึ่ง! ได้ยินแล้วชื่นใจครับ...

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Travellin’ light ไปเขมร – ด่านบาเว็ต (Bavet)


จากด่านหมบไบของเวียดนาม (1) รถบัสขยับไปอีกประมาณ ๒๐๐ เมตร พาผู้โดยสารไปปล่อยให้ลงตรงด่านบาเว็ตของเขมร (2)....  


ก้าวลงจากรถ เห็นชายคนหนึ่ง (มิใช่กระเป๋ารูปหล่อประจำรถ) ยืนรอเก็บหนังสือเดินทางและการ์ดเข้าเมืองของผู้โดยสาร  "อีกแล้วหรือเนี่ย?"...ผมยื่นให้แล้วเดินตามผู้โดยสารคนอื่นไปติด ๆ  ที่ด่านเขมรผมไม่ต้องไปยืนเข้าคิวรอ! กระเป๋าหนุ่มนำขบวนพาผู้โดยสารทั้งหมดออกจากตัวอาคาร ตม. ไปขึ้นรถซึ่งวิ่งมาจอดรออยู่แล้วโดยไม่พูดไม่จา ผมยกกล้องขึ้นเก็บภาพไว้ได้ ๒-๓ บาน...




รถขับเคลื่อนออกไปทันทีเมื่อผู้โดยสารขึ้นครบ  อย่างเนี้ยก็มีด้วย!  แล้วหนังสือเดินทางของผมหละ? ก็ต้องพยายามทำใจให้สงบ คิดว่าเค้าคงมีขั้นตอนในการดำเนินการ ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ก็ไม่เห็นจะอาทรร้อนใจแต่อย่างใด เอ้า...ไปที่ไหนก็ไปกัน!  รถวิ่งผ่านโรงแรมใหญ่ซึ่งตอนหลังทราบว่ามีคาสิโนอยู่ด้วย...




ไปจอดให้ผู้โดยสารลง....


ถึงได้รู้ความจริงว่าตะวันตรงหัวแล้ว เค้าไปจอดให้ผู้โดยสารกินข้าวนั่นเอง!  ร้านอาหารอยู่ข้างในนั่น...


ผมเดินตามเข้าไป เห็นโต๊ะตั้งอยู่เต็มห้อง มีคนนั่งกินอยู่ มองดูคล้ายบ้านเราเวลารถ บขส.ไปจอดแวะให้กินอาหาร ลึกเข้าไปมีเคาน์เต้อร์จำหน่ายอาหาร มีกับข้าวหลายอย่างให้เลือก ผมไปมองดูแล้วเลือกสั่งผัดกุ้งกับข้าวเปล่า รอให้เค้าตักให้แล้วนำไปหาโต๊ะนั่งกินได้เลย...


มีเด็กหนุ่มนำแก้วสแตนเลสน้ำเย็นมาวางให้  ผมลงมือหม่ำทันที  อร่อยครับ...กุ้งผัดหวานอย่างเนี้ยผมชอบมาตั้งแต่เด็กแย้ว


กินเสร็จก็เรียกเก็บตังค์ เค้าคิดเป็นเงินเวียดนาม (ขออภัย จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่)  โชคดีมีเงินดองเหลืออยู่ในกระเป๋าแสนนึง ผมจ่ายค่าอาหาร ซื้อกาแฟเย็น ๑ แก้ว ก็ยังเหลืออยู่อีก ๕ หมื่นดอง...


รถจอดอยู่นานทีเดียว จนกระทั่งผมเห็นชายคนที่เอาหนังสือเดินทางของเราไปขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาพร้อมกับหนังสือเดินทางปึกใหญ่  อ่อ...เค้านำหนังสือเดินทางและการ์ดที่ผู้โดยสารกรอกไว้ทั้งหมดไปยื่นให้ ตม.เขมร  ในระหว่างที่พาผู้โดยสารไปนั่งกินข้าวรอนั่นเอง นับว่าเป็นการประหยัดเวลา ช่วยให้ผู้โดยสารไม่ต้องไปยืนรอต่อคิวเหมือนที่ด่านเวียดนาม   "เข้าท่าดีเหมือนกันแฮะ"...ผมคิดในใจ เมื่อความแคลงใจมลายไป

ผู้โดยสารพากันขึ้นรถ หนุ่มกระเป๋าผู้ไม่เคยเผยยิ้มนำหนังสือเดินทางมาคืนให้...


ได้รับการลงตราให้อยู่ในกัมพูชาได้จนถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙...   departure card แนบมาให้ครบ!


สิ้นสุดเหตุการณ์ที่ทำให้เครียดและสับสน ผมดูดกาแฟเย็นก้นแก้วปล่อยให้ไหลลงคอ เอนหลังกับพนักพิง หนทางข้างหน้าสว่างสดใส มองได้ไกลถึงกรุงพนมเปญ!


ผู้โดยสารท่านอื่นก็คงรู้สึกผ่อนคลายเช่นกัน...


ภาพข้างทางที่ได้เห็นรู้สึกว่าจะงดงามกว่าช่วงที่ผ่านมา...


ลาก่อน...หมบไบและบาเว็ต ประตูเชื่อมระหว่างเวียดนามและกัมพูชา!