การค้นเจอฟิล์มสไลด์เก่าที่ยังไม่ได้สแกนอีก ๒๖๔ บาน ทำให้ผมได้รูปที่เคยถ่ายไว้เมื่อตอนเป็นหนุ่มกลับคืนมา...
มีอยู่หลายภาพที่ผมหามันมาตั้งนานแล้ว! อย่างเช่นรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่บ่อดินถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ บริเวณนั้นคือแถวที่ตั้งของมหาวิทยาลัยพายัพแม่คาวในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อ ๔๐ ปีก่อนยังเป็นพื้นที่ที่ว่างเปล่า ในการก่อสร้างทางหลวงจากเชียงใหม่ไปลำปาง เค้าขุดเอาดินออกไปถมถนน เกิดเป็นหนองน้ำลึกและกว้าง ผมเรียกมันว่า "บ่อดิน" บ้านผมอยู่ถนนทุ่งโฮเต็ล ซอย ๓ เดินไปไม่ไกลนักก็ถึงบ่อดิน ตอนเช้ามืดผมเคยคว้าเจ้า Pentax K-1000 ออกไปถ่ายภาพท้องฟ้าสีทองนี้ไว้...
หรืออย่างภาพนี้ ก็เป็นเจดีย์ "วัดสวนดอก" ยามพระอาทิตย์ตกดิน...
หน้าหนาวแต่ก่อนเชียงใหม่นั้นหนาวจริง ๆ มลภาวะก็ไม่มากเหมือนเช่นปัจจุบัน...
ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนรุ่นเดียวกันที่เคยได้สัมผัสบรรยากาศอย่างที่เห็นในภาพ คงจะลืมมันไม่ได้อย่างแน่นอน...
ไม่มีให้ดูอีกแล้วครับ ทุกวันนี้มีแต่ป่าคอนกรีต !
บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sunset แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sunset แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558
Cycling in Hue - ปิดฉาก
มีร้านขายเครื่องดื่มอยู่ใต้ต้นไม้บนลานกว้าง หญิงผู้เป็นเจ้าของเดินมาช่วยถ่ายรูปให้แล้วชวนให้ผมไปอุดหนุน.... โอเคเล้ย!
สั่งกาแฟเย็นดูเหมือนกับอยากได้คาเฟอินมาเบิกตา จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้ง่วงหรือเหนื่อยล้าแต่อย่างใด แต่ไม่รู้จะอุดหนุนอะไรมากกว่า แม่ค้าใจดีบอกให้ลูกชายเอาลำไยมาแบ่งให้กินด้วย!
ได้เวลากลับเข้าเมืองแล้วครับ ตามเบียด! ลาก่อนชาวบ้านสะพาน Thanh Toan! ผมไปหาจักรยาน ลุงคนเดิมเดินมาเก็บค่าฝากรถ ๕,๐๐๐ ดอง
ขึ่จักรยานกลับไปตามทางที่เข้ามา ถึงถนนหลวงเห็นป้ายบอกชัดเจนว่าเข้าเมืองไปทางไหน!
ปั่นไปตามถนนลาดยางขนาดรถเก๋ง ๒ คันพอสวนกันได้...
ผ่านทุ่งนาอีกแล้ว ดูเหมือนว่าชาวนาเวียดนามจะไม่ยอมเหลือพื้นที่ซึ่งมิได้ทำประโยชน์ไว้แม้แต่ตารางเมตรเดียว (ต่างกับในเมืองไทยที่ผมเห็นที่ดินมากมายถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า)
ในที่สุดผมก็ปั่นจักรยานกลับเข้าเมืองได้โดยไม่หลง...
พรุ่งนี้จะเดินทางต่อไปฮอยอันแล้ว ผมนำจักรยานไปส่งคืนแล้วเดินไปยังสวนสาธารณะริมแม่น้ำหอม อยากชมบรรยากาศ sunset ที่เมืองเว้เป็นครั้งสุดท้าย...
มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาวางจำหน่ายด้วย...
Cycling in Hue ของผมปิดฉากลงแล้วอย่างสมบูรณ์....พร้อม ๆ กับอาทิตย์ที่ลาลับ!
ป้ายกำกับ:
กลับเข้าเมือง,
ปั่นจักรยาน,
ปิดฉาก,
แม่ค้าใจดี,
เว้,
cycling,
hue,
sunset
วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557
Travellin' light ไปพม่า - วัดหัวมุม
ได้เวลากอบโกยความสุขในการมาเยือนเมืองกะตะก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ซึ่งก็คงไม่มีอะไรมาก นอกจากชีวิตผู้คนให้แอบถ่ายภาพประเภทแคนดิด (ตามที่คุณ bimbalo แซวไว้) ก็ยังมีวัดอีก ๒ แห่งที่จะต้องไปเยือน วัดหนึ่งอยู่ตรงหัวมุม อีกวัดหนึ่งอยู่ปลายถนน...
ผมไม่สามารถบอกชื่อวัดได้ เพราะวัดในพม่าก็คล้าย ๆ กับวัดไทย คือไม่มีภาษาอังกฤษบอกไว้ ในเว็บหรือหนังสือท่องเที่ยว...ถ้าไม่ใช่เมืองใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมก็มีข้อมูลน้อย ตัวอย่างเช่น เมือง Katha ถ้าเพื่อน ๆ ลองค้นหาข้อมูลในกูเกิ้ลก็จะเห็นว่ามีรายละเอียดน้อยมาก ในคัมภีร์ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lonely Planet ก็มีเพียงหน้าเดียวหรืออาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ เสียดายนะ...ถ้าผมมีเงินทุนมากพอ ผมคงเดินทางเที่ยวเก็บข้อมูลของสถานที่ซึ่งอยู่ห่างไกลอย่างนี้ได้อีกเยอะ...
เอาล่ะ ไม่เป็นไร ไม่รู้ชื่อวัด ผมก็ขอเรียกว่า "วัดหัวมุม" ก็แล้วกัน อิอิ! ตรงหัวมุมถนน บนฟุตบาท ผมเห็นร่มขนาดใหญ่วางขวางเอาไว้...
บาทวิถีมีไว้วางของ คนเดินเท้าต้องหลบลงไปเดินบนถนน ผมไปหยุดยืนถ่ายภาพซุ้มประตูเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าวัดในพม่าไม่ค่อยแข่งขันกันสร้างซุ้มประตูเหมือนในเมืองไทย!
ถอดรองเท้าวางไว้ แล้วก้าวเข้าไปได้เลยครับ...
วัดนี้กำลังปรับปรุงทาสีและสร้างรูปปั้นประกอบคำสอน...
ผมชอบสีแนว earth tone อยู่แล้วครับ เห็นอย่างนี้ต้องถ่ายภาพไว้ซะหน่อย...
"It is auspicious taking refuge from Man of Wisdom." จากการค้นคว้าภายหลัง...ผมคิดว่าน่าจะนำมาจาก "มงคลชีวิต ๓๘ ประการ" อาจจะตรงกับคำสอนที่ว่า "คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล" ไม่รู้นะ...ถ้าผิดก็ต้องขออภัย! ข้าง ๆ รั้ว ผมเห็นรูปปั้นเก่าถูกนำไปกองทิ้งไว้ รวมกับถุงปูนตราช้าง!
สามารถเดินอ้อมไปยังองค์พระเจดีย์ได้ครับ...
พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน...ต้องรีบไป "วัดปลายถนน" แล้วหละ ผมอาจจะได้เห็นผีตากผ้าอ้อมที่นั่น!
ผมไม่สามารถบอกชื่อวัดได้ เพราะวัดในพม่าก็คล้าย ๆ กับวัดไทย คือไม่มีภาษาอังกฤษบอกไว้ ในเว็บหรือหนังสือท่องเที่ยว...ถ้าไม่ใช่เมืองใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมก็มีข้อมูลน้อย ตัวอย่างเช่น เมือง Katha ถ้าเพื่อน ๆ ลองค้นหาข้อมูลในกูเกิ้ลก็จะเห็นว่ามีรายละเอียดน้อยมาก ในคัมภีร์ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lonely Planet ก็มีเพียงหน้าเดียวหรืออาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ เสียดายนะ...ถ้าผมมีเงินทุนมากพอ ผมคงเดินทางเที่ยวเก็บข้อมูลของสถานที่ซึ่งอยู่ห่างไกลอย่างนี้ได้อีกเยอะ...
เอาล่ะ ไม่เป็นไร ไม่รู้ชื่อวัด ผมก็ขอเรียกว่า "วัดหัวมุม" ก็แล้วกัน อิอิ! ตรงหัวมุมถนน บนฟุตบาท ผมเห็นร่มขนาดใหญ่วางขวางเอาไว้...
บาทวิถีมีไว้วางของ คนเดินเท้าต้องหลบลงไปเดินบนถนน ผมไปหยุดยืนถ่ายภาพซุ้มประตูเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าวัดในพม่าไม่ค่อยแข่งขันกันสร้างซุ้มประตูเหมือนในเมืองไทย!
ถอดรองเท้าวางไว้ แล้วก้าวเข้าไปได้เลยครับ...
วัดนี้กำลังปรับปรุงทาสีและสร้างรูปปั้นประกอบคำสอน...
ผมชอบสีแนว earth tone อยู่แล้วครับ เห็นอย่างนี้ต้องถ่ายภาพไว้ซะหน่อย...
"It is auspicious taking refuge from Man of Wisdom." จากการค้นคว้าภายหลัง...ผมคิดว่าน่าจะนำมาจาก "มงคลชีวิต ๓๘ ประการ" อาจจะตรงกับคำสอนที่ว่า "คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล" ไม่รู้นะ...ถ้าผิดก็ต้องขออภัย! ข้าง ๆ รั้ว ผมเห็นรูปปั้นเก่าถูกนำไปกองทิ้งไว้ รวมกับถุงปูนตราช้าง!
สามารถเดินอ้อมไปยังองค์พระเจดีย์ได้ครับ...
พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน...ต้องรีบไป "วัดปลายถนน" แล้วหละ ผมอาจจะได้เห็นผีตากผ้าอ้อมที่นั่น!
ป้ายกำกับ:
พม่า,
วัดตรงหัวมุม,
bimbalo,
katha,
strand road,
sunset,
Travellin' light
วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
Travellin' light ไปพม่า - ตะวันทอแสง
วันศุกร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๖ จำได้ว่าตอนบ่าย ๆ ผมเดินขึ้น Mandalay Hill แล้วใช้กล้อง Rollie 35 บันทึกภาพเบื้องล่างเก็บไว้...
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเมื่อเวลาผ่านเลยไป ๓๑ ปี... วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๗ ผมมีโอกาสได้กลับไปปีนสู่ยอด Mandalay Hill อีกครั้ง คราวนี้บรรยากาศดีกว่าครั้งก่อน เพราะพระอาทิตย์กำลังตกดิน
บ้านเรือนเบื้องล่างเปลี่ยนไปเยอะ...
แม้ตัววัดและสิ่งก่อสร้างข้างบนนี้ก็เช่นกัน...
สมัยก่อนยังไม่มีกระเบื้องปูพื้นและการประดับประดาเช่นนี้...
และนี่คือภาพ Mandalay Hill ในอดีต...
วันนี้แสงสีบน Mandalay Hill เปลี่ยนไป...
แต่ตะวันทอแสงไม่เคยเปลี่ยน...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



























































