๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ ผมนั่งรถบัสจาก Gotong Royong ถึง Binjai ก่อนเที่ยงวัน! หลังจากวันสบาย ๆ ใน Bukit Lawang... ความสับสนวุ่นวายในเมืองใหญ่กลับมาให้เห็นอีกครั้ง
ไม่มีแผนที่, Lonely Planet หรืออุปกรณ์นำทางใด ๆ... ผมใช้ปากนำทางถามเค้าไปเรื่อย ๆ
โชคดีที่ยังเก็บกากตั๋วเอาไว้...ทำให้ง่ายขึ้น
มีคนแนะนำให้ขึ้นรถบัสอย่างดี (ค่าโดยสาร ๒ แสนรูปี) จากบินไจไปสนามบินกัวลานามู ผมต้องหนักแน่น ไม่หลงเชื่อ ไม่งั้นจะเสียเงินเพิ่มขึ้นเป็น ๕ เท่า เงินอินโดนีเซียรูปีที่เหลืออยู่ไม่ถึง ๑ แสนรูปีทำให้ไม่มีสิทธิ์เลือกทางอื่น! เส้นทางข้างหน้าที่ได้วางไว้ชัดเจนแล้วคือ...นั่งรถไปสนามบิน - รอจนถึงเช้า -ขึ้นเครื่องกลับปีนัง ผมไม่รีบร้อน หัวใจไม่บีบคั้น แถมยังมีเวลาเหลือเฟือ จะอยู่เที่ยวในบินไจอีกซัก ๔-๕ ชั่วโมงอย่างที่บอกไว้ก็ทำได้ แต่ตอนนี้ผมอยากกลับไปสนามบินให้เร็วที่สุด เพื่อตรวจสอบเรื่องเที่ยวบินไปปีนังมากกว่า...
แน่ใจว่าท่ารถ ALS อยู่ไม่ไกล...ผมเดินแบกเป้เสาะหา
ยิ่งถาม ยิ่งเดิน ก็ยิ่งใกล้จุดหมายเข้าไปทุกที....
ในที่สุดก็เห็นป้ายชี้ทางไปยังท่ารถ ALS Binjai - Kualanamu
จบแล้ว! การผจญภัยในอินโดนีเซีย ลองถ้าได้มาถึงจุดนี้...ผมมองข้ามช็อตไปถึงตอนนั่ง ferry จาก George Town ไป Butterworth แล้วล่ะ!
ในอาคาร ๑ คูหาเป็นที่จำหน่ายตั๋ว มีเครื่องดื่มและขนมขายด้วย...
รอยยิ้มที่เห็นช่วยย้ำคำพูดของผมที่ว่าอินโดนีเซียน่าเที่ยว!
ไม่ตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่อง หนุ่ม ๆ อินโดสนุกสนานลูกเดียว...
ผมซื้อตั๋ว ๔๐,๐๐๐ รูปีไปบินไจ (ที่นี่เค้าถามชื่อด้วย) แล้วขอเข้าห้องน้ำ!
๑๓.๕๓ น. ...ได้เวลารถออก!
ถึงสนามบินนานาชาติกัวลานามูแล้วคร้าบบบ...
บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Binjai แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Binjai แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558
Kualanamu - Binjai
ก่อนหน้านั้นผมเคยเขียนไว้ว่า..."ครั้งนี้ขอเป็น Bukit Lawang อย่างเดียว โดยจะนั่งรถของบริษัท ALS จากสนามบิน Kuala Namu (1) (๓๐,๐๐๐ รูปี) ไปลงที่ Kota Binjai (2) จากนั้นก็จะหารถต่อไปยัง Bukit Lawang ไปอยู่กับธรรมชาติ (3) กินอาหารสุขภาพ ถ่ายรูปอุรังอุตัง เที่ยวน้ำตก แช่ธารน้ำไหล เข้าดงพงไพร ฯลฯ วันที่ ๙-๑๓ อยู่ใน Bukit Lawang ทั้ง ๕ วันเลย..."
![]() |
| ภาพจาก airportkualanamu.com |
นั่นไง...มีรถบัสสีส้มจอดอยู่
ไม่ต้องถามใครให้เสียเวลา บนกระจกหน้าเขียนชัดเจนว่า "KUALANAMU - BINJAI" ผมกระโดดขึ้นหาที่นั่งบนรถปรับอากาศ ขณะนั้น ๕ โมงเย็นแล้ว!
อืมมมม์..ขึ้นราคาค่าโดยสารอีกแล้ว!! จาก ๓๐,๐๐๐ รูปีเป็น ๔๐,๐๐๐ รูปี เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นลาวหรือเวียดนาม (ถ้าจะแตกต่างก็มีแต่ที่พม่าเมื่อค่าโดยสารรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวลดราคาลงกว่าครึ่ง) ผมจ่ายตังค์ให้กระเป๋าแล้วรับตั๋วโดยสารมาเก็บไว้...
ไม่นานนักล้อรถก็หมุน...พาตาแก่จากเมืองรถม้าออกจากสนามบินกัวลานามู (Bandara Kualanamu)
วิ่งขึ้นทางยกระดับ ผมถ่ายภาพผ่านกระจกรถเอาไว้หน่อย....
หลังจากผ่านโทล์เวย์ ผมเห็นบ้านเมืองสองข้างทางหนาแน่นขึ้น...
๖ โมงกว่า..รู้สึกว่าคงกำลังผ่านตัวเมืองเมดาน ผมเห็นการจราจรติดขัดเป็นระยะ ๆ ในขณะที่ท้องฟ้ามืดลงทุกที ๆ
จริงอย่างที่เค้าว่า... ระยะทางก็ไม่ไกลนัก แต่ใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมง ผมไปถึงบินไจเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท!
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558
Medan – selemat datang
เพื่อน ๆ ที่รัก! "Travellin' light ไป Bukit Lawang" เดินไปได้กว่าครึ่งทางแล้ว ผมจะต้องรวบรัดให้จบภายในเดือนกรกฎาคมนี้ให้ได้... มีทริปใหม่รออยู่ข้างหน้าครับ!
นั่ง window seat ขอนำ bird's-eye view มาฝากเพื่อน ๆ...
พอเครื่องบินจอดสนิท ผู้โดยสารก็เตรียมตัวลง ผมดึงเป้ออกจากที่เก็บแล้วยืนต่อคิว เมื่อขบวนขับเคลื่อน ผมก็ขยับเดินตามไปลงบันได ไม่ยักกะมีงวงช้างแฮะ! แต่มี shuttler bus พาไปส่งยังอาคารผู้โดยสารขาเข้า ลงจากรถแล้วเดินตามไปเรื่อย ๆ จนถึง immigration เค้าขึง tape ไว้เป็นเขาวงกต ให้เดินไปหยุดรอที่หน้า counter ตม.
ผมเดินเอา passport ไปยื่นให้โดยไม่ต้องกรอกบัตร ถูกถามว่ามาทำไม? ตอบว่า...มาเที่ยว อยู่นานแค่ไหน?... อาทิตย์เดียว มีตัวเครื่องบินกลับหรือเปล่า?....มี (ล้วงเอา flight details ของ AirAsia ให้ดู) เจ้าหน้าที่ประทับตราให้โดยปราศจากรอยยิ้มและคำพูดใด ๆ...!
ก่อนหน้านั้นได้คุยกับฝรั่งสาวชาวยุโรปคนหนึ่งซึ่งนั่งรถเมล์คันเดียวกันมาจาก Komtar ผมถามว่าจะไปพักที่ไหน? เธอบอกว่าไม่รู้ แต่ผมรู้...ก็เลยชวนให้แชร์ค่ารถเข้าเมืองไปด้วยกัน เธอเห็นด้วย นำหน้าเธออยู่ประมาณ ๓-๔ คน เมื่อผ่าน ตม. มาแล้ว ผมหยุดยืนรอ เพื่อจะได้เข้าเมืองด้วยกัน พอถึงคิวของนักแบกเป้สาว ปรากฏว่าใช้เวลานานมาก ดูเหมือนว่าจะมีปัญหา ในที่สุดเธอก็ตะโกนจากเคาน์เตอร์ ตม. บอกว่า เค้าจะส่งตัวไปที่ immigration office และไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ถ้ายังไงก็ไปก่อนได้ โอเค...ผมคิดว่าเธอคงจะมีปัญหาเรื่องวีซ่า ซึ่งคงไม่ง่ายนัก ผมต้องไปก่อนแล้วล่ะ ตัดสินใจแบกเป้เดินจากมา Travel light นั้นดีจริง ๆ ทำให้ไม่ต้องไปรอรับสัมภาระที่สายพาน อีกทั้งยังไม่ต้องแลกเงิน เดินลิ่วหาทางออกได้เลย แวะหยุดถามเจ้าหน้าที่ซะหน่อยถึงรถโดยสารไป Binjai เค้าบอกว่าออกจากอาคารแล้วให้เลี้ยวขวา...
ก่อนหลุดออกไป ต้องตรวจสัมภาระอีกครั้ง ผมวางเป้ให้วิ่งผ่านเครื่อง ไม่พอ...เจ้าหน้าที่สาวบอกว่าต้องกระเป๋าคาดเอวด้วย! ได้เล้ย! เมื่อทุกอย่างเรียบโร้ย ผมแบกเป้ก้าวสวบ ๆ ออกไปยังป้ายรถเมล์...
เปลี่ยนแผนโดยไม่ต้องคิดมาก ถ้ายังมีรถ...ผมก็จะไป Binjai ในวันนี้เลย! เป็นไงเป็นกัน!
นั่ง window seat ขอนำ bird's-eye view มาฝากเพื่อน ๆ...
พอเครื่องบินจอดสนิท ผู้โดยสารก็เตรียมตัวลง ผมดึงเป้ออกจากที่เก็บแล้วยืนต่อคิว เมื่อขบวนขับเคลื่อน ผมก็ขยับเดินตามไปลงบันได ไม่ยักกะมีงวงช้างแฮะ! แต่มี shuttler bus พาไปส่งยังอาคารผู้โดยสารขาเข้า ลงจากรถแล้วเดินตามไปเรื่อย ๆ จนถึง immigration เค้าขึง tape ไว้เป็นเขาวงกต ให้เดินไปหยุดรอที่หน้า counter ตม.
ผมเดินเอา passport ไปยื่นให้โดยไม่ต้องกรอกบัตร ถูกถามว่ามาทำไม? ตอบว่า...มาเที่ยว อยู่นานแค่ไหน?... อาทิตย์เดียว มีตัวเครื่องบินกลับหรือเปล่า?....มี (ล้วงเอา flight details ของ AirAsia ให้ดู) เจ้าหน้าที่ประทับตราให้โดยปราศจากรอยยิ้มและคำพูดใด ๆ...!
ก่อนหน้านั้นได้คุยกับฝรั่งสาวชาวยุโรปคนหนึ่งซึ่งนั่งรถเมล์คันเดียวกันมาจาก Komtar ผมถามว่าจะไปพักที่ไหน? เธอบอกว่าไม่รู้ แต่ผมรู้...ก็เลยชวนให้แชร์ค่ารถเข้าเมืองไปด้วยกัน เธอเห็นด้วย นำหน้าเธออยู่ประมาณ ๓-๔ คน เมื่อผ่าน ตม. มาแล้ว ผมหยุดยืนรอ เพื่อจะได้เข้าเมืองด้วยกัน พอถึงคิวของนักแบกเป้สาว ปรากฏว่าใช้เวลานานมาก ดูเหมือนว่าจะมีปัญหา ในที่สุดเธอก็ตะโกนจากเคาน์เตอร์ ตม. บอกว่า เค้าจะส่งตัวไปที่ immigration office และไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ถ้ายังไงก็ไปก่อนได้ โอเค...ผมคิดว่าเธอคงจะมีปัญหาเรื่องวีซ่า ซึ่งคงไม่ง่ายนัก ผมต้องไปก่อนแล้วล่ะ ตัดสินใจแบกเป้เดินจากมา Travel light นั้นดีจริง ๆ ทำให้ไม่ต้องไปรอรับสัมภาระที่สายพาน อีกทั้งยังไม่ต้องแลกเงิน เดินลิ่วหาทางออกได้เลย แวะหยุดถามเจ้าหน้าที่ซะหน่อยถึงรถโดยสารไป Binjai เค้าบอกว่าออกจากอาคารแล้วให้เลี้ยวขวา...
ก่อนหลุดออกไป ต้องตรวจสัมภาระอีกครั้ง ผมวางเป้ให้วิ่งผ่านเครื่อง ไม่พอ...เจ้าหน้าที่สาวบอกว่าต้องกระเป๋าคาดเอวด้วย! ได้เล้ย! เมื่อทุกอย่างเรียบโร้ย ผมแบกเป้ก้าวสวบ ๆ ออกไปยังป้ายรถเมล์...
เปลี่ยนแผนโดยไม่ต้องคิดมาก ถ้ายังมีรถ...ผมก็จะไป Binjai ในวันนี้เลย! เป็นไงเป็นกัน!
ป้ายกำกับ:
การเดินทาง,
ตม.,
อินโดนีเซีย,
AirAsia,
Binjai,
Medan,
selemat datang
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















































