แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ indonesia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ indonesia แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

จ่ายตลาด

๑๓ เมษายน ๒๕๕๘... Tony บอกผมตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วว่าจะสาธิตการทำอาหารอินโดนีเซีย และถือโอกาสเลี้ยงข้าวกลางวันเพื่อนจากแดนไกลด้วยว่างั้นเหอะ!  ผมเดินจาก Rain Forest Guest House ไปถึงร้าน Tony's Souvenir ประมาณ ๑๐.๐๐ น. เห็นจะได้!


๑๐.๓๐ น. โทนีพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปจ่ายตลาด....


วันนี้มิใช่วันศุกร์ ไม่มีตลาดนัด สภาพทั่วไปเป็นเช่นนี้....


แต่ก็ยังมีแม่ค้านำผักผลไม้และอื่น ๆ มาวางขาย...


ผมได้แต่ตามโทนีไปติด ๆ  มือถือกล้องจ้องจับ กดชัตเตอร์ถ่ายภาพทุกอย่างที่ขวางหน้า


เห็นได้ว่าผลไม้แต่ละชนิดล้วนมีขนาดใหญ่ คงเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน...


แตงโมลูกใหญ่จนยกแทบไม่ขึ้นด้วยมือเดียว ผมเห็นโทนีกำลังเลือกซื้ออะโวคาโด...





เต้าหู้และถั่วแขกของโปรด!  ถ้ามาอยู่ที่นี่...ผมคงไม่อด






โห...ผักหญ้าทำไมถึงได้อ้วนอย่างนั้น!!  อยากจะเห็นสวนครัวของเค้าจริง ๆ















พ่อครัวใหญ่เป็นคนจ่ายตลาด ส่วนลูกมือที่ไปด้วยได้แต่เที่ยวถ่ายรูป...และช่วยหิ้วถุงกลับบ้าน


จ่ายตลาดใน Bukit Lawang เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งซึ่งตาแก่จากเมืองรถม้าไม่คาดคิดมาก่อน!    

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บทเรียนในอดีต...

วันก่อนผมได้พูดถึง Bukit Lawang ว่าไปที่ไหนก็พบแต่คนดีมีน้ำใจ ไม่ปรากฏสายตาแห่งความเกลียดชังให้เห็น ซึ่งนับว่าหาได้ยากในยุคของความขัดแย้งและการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน คำถามมีว่า "ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?" 


ผมคิดว่าพอจะมีคำตอบซึ่งน่าจะเชื่อมโยงได้กับเหตุการณ์วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เมื่อน้ำป่าไหลบ่าลงมาจากภูเขาเข้าท่วมหมู่บ้าน Bukit Lawang  ด้วยระดับน้ำสูง ๒๐ เมตรซึ่งกวาดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมายนั่นเอง  อุทกภัยครั้งนั้นได้นำมาซึ่งความพินาศย่อยยับแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว บ้านเรือนประมาณ ๔๐๐ หลัง, สุเหร่า ๓ แห่ง, สะพาน ๘ แห่ง,  ตู้และแผงจำหน่ายอาหาร ๒๘๐ แห่ง, โรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ ๓๕ แห่ง มีประชาชน ๒๓๙ คน (๕ คนเป็นนักท่องเที่ยว) ต้องเสียชีวิต ชาวบ้าน ๑,๔๐๐ คนได้กลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่

หลังจากนั้นอีก ๘ เดือน Bukit Lawang ก็กลับมาเปิดตัวอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๗ แต่ความเจ็บปวดจากการสูญเสียบ้านเรือนและเพื่อนพ้องน้องพี่ยังคงตามมาหลอกหลอน ชาวบ้านผู้เผชิญกับภาวะว่างงานและไร้ที่อยู่ยังคงต้องใช้เวลาอีกนานสำหรับการฟื้นฟูและสร้างเมืองขึ้นใหม่ ด้วยงบประมาณและการช่วยเหลือจากรัฐที่จำกัดจำเขี่ย อย่างไรก็ตามชาว Bukit Lawang ผู้มีชีวิตรอดก็ยังคงสร้างหมู่บ้านและเริ่มธุรกิจขึ้นใหม่อีกครั้ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือบรรดาคนรุ่นใหม่ ซึ่งหวังว่าจะสร้างบ้านสร้างเมืองให้ดีกว่าเก่า ด้วยตระหนักในความสำคัญของการอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม  สิ่งหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนเจตนารมณ์ของเขาคือ "การท่องเที่ยว" อันนำมาซึ่งรายได้เพื่อสร้างอนาคตอันสดใสให้กับชาว Bukit Lawang ต่อไป... (ขอบคุณข้อมูลจาก wikitravel.org)














ผมคิดว่าชาวบ้านคงตระหนักดีว่าการท่องเที่ยวจะนำมาซึ่งรายได้อย่างต่อเนื่องให้กับหมู่บ้าน...


จึงไม่มีใครรังเกียจนักท่องเที่ยว ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะสวมกางเกงสะดอ...หรือกางเกงยีนส์ราคาแพง!


เมืองไทยยังไม่เคยได้รับบทเรียนเช่นนั้น!  ทุกวันนี้ใครมือยาวถึงสาวได้สาวเอา!

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Kualanamu - Binjai


ก่อนหน้านั้นผมเคยเขียนไว้ว่า..."ครั้งนี้ขอเป็น Bukit Lawang อย่างเดียว โดยจะนั่งรถของบริษัท ALS จากสนามบิน Kuala Namu (1) (๓๐,๐๐๐ รูปี) ไปลงที่ Kota Binjai (2) จากนั้นก็จะหารถต่อไปยัง Bukit Lawang ไปอยู่กับธรรมชาติ  (3) กินอาหารสุขภาพ ถ่ายรูปอุรังอุตัง เที่ยวน้ำตก แช่ธารน้ำไหล เข้าดงพงไพร ฯลฯ วันที่ ๙-๑๓ อยู่ใน Bukit Lawang ทั้ง ๕ วันเลย..."

ภาพจาก airportkualanamu.com
ผมไม่รู้หรอกว่า Binjai เป็นเมืองใหญ่ขนาดไหน ไปถึงแล้วค่ำมืดจะทำอย่างไรต่อ ประสบการณ์กับผู้คนและบ้านเมืองในแดนอิเหนาก็ยังไม่มี! แต่ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไป Binjai (ถ้ามีรถ) ผมออกจากอาคารสนามบิน เลี้ยวขวาไปยังจุดจอดรถโดยสาร...


นั่นไง...มีรถบัสสีส้มจอดอยู่


ไม่ต้องถามใครให้เสียเวลา บนกระจกหน้าเขียนชัดเจนว่า "KUALANAMU - BINJAI" ผมกระโดดขึ้นหาที่นั่งบนรถปรับอากาศ ขณะนั้น ๕ โมงเย็นแล้ว!


อืมมมม์..ขึ้นราคาค่าโดยสารอีกแล้ว!!  จาก ๓๐,๐๐๐ รูปีเป็น ๔๐,๐๐๐ รูปี เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นลาวหรือเวียดนาม (ถ้าจะแตกต่างก็มีแต่ที่พม่าเมื่อค่าโดยสารรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวลดราคาลงกว่าครึ่ง) ผมจ่ายตังค์ให้กระเป๋าแล้วรับตั๋วโดยสารมาเก็บไว้...


ไม่นานนักล้อรถก็หมุน...พาตาแก่จากเมืองรถม้าออกจากสนามบินกัวลานามู (Bandara Kualanamu)



วิ่งขึ้นทางยกระดับ ผมถ่ายภาพผ่านกระจกรถเอาไว้หน่อย....





หลังจากผ่านโทล์เวย์ ผมเห็นบ้านเมืองสองข้างทางหนาแน่นขึ้น...


๖ โมงกว่า..รู้สึกว่าคงกำลังผ่านตัวเมืองเมดาน ผมเห็นการจราจรติดขัดเป็นระยะ ๆ ในขณะที่ท้องฟ้ามืดลงทุกที ๆ






จริงอย่างที่เค้าว่า... ระยะทางก็ไม่ไกลนัก แต่ใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมง ผมไปถึงบินไจเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท!