แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าโดยสาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าโดยสาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2563

สถานีจอดรถโดยสารประจำทาง เมืองลี้

ปั่นจักรยานออกจากวัดพระธาตุแท่นคำเวลา ๐๘.๓๕ น.  ผมตั้งใจจะไปที่ศูนย์อาหารซึ่งเคยแวะกินเมื่อวันก่อน


ปั่นมาได้แค่กิโลเดียว ก็เห็นสถานีจอดรถโดยสารประจำทางอยู่ด้านซ้ายมือ...


โห.. นั่นมันคิวรถไปลำพูน-เชียงใหม่นี่นา


ไม่รอช้า...เลี้ยวรถเข้ามาทันที 


มีตารางเวลาเดินรถติดอยู่ ผมเห็นรถเมล์ลี้-เชียงใหม่เที่ยวสุดท้าย (5) ออกเวลา ๐๙.๐๐ น....



ขณะนี้ ๐๘.๔๗ แล้ว!  นั่นไงรถเมล์จอดรออยู่นั่น  ถ้าไม่ไปเที่ยวนี้ก็ไม่มีอีกแล้วนะ...


รถติดเครื่องรออยู่แล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที ต้องเร็วรี่ปลดเป้แล้วพับจักรยาน คนรถบอกให้เอาไปเก็บไว้ท้ายรถ...





จากนั้นผมก็ขึ้นไปนั่งที่เบาะท้าย รู้สึกสบายใจ...ตัดสินใจแล้วว่าจะปิด "FB Trip ไป อช.แม่ปิง" วันนี้ที่เชียงใหม่...




ไม่นานกระเป๋าก็ขึ้นมาเก็บค่าโดยสารด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ฟังสำเนียงเสียงพูดแล้วผมรู้ได้ว่าเป็นหนุ่มปกากะญอ...



ค่าโดยสารจากลี้ไปเชียงใหม่แค่ ๖๐ บาทเอง (เจ้า Banian เพื่อนยากขึ้นฟรี)  ผมจ่ายตังค์แล้วหยิบกล้องมองผ่านประตูรถลงไปเก็บภาพไว้หน่อย...


ทางด้านขวาผ่านหน้าต่างอีก ๑ บาน....


หญิงสาวขึ้นมา... ก่อนที่รถจะถอยหลังเคลื่อนตัวออกไป


ลาแล้วจ้า... เมืองลี้ที่รัก!

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปแปดริ้ว - จักรยานขึ้นฟรี


ไม่ต้องโต้เถียงให้เป็นที่ยุ่งยากลำบากใจอีกต่อไปสำหรับการนำจักรยานพับขึ้นรถไฟไทย ทุกเที่ยวทุกขบวนไม่ว่าจะขึ้นเหนือล่องใต้ไปอีสานหรือภาคตะวันออก เป็นที่เข้าใจตรงกันทั้งเจ้าของจักรยานและเจ้าพนักงานรถไฟว่า "ไม่เก็บตังค์"  


จำได้ว่าวันที่ขึ้นรถเร็วเดินทางจากอยุธยาไปอุบลราชธานี วันนั้นคนแน่นมาก ผมหาที่ไว้ให้จักรยาน หอบมันไปไว้ที่ชั้นสอง นายตรวจมาพอดี บอกผมว่าไม่ต้องรีบก็ได้ "จักรยานพับไม่ต้องเสียค่าระวาง"  ผมนำจักรยานพับขึ้นรถไฟมาหลายปี ยังไม่เคยโดนเรียกเก็บตังค์ไม่ว่าจะเป็นใต้โต๊ะหรือบนโต๊ะ เสียแต่ค่าโดยสารชั้น ๓ ซึ่งราคาถูกมาก ๆ (จากฉะเชิงเทรามาบ้านทับช้างแค่ ๙ บาท)... 


สะดวกสบายจริง ๆ ลงรถไฟแล้ว ผมพร้อมที่จะไปไหนก็ได้ภายในเวลาชั่วอึดใจ!


ถ้าเป็นรถดีเซลรางก็ไม่ต้องเอารถขึ้นเก็บไว้บนชั้นวางของ  ที่นั่งที่ดีที่สุดคือบริเวณริมประตู...


ตั้งแต่ยกเลิกรถไฟฟรี การเดินทางพร้อมจักรยานพับก็ยิ่งสะดวกสบายขึ้น ผมไม่ต้องลุ่นว่าจะมีที่นั่งหรือเปล่า?



สำหรับรถธรรมดา รถเร็ว หรือรถด่วน ถ้าไม่ใช่หน้าเทศกาลมีผู้โดยสารไม่มาก ก็ไม่เคยประสบปัญหาในการหาที่นั่งให้ตัวเองและที่นอนให้เจ้า Banian 



เช้าวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ผมปั่นจักรยานไปสถานีบ้านทับช้างเพื่อรอรถไฟเข้ากรุงเทพ ไปถึงยังไม่ทันได้พับรถ จอดตั้งไว้ก่อน นายสถานีเดินมาบอกว่าถ้าไม่พับจะต้องเสียค่าระวาง ๑๐๐ บาท...



ผมรีบพับเจ้าจักรยานเพื่อนยากทันที....


ค่าโดยสารจากสถานีบ้านทับช้างไปสถานีกรุงเทพแค่ ๕ บาท ถ้าจักรยานพับไม่ได้ ผมก็ต้องจ่าย ๑๐๕ บาท!  

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

FB Trip ไปอุบลฯ – สรุปก่อน


สวัสดีครับ...เพื่อน ๆ ที่รัก!  หลังจากใช้เวลา ๖ วันในการเดินทางซึ่งเคยตั้งชื่อไว้ว่า "FB Trip ไปลาวใต้" วันนี้ผมก็ได้กลับถึงบ้านห้างฉัตรแล้วโดยสวัสดิภาพ หรือตามที่ฝาหรั่งเค้าบอกว่า safe and sound !


ผมนั่งรถไฟพรีขบวน 407 จากเด่นชัยมาลงที่สถานีห้างฉัตร เจ้าหน้าที่รถไฟรูปหล่อถามตาแก่ผู้ชอบเดินทางไปกับจักรยานพับสีเขียวว่า "ไปถึงลาวมั้ย?"  ผมตอบว่า ๖ วันไปได้แค่อุบลฯ เอง  ไม่ได้เข้าลาวตามที่คิดไว้!




ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องขอเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า "FB Trip ไปอุบลฯ"  โดยสรุปก่อนแค่เพียงสั้น ๆ ดังนี้...
  • การเดินทางไปกับจักรยานพับคู่ยากโดยไม่ต้องใช้กระเป๋าใส่จักรยานนั้นประสบความสำเร็จสูงสุด หลังจากปะยางแล้วป้ายจารบีก่อนออกเดินทาง เจ้า Banian ก็ไม่ก่อปัญหาให้เป็นที่กังวลใจแม้แต่น้อย
  • การนำจักรยานพับขึ้นรถไฟก็ไม่มีปัญหาด้วยเช่นกัน ผู้คนต่างให้ความสนใจ มีคนหนึ่งถึงขนาดวิ่งลงจากรถไฟมาถามข้อมูลเจ้า Banian เมื่อเห็นผมหิ้วมันลงจากรถไฟไป unfold อย่างรวดเร็ว...ไม่ถึงครึ่งนาที!
  • เดินทางด้วยรถไฟทั้งหมด ๖ เที่ยว เป็นรถไฟฟรี ๕ ขบวน และรถไฟจ่ายตังค์อีก ๑ ขบวน ค่าโดยสารทริปนี้มีเพียง ๑๘๗ บาท
  • สมประสงค์คือได้ไปพิษณุโลกเพื่อเยี่ยมเยียนคุณสถาพรผู้เคยช่วยพาผมจากด่านภูดู่ไปไซยะบูลี
  • ได้ไปเที่ยวเมืองพระนครศรีอยุธยาครึ่งวันเต็ม
  • ที่พักซึ่งจองไว้ที่อุบลราชธานีก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
  • ระหว่างพักอยู่ในอุบลราชธานี ๒ วันเต็ม ก็ได้เที่ยวเต็มที่ ไปวัดเกือบ ๒๐วัด รวมทั้งสวนสาธารณะ ตลาดและสถานีขนส่ง ฯลฯ
  • ได้แวะเที่ยวอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ อีก ๓ ชั่วโมง
  • ทุกแห่งที่ไปได้สัมผัสชีวิตผู้คน ได้เห็นความแตกต่างและความเหมือนซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้
  • ถ่ายรูปกลับมารวมทั้งหมด ๑,๙๕๒ บาน
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ๖ วันรวมแล้ว ๙๑๐ บาท จากค่าอาหาร ผลไม้ ขนม และเครื่องดื่ม (๔๑๐ บาท) - ค่าที่พัก ๒ คืน (๔๐๐ บาท) - ทำบุญให้ทาน (๑๐๐ บาท)


เงินต่างประเทศที่เตรียมไปด้วยก็ยังไม่ได้ใช้นะ...

 
วันนี้ "ลาวใต้" ผมคงจะต้องติดค้างไว้ก่อน ขอเก็บไว้ไปกับอาจารย์จัตุรัสดีฝ่า!

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

A Frame A Day - การาจี ปากีสถาน


๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๘... เกือบ ๘ โมงเช้า ผมเดินออกจากสนามบินการาจี (เมื่อคืนนี้อาศัยสนามบินเป็นที่นอน) ผ่านบรรดาคนขับแท็กซี่ที่ส่งเสียงเรียกระงม เห็นแขกหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้า Rest House จึงตรงเข้าไปถามถึงรถเมล์เข้าเมือง เขาชี้ให้ดูรถที่กำลังเคลื่อนออกจากท่า ผมรีบวิ่งออกไปโบกให้เค้าจอด ขณะกระโดดขึ้นทางประตูหน้า...เห็นคนชับฉีกยิ้มให้!


น่าแปลกใจที่แขกตัวใหญ่กว่าคนไทย แต่รถเมล์ช่างเล็กเหลือเกิน ทางขึ้นก็แคบ แบกเป้ขึ้นรถลำบากหน่อย ที่นั่งก็คับแคบ พอกระเป๋ามาเก็บเงินให้ไป ๕ รูปี เค้าทอนให้ ๓.๒๕ รูปี แสดงว่าค่าโดยสารจากสนามบินเข้าเมือง ๑.๗๕ รูปี


รถแขกไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถน้ำมันหรือรถบรรทุกต่างประดับประดาด้วยลวดลายงดงาม รถเมล์ไม่มีกริ่งหรือออด ผู้โดยสารจะลงก็ใช้มือตบที่ตัวถัง เสียงดังฟังแล้วน่าตกใจ (บังกลาเทศก็ใช้วิธีนี้) เช้านี้ผู้โดยสารมีไม่มาก ไม่มีใครต้องยืน เสียงกระเป๋าตะโกน "ซารา ๆ" เรียกผู้โดยสารไปตลอดทาง...



ระยะทางจากสนามบินเข้าเมืองประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ถนนดีทีเดียว รถก็ไม่มีมาก ร้านรวงส่วนใหญ่ยังไม่เปิดเพราะยังเช้าอยู่...


ผมนั่งอ่านแผนที่ไปตลอดทาง มองผ่านหน้าต่างรถซ้ายที...ขวาที เผื่อว่าจะพบสถานที่หรือป้ายชื่อถนนที่ปรากฏบนแผนที่


พอรถวิ่งข้ามทางรถไฟก็ประมาณได้ว่าใกล้จะถึงตัวเมืองแล้ว ถึงสี่แยกเห็นมีคนลง ผมก็ลงตาม...คิดว่าจากตรงนั้นน่าจะเริ่มเดินหาที่พักได้แล้ว



ก่อนก้าวลงจากรถ ผมตะโกนขอบคุณเสียงดัง คนขับยิ้มและเอียงคอให้!

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

FB Trip ไปลาว - คำตอบที่สถานีขนส่งไชยบุรี


หลังจากได้ที่พักในเมือง สิ่งที่ผมพยายามจะทำให้ได้ก่อนก็คือ "ไปที่สถานีขนส่ง" เพื่อหาข้อมูลสำหรับการเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป...


ที่ไซยะบูลี...จากตลาด (1) ผมปั่นจักรยานระยะทาง ๑ กิโลเมตรไปตามถนนหมายเลข R4 เห็นสามแยก (2) ที่มีวงเวียนอยู่ข้างหน้า


ตรงมุมด้านขวามือเป็น "สวนประตูเมือง" 



อ้อมวงเวียนแล้วปั่นไปอีก ๘๐๐ เมตรก็ถึงทางแยกไปหงสา (4)...




ปั่นเลยไปอีก ๕๐๐ เมตรก็พบสถานีขนส่ง (3) ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ...


ผมเลี้ยวเข้าไปจอดรถไว้ใกล้ตัวอาคารชานชาลา แล้วเดินไปดูตรง "บ่อนขายปี้" หรือที่ขายตั๋ว...


ราคาค่าโดยสาร
ไชยบุรี - หลวงพระบาง = ๕๐,๐๐๐ กีบ
ไชยบุรี - หงสา = ๖๐,๐๐๐ กีบ
ไชยบุรี - เมืองเงิน = ๘๐,๐๐๐ กีบ
ไชยบุรี - เชียงฮ่อน = ๑๑๐,๐๐๐ กีบ
ไชยบุรี - เมืองคอบ = ๑๕๐,๐๐๐ กีบ

มีรถไป "นครหลวงเวียงจันทน์" ด้วยแฮะ  (ต้องขออภัยที่มิได้สอบถามราคาค่าโดยสารมาบอกเพื่อน ๆ)


ใจมุ่งอยู่กับรถตู้ "ไซยะบูลี - หงสา" ที่เห็นจอดอยู่นั่น!  ค่าโดยสาร ๖๐ พัน (คิดด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันเท่ากับ ๒๗๐ บาท)  อืมมมม์...ด้วยระยะทางพอ ๆ กัน.. รถตู้ของบริษัทไทยพัฒนกิจขนส่งซึ่งวิ่งรับส่งระหว่างลำปาง - เชียงใหม่คิดค่าโดยสาร ๗๐ บาท แตกต่างกันค่อนข้างมาก  แสดงว่าเส้นทางจากไซยะบูลีไปหงสาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน...


ผมจูงจักรยานเข้าไปหาคนขับแล้วถามว่ารถคันนี้เมื่อพับแล้วเหลือนิดเดียว...ถ้าจะใส่ไปด้วยได้มั้ย? โชเฟอร์หนุ่มขอให้พับให้ดูก่อน แต่ผมขี้เกียจพับน่ะ เค้าคงจะพอดูออก บอกว่าใส่ไว้ท้ายรถคงได้ ถ้าจะไปให้มาเช้า ๆ หน่อย  รถไปหงสาเต็มออก ๆ ไม่มีเวลาแน่นอน เช้านี้ก็ออกไป ๒ คันแล้ว!  ดีจัง...ผมได้ข้อมูลแล้วว่าถ้าพรุ่งนี้จะนั่งรถตู้ไปหงสาจะต้องทำอย่างไร? เสียค่าโดยสารเท่าไหร่?

แต่ก็ยังอยากปั่นจากไซยะบูลีไปหงสาเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเองอยู่ดี... ผมเว้าลาวถามต่อถึงถนนไปหงสาว่าลำบากมากมั้ย?  ปั่นจักรยานไปได้หรือเปล่า? คนขับรถตู้บอกว่าไม่น่าจะยากเพราะเคยเห็นฝรั่ง ๒-๓ คนชวนกันปั่นไปดูม่วนหลาย!

คำตอบนั้นทำให้ผมเปลี่ยนใจไม่นั่งรถตู้ แต่จะปั่นจักรยานไปหงสาในวันพรุ่งนี้!