แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ภาพเก็บตกวัดจำขี้มด

การแวะเยือนวัดจำขี้มด ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน แบบไม่เร่งรีบในช่วงที่แสงแดดกำลังดี แบตเตอรี่กล้องมีเพียงพอ ทำให้เก็บภาพได้เยอะ ผมค่อย ๆ โพสต์นะครับ ขอนำภาพเก็บตกมาฝากเพื่อน ๆ อีกหน่อย...


ซุ้มประตูโขงหน้าวิหารยังสร้างไม่เสร็จ...



มุมของพระอาทิตย์ยามบ่ายทำให้ได้แสงเงาและสีสันที่แตกต่าง....




ความงดงามที่่ต้องแหงนหน้าขึ้นดู...






จิตรกรรมฝาผนังในวิหารงดงามปานเทพวิมาน





แค่นี้คงพอแล้วนะครับ อยากให้เพื่อน ๆ แวะชมด้วยตาตนเองมากกว่า!

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วัดท่ากระดาษ ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่


จากวัดสันทรายต้นกอก (1) ผมปั่นจักรยานย้อนกลับลงมาเที่ยวหาวัดท่ากระดาษ (2) คุณป้าแม่ค้ากล้วยแขกบอกว่าต้องเลี้ยวเข้าซอยด้านซ้ายมือ...


วัดท่ากระดาษตั้งอยู่เลขที่ ๓๘ ถนนฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100 สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๓๔ สังกัดมหานิกาย มีพื้นที่ ๒ไร่ ๒งาน ๓๐ ตารางวา...



มาถึงแล้วครับ "วัดท่ากระดาษ" วัดซึ่งมีอดีต (เอาไว้เล่าให้ฟังทีหลัง) ผมไม่เห็นซุ้มประตูโขง มีแต่ประตูเข้าออกธรรมดาอารักขาโดยสิงห์คู่อยู่ซ้ายขวา...


จักรพงษ์ คำบุญเรือง ได้เขียนไว้ว่า...
พุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่น้อยคนนักจะรู้จักชื่อเสียงของวัดท่ากระดาษ เนื่องจากเป็นวัดเล็ก ๆ ที่มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อไม่นาน ทว่าหากจะนับอายุการสร้างวัดนี้ ในตำนานล้านนาไทยกล่าวว่า วัดท่ากระดาษสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา แต่เดิมชื่อ "วัดท่าพลูเหลือง" เนื่องจากอยู่ติดริมแม่น้ำปิง เวลายามเย็นแสงแดดจะส่องต้นพลูที่ปลูกอยู่ริมน้ำจนสีเหลืองอมร ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดท่ากระดาษ" ตามอาชีพการทำกระดาษของชาวบ้าน
"วัดท่ากระดาษ" อยู่เป็นร่มเงาแก่ชาวพุทธบ้านท่ากระดาษมาเป็นเวลาหลายร้อยปี กระทั่งช่วงเวลาหนึ่งได้ถูกทิ้งให้ร้างไปเนื่องจากเกิดสงครามพม่า ในหนังสือเชียงใหม่ในมโนสำนึก เขียนโดยสุพิน ฤทธิ์เพ็ญ กล่าวถึงวัดท่ากระดาษตอนหนึ่งว่า ย้อนหลังไปประมาณ ๑๗ ปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๒๙) วัดท่ากระดาษค่อนข้างจะทรุดโทรม ทั้งภายในและนอกวัด มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า “วัดนี้ผีดุ” เวลาเย็นโพล้เพล้ หรือ ใกล้สว่าง ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาบริเวณต้นโพธิ์หัวมุมวัดมักจะเจอของดีให้ได้ขนลุกขนพองสยองเกล้า จนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นราย ๆ

งดงามด้วยธรรมจักรเรียงรายอยู่บนรั้ว...

  
ผมนำจักรยานเข้าไปจอดไว้หน้ารูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ (2) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวิหารหลวง (3)...



เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ก่อนเลย...




 เดินผ่านวิหารหลวงไปก่อน ข้างหน้า (5) นั่นอะไร? ต้องไปดู!


เห็นป้าย "ตำหนักกุฏิพิเศษสกลมหาสังฆปริณายก"  อ่อ...กุฏิพระสังฆราช (5) นั่นเอง!

 
 ข

ขยับไปน่าจะเป็นศาลาบำเพ็ญบุญ (6) มีหอระฆังตั้งอยู่ข้าง ๆ





รู้สึกตื่นตา...ไม่น่าเชื่อว่าวัดเล็ก ๆ ที่เคยเห็นเมื่อ ๕๐ ปีก่อน ตอนนี้มีอาคารสูงใหญ่อลังการ


 
  
๕ ทศวรรษผ่านไป.... ผมได้กลับมาวัดท่ากระดาษอีกครั้ง! 

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

The Final Trip - bikepacking 1



ผมชอบคำว่า bikepacking และ backpacker มั่ก ๆ นึกถึงทีไร มันมองเห็นภาพและให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้นยินดีอยู่ลึก ๆ


จากเสื้อผ้าที่กองรวมกันไว้ ผมเลือกใช้เสื้อกันหนาวสีน้ำเงินเข้ม ตัวที่ซื้อในวันอันหนาวเหน็บที่ซาปาเวียดนามเหนือ....


ทดลองบรรจุลงกระเป๋า เอาเสื้อกันหนาวลงไปก่อน แล้วตามด้วยชิ้นอื่น ๆ กระเป๋าด้านข้างใส่ผ้าพลาสติกกันฝน (คลุมกระเป๋าตะแกรงท้ายทั้งหมด) อัด power bank ๓ ตัว และที่ชาร์จแบตเตอรี่ลงไปด้วย


ลองรูดซิปปิด...


หิ้วไปประกอบติดไว้กับจักรยานเหมือนเดิม....


นั่งจ้อง ๆ มอง ๆ ดูแล้วผมคิดว่าเจ้า accordion น่าจะนำไปด้วยไม่ได้!


มันใหญ่เกินกว่าที่จะมัดไว้บนตะแกรงอีกที...

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

บ้านวิชาเยนทร์ จ.ลพบุรี

เที่ยวด้วยจักรยานพับทำให้ผมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบเมืองลพบุรีได้ง่าย...เพีียงแต่สองขาต้องออกแรงปั่นหน่อยเท่านั้น


ด้วยวัยเกิน ๖๐ ปีที่พกไปด้วย ทำให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือโบราณสถานได้ฟรี เมื่อถึงบ้านวิชาเยนทร์ ตั้งจักรยานไว้ข้างเสาประตู แล้วเดินยิ้มเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ผู้เก็บเงิน ผมชูบัตรประชาชนไปข้างหน้าแล้วบอกว่า "ผู้สูงอายุครับ"


คนแก่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี...ไม่ว่าที่ไหน เลยคุยซะหน่อยว่ามาจากลำปาง วันนี้นั่งรถไฟจากอยุธยามาลงลพบุรี ตั้งใจว่าจะเที่ยวสักครึ่งค่อนวันแล้วค่อยนั่งรถไฟกลับ ผมจะไปที่ไหนดีครับ? เป็นเทคนิคง่าย ๆ ทำให้ได้ข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่หนุ่มส่งแผ่นพับสถานที่ท่องเที่ยวในลพบุรีให้ ๑ ฉบับ พร้อมแนะนำจุดที่ควรไป ก่อนที่จะเชิญชวนให้ตาแก่เมืองรถม้าเดินชมบ้านหลวงรับราชทูต...


"บ้านวิชาเยนทร์ หรือ บ้านหลวงรับราชทูต"  ตั้งอยู่ทางเหนือของวังนารายณ์ราชนิเวศน์และวัดเสาธงทอง ข้อมูลและรายละเอียดเพื่อน ๆ สามารถหาอ่านได้ง่ายในอินเทอร์เน็ต ผมไม่ถนัดเกี่ยวกับเรื่องราวของจักร ๆ วงศ์ ๆ อยู่แล้ว หนังละครช่องไหนก็ไม่เคยดู จึงได้นำภาพมาฝากเพื่อน ๆ แต่เพียงอย่างเดียวดังนี้...














เช้านี้ยังไม่เห็นมีใครมาเที่ยวชม นอกจากตัวเอง หลังจากเก็บภาพได้หน่อยเดียวก็รู้สึกเหนื่อย จนต้องนั่งพักรับแสงแดดอยู่ตรงบันได! ผมรู้สึกว่าสังขารเริ่มไม่อำนวยอย่างเห็นได้ชัด!