แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Medan แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Medan แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Kualanamu - Binjai


ก่อนหน้านั้นผมเคยเขียนไว้ว่า..."ครั้งนี้ขอเป็น Bukit Lawang อย่างเดียว โดยจะนั่งรถของบริษัท ALS จากสนามบิน Kuala Namu (1) (๓๐,๐๐๐ รูปี) ไปลงที่ Kota Binjai (2) จากนั้นก็จะหารถต่อไปยัง Bukit Lawang ไปอยู่กับธรรมชาติ  (3) กินอาหารสุขภาพ ถ่ายรูปอุรังอุตัง เที่ยวน้ำตก แช่ธารน้ำไหล เข้าดงพงไพร ฯลฯ วันที่ ๙-๑๓ อยู่ใน Bukit Lawang ทั้ง ๕ วันเลย..."

ภาพจาก airportkualanamu.com
ผมไม่รู้หรอกว่า Binjai เป็นเมืองใหญ่ขนาดไหน ไปถึงแล้วค่ำมืดจะทำอย่างไรต่อ ประสบการณ์กับผู้คนและบ้านเมืองในแดนอิเหนาก็ยังไม่มี! แต่ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไป Binjai (ถ้ามีรถ) ผมออกจากอาคารสนามบิน เลี้ยวขวาไปยังจุดจอดรถโดยสาร...


นั่นไง...มีรถบัสสีส้มจอดอยู่


ไม่ต้องถามใครให้เสียเวลา บนกระจกหน้าเขียนชัดเจนว่า "KUALANAMU - BINJAI" ผมกระโดดขึ้นหาที่นั่งบนรถปรับอากาศ ขณะนั้น ๕ โมงเย็นแล้ว!


อืมมมม์..ขึ้นราคาค่าโดยสารอีกแล้ว!!  จาก ๓๐,๐๐๐ รูปีเป็น ๔๐,๐๐๐ รูปี เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นลาวหรือเวียดนาม (ถ้าจะแตกต่างก็มีแต่ที่พม่าเมื่อค่าโดยสารรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวลดราคาลงกว่าครึ่ง) ผมจ่ายตังค์ให้กระเป๋าแล้วรับตั๋วโดยสารมาเก็บไว้...


ไม่นานนักล้อรถก็หมุน...พาตาแก่จากเมืองรถม้าออกจากสนามบินกัวลานามู (Bandara Kualanamu)



วิ่งขึ้นทางยกระดับ ผมถ่ายภาพผ่านกระจกรถเอาไว้หน่อย....





หลังจากผ่านโทล์เวย์ ผมเห็นบ้านเมืองสองข้างทางหนาแน่นขึ้น...


๖ โมงกว่า..รู้สึกว่าคงกำลังผ่านตัวเมืองเมดาน ผมเห็นการจราจรติดขัดเป็นระยะ ๆ ในขณะที่ท้องฟ้ามืดลงทุกที ๆ






จริงอย่างที่เค้าว่า... ระยะทางก็ไม่ไกลนัก แต่ใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมง ผมไปถึงบินไจเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท! 

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Medan – selemat datang

เพื่อน ๆ ที่รัก!  "Travellin' light ไป Bukit Lawang" เดินไปได้กว่าครึ่งทางแล้ว ผมจะต้องรวบรัดให้จบภายในเดือนกรกฎาคมนี้ให้ได้... มีทริปใหม่รออยู่ข้างหน้าครับ!


นั่ง window seat ขอนำ bird's-eye view มาฝากเพื่อน ๆ...






พอเครื่องบินจอดสนิท ผู้โดยสารก็เตรียมตัวลง ผมดึงเป้ออกจากที่เก็บแล้วยืนต่อคิว เมื่อขบวนขับเคลื่อน ผมก็ขยับเดินตามไปลงบันได ไม่ยักกะมีงวงช้างแฮะ!  แต่มี shuttler bus พาไปส่งยังอาคารผู้โดยสารขาเข้า ลงจากรถแล้วเดินตามไปเรื่อย ๆ จนถึง immigration  เค้าขึง tape ไว้เป็นเขาวงกต ให้เดินไปหยุดรอที่หน้า counter ตม.

ผมเดินเอา passport ไปยื่นให้โดยไม่ต้องกรอกบัตร  ถูกถามว่ามาทำไม?  ตอบว่า...มาเที่ยว  อยู่นานแค่ไหน?... อาทิตย์เดียว   มีตัวเครื่องบินกลับหรือเปล่า?....มี  (ล้วงเอา flight details ของ AirAsia ให้ดู)  เจ้าหน้าที่ประทับตราให้โดยปราศจากรอยยิ้มและคำพูดใด ๆ...!


ก่อนหน้านั้นได้คุยกับฝรั่งสาวชาวยุโรปคนหนึ่งซึ่งนั่งรถเมล์คันเดียวกันมาจาก Komtar  ผมถามว่าจะไปพักที่ไหน?  เธอบอกว่าไม่รู้  แต่ผมรู้...ก็เลยชวนให้แชร์ค่ารถเข้าเมืองไปด้วยกัน เธอเห็นด้วย  นำหน้าเธออยู่ประมาณ ๓-๔ คน เมื่อผ่าน ตม. มาแล้ว ผมหยุดยืนรอ เพื่อจะได้เข้าเมืองด้วยกัน พอถึงคิวของนักแบกเป้สาว ปรากฏว่าใช้เวลานานมาก ดูเหมือนว่าจะมีปัญหา ในที่สุดเธอก็ตะโกนจากเคาน์เตอร์ ตม. บอกว่า เค้าจะส่งตัวไปที่ immigration office และไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ถ้ายังไงก็ไปก่อนได้  โอเค...ผมคิดว่าเธอคงจะมีปัญหาเรื่องวีซ่า ซึ่งคงไม่ง่ายนัก ผมต้องไปก่อนแล้วล่ะ ตัดสินใจแบกเป้เดินจากมา  Travel light นั้นดีจริง ๆ  ทำให้ไม่ต้องไปรอรับสัมภาระที่สายพาน อีกทั้งยังไม่ต้องแลกเงิน เดินลิ่วหาทางออกได้เลย  แวะหยุดถามเจ้าหน้าที่ซะหน่อยถึงรถโดยสารไป Binjai  เค้าบอกว่าออกจากอาคารแล้วให้เลี้ยวขวา...

ก่อนหลุดออกไป ต้องตรวจสัมภาระอีกครั้ง ผมวางเป้ให้วิ่งผ่านเครื่อง ไม่พอ...เจ้าหน้าที่สาวบอกว่าต้องกระเป๋าคาดเอวด้วย!  ได้เล้ย!  เมื่อทุกอย่างเรียบโร้ย ผมแบกเป้ก้าวสวบ ๆ ออกไปยังป้ายรถเมล์...


เปลี่ยนแผนโดยไม่ต้องคิดมาก ถ้ายังมีรถ...ผมก็จะไป Binjai ในวันนี้เลย!  เป็นไงเป็นกัน!