๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕... กลิ่นอาหารปิ้งย่างคละคลุ้ง พัดโชยจากซุ้มอาหารงานมหกรรมของกิ๋นลำเมืองเชียงของมาเข้าจมูก ผมเดินตรงรี่ไปดูโดยไม่ลังเล!!
เคยเห็นงานรูปแบบเดียวกันนี้มาก่อน คือจะมีซุ้มอาหารทั้งหวานคาวตั้งเรียงรายให้นักชิมได้เลือกซื้อ ได้อาหารและเครื่องดื่มแล้ว ก็นำไปนั่งกินกันที่โต๊ะบนลานกว้าง พร้อมกับชมการแสดงบนเวทีไปด้วย แต่ตอนที่ผมไปถึงนั้น เค้ายังไม่ได้เปิดงาน คงจะรอจะให้ค่ำกว่านั้นอีกหน่อย!
แต่ซุ้มอาหารเปิดแล้ว! อืมมมม… “วัวหันสันกำแพง” ก็มากับเค้าด้วย (พูดถึงเรื่องร้านอาหารวัวหันสันกำแพง ความจริงผมมีเรื่องที่จะคุยได้เจาะลึกเลย คิดว่าสักวันผมคงจะได้เล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง)
สำหรับผมแล้ว…อาหารบนจานโฟมดูจะไม่ค่อยชวนกินสักเท่าไหร่!! และถ้าใส่ของร้อน ๆ ก็ยิ่งไม่ดี!
มาดูรายการอาหารกันหน่อยนะ…
ใกล้ ๆ บ้านผมก็มีร้านอาหารชื่อ “ครัวยะลา” ขายอาหารปักษ์ใต้แท้ ๆ แต่ที่เห็นเนี่ยดูจะเป็นอาหารแกล้มเหล้าทั่ว ๆ ไป…
โรงแรมใหญ่ ๆ ก็ยกห้องอาหารมาให้บริการกันถึงที่ ราคาก็ไม่แพง…
“บ้านขนมหวาน” ก็มาร่วมเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้กับนักชิ (อิอิ) เม็ดขนุนนั่นของโปรดของผมเชียวหละ!
เพื่อน ๆ อยากกินยำอะไร? ลองเลือกดูนะ
ยำให้เห็นกันจะจะ แม่ครัวบีบมะนาวเรียกน้ำลายคนซื้อให้สอได้เลย!!
งานอย่างนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสวรรค์ของนักกิน…
พอดีผมไม่ใช่ “นักกิน” และตัวเองก็ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ ก็เลยอยากจะมีความสุขอยู่กับการได้ดูคนอื่นกินมากกว่า จากนั้นผมก็เดินกลับที่พัก ผ่านสวนหย่อมที่ช่างฟ้อนและบรรดานักแสดงกำลังรอเวลาเปิดงาน…
ระหว่างเดินกลับ “บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์”…ผมแวะร้านอินเทอร์เน็ต ขอออนไลน์สัก ๑ ชั่วโมง เพื่อเขียนบล็อกและส่งข่าวถึงเพื่อน ๆ (หมดไป ๓๐ บาท)
กลับเข้าห้องพัก แปลกแท้ ๆ ที่ผมไม่รู้สึกหิวเลย (ยิ่งได้ไปเดินสูดกลิ่นอาหารในงานของกิ๋นลำมาด้วย) แต่ก็ต้องกิน ผมนำขนมปังโฮลวีทออกมากินกับนมแลคตาซอย เพื่อจะได้กินยาหลังอาหาร…
จากนั้นผมก็นุ่งผ้าเช็ดตัว ล็อคห้อง (อย่าลืมนำกุญแจไปด้วย) แล้วออกไปอาบน้ำสระผมที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านนอก อากาศเย็นแต่ก็ไม่ถึงกับหนาว ความจริงเครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่จำเป็น เพราะที่นี่น้ำไหลไม่แรง มันก็เลยกลายเป็นเครื่องทำน้ำร้อนไป!
อาบน้ำสระผมแล้วกลับเข้าห้อง…ผมนั่งเขียนไปรษณียบัตรถึงเพื่อน ๆ พอเมื่อยก็เปลี่ยนไปนอนเขียน ในขณะที่เสียงจากเวทีงาน “มหกรรมของกิ๋นลำฯ” ลอยมาตามลม กระแทกแก้วหูผมอย่างต่อเนื่อง (อิอิ) ได้ยินชัดถ้อยชัดคำตั้งแต่เค้าเริ่มกล่าวเปิดงาน ตามด้วยการแสดงทั้งของไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นก็เป็นการแสดงดนตรีไปจนถึงสองยาม..
เมื่อเดือนเมษายนผมมาพักห้องนี้ คืนนั้นมีพายุฝน ทำเอาไฟฟ้าดับทั้งเมือง ผมต้องนอนอยู่ในความมืดตั้งแต่ ๓ ทุ่ม แต่คืนนี้สบายมากครับ นอนฟังเพลงจนหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว!!
เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะว่าแผนการเดินทางของผมจะเป็นเช่นไร!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น