แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เชียงของ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เชียงของ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

พาสปอร์ตใหม่ไปลาว – วัดหลวงกับสังขารธรรม

๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕....  ๗ โมงกว่า ๆ ผมก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนลานซีเมนต์หน้าพระอุโบสถวัดหลวง หรือวัดไชยสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย สูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วมองออกไปรอบตัว ที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกพระอาทิตย์ขยับตัวสูงขึ้น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี  ดูเหมือนการปรับ Auto Color ในโปรแกรม PhotoShop ไม่มีผิด!


ผมเห็นแผ่นดิน สปป. ลาว อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ไม่ไกลเลย…แค่มีแม่น้ำโขงขวางกั้น บ่ายวันนี้คงจะได้ไปเหยียบ! หันกลับมาดูพระอุโบสถซึ่งยังคงปิดอยู่ คิดว่าวัดวาอารามของไทยจะเปิดกว้างให้ผู้คนเข้าออกได้ง่าย ๆ เหมือนวัดในหลวงพระบางซึ่งผมไปเห็นเมื่อเดือนเมษายนคงจะไม่มีแล้ว!





 

เครื่องใช้ไฟฟ้าและจักรยานยนต์เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เหมือนตัวโน้ต Dissonance ในบทเพลงคุ้นหู…


เจ้า Nikon D50 ทำหน้าที่ของมันอย่างไม่งอแง…


 

ได้เรียนรู้ธรรมะจากอาขยานล้านนา “สังขารธรรม”
    ๑๐ ปี อาบน้ำบ่หนาว
    ๒๐ ปี แอ่วสาวบ่ก่าย
    ๓๐ ปี บ่หน่ายสงสาร
    ๔๐ ปี เยี่ยะการเหมือนฟ้าผ่า
    ๕๐ ปี สาวน้อยด่าบ่เจ็บใจ๋
    ๖๐ ปี ไอเหมือนฟานโขก
    ๗๐ ปี มะโหกเต็มตัว
    ๘๐ ปี ใคร่หัวเหมือนไห้
    ๙๐ ปี ไข้ก็ต๋าย บ่ไข้ก่ต๋าย
ตามวัย…สายตาผมไปหยุดอยู่ที่  “๖๐ ปี ไอเหมือนฟานโขก”  อะไรกันนะ..“ฟานโขก”?    (ฟานโขก แปลว่าไอแห้งหรือลักษณะคล้ายคนเป็นโรคปอด – ที่มา http://www.sahavicha.com)    ครับ …ผมไออย่างนั้นจริง ๆ ด้วย!


ออกจากวัดหลวง…ผมถ่ายภาพป้ายไว้ ๑ บาน ก่อนที่จะเดินกลับที่พัก


ขอให้ผมได้แบกเป้ไปเที่ยวลาว และมีชีวิตอยู่เขียนบล็อกได้แค่มะโหกขึ้นตัวก็พอแล้ว!

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2556

พาสปอร์ตใหม่ไปลาว – มหกรรมของกิ๋นลำและท่องเที่ยวเมืองเจียงของ


๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕...  กลิ่นอาหารปิ้งย่างคละคลุ้ง พัดโชยจากซุ้มอาหารงานมหกรรมของกิ๋นลำเมืองเชียงของมาเข้าจมูก ผมเดินตรงรี่ไปดูโดยไม่ลังเล!!


เคยเห็นงานรูปแบบเดียวกันนี้มาก่อน คือจะมีซุ้มอาหารทั้งหวานคาวตั้งเรียงรายให้นักชิมได้เลือกซื้อ  ได้อาหารและเครื่องดื่มแล้ว ก็นำไปนั่งกินกันที่โต๊ะบนลานกว้าง พร้อมกับชมการแสดงบนเวทีไปด้วย  แต่ตอนที่ผมไปถึงนั้น เค้ายังไม่ได้เปิดงาน คงจะรอจะให้ค่ำกว่านั้นอีกหน่อย!


แต่ซุ้มอาหารเปิดแล้ว!  อืมมมม…  “วัวหันสันกำแพง” ก็มากับเค้าด้วย   (พูดถึงเรื่องร้านอาหารวัวหันสันกำแพง ความจริงผมมีเรื่องที่จะคุยได้เจาะลึกเลย คิดว่าสักวันผมคงจะได้เล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง)


สำหรับผมแล้ว…อาหารบนจานโฟมดูจะไม่ค่อยชวนกินสักเท่าไหร่!!  และถ้าใส่ของร้อน ๆ ก็ยิ่งไม่ดี!

 

มาดูรายการอาหารกันหน่อยนะ… 






ใกล้ ๆ บ้านผมก็มีร้านอาหารชื่อ “ครัวยะลา” ขายอาหารปักษ์ใต้แท้ ๆ  แต่ที่เห็นเนี่ยดูจะเป็นอาหารแกล้มเหล้าทั่ว ๆ ไป…


โรงแรมใหญ่ ๆ ก็ยกห้องอาหารมาให้บริการกันถึงที่  ราคาก็ไม่แพง…


“บ้านขนมหวาน” ก็มาร่วมเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้กับนักชิ (อิอิ)  เม็ดขนุนนั่นของโปรดของผมเชียวหละ!




เพื่อน ๆ อยากกินยำอะไร?  ลองเลือกดูนะ



ยำให้เห็นกันจะจะ  แม่ครัวบีบมะนาวเรียกน้ำลายคนซื้อให้สอได้เลย!!


งานอย่างนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสวรรค์ของนักกิน…



พอดีผมไม่ใช่ “นักกิน” และตัวเองก็ไม่บริโภคเนื้อสัตว์  ก็เลยอยากจะมีความสุขอยู่กับการได้ดูคนอื่นกินมากกว่า จากนั้นผมก็เดินกลับที่พัก ผ่านสวนหย่อมที่ช่างฟ้อนและบรรดานักแสดงกำลังรอเวลาเปิดงาน…
 



ระหว่างเดินกลับ “บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์”…ผมแวะร้านอินเทอร์เน็ต ขอออนไลน์สัก ๑ ชั่วโมง เพื่อเขียนบล็อกและส่งข่าวถึงเพื่อน ๆ (หมดไป ๓๐ บาท)


กลับเข้าห้องพัก แปลกแท้ ๆ ที่ผมไม่รู้สึกหิวเลย (ยิ่งได้ไปเดินสูดกลิ่นอาหารในงานของกิ๋นลำมาด้วย)  แต่ก็ต้องกิน ผมนำขนมปังโฮลวีทออกมากินกับนมแลคตาซอย เพื่อจะได้กินยาหลังอาหาร…

จากนั้นผมก็นุ่งผ้าเช็ดตัว ล็อคห้อง (อย่าลืมนำกุญแจไปด้วย) แล้วออกไปอาบน้ำสระผมที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านนอก  อากาศเย็นแต่ก็ไม่ถึงกับหนาว ความจริงเครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่จำเป็น  เพราะที่นี่น้ำไหลไม่แรง มันก็เลยกลายเป็นเครื่องทำน้ำร้อนไป!

อาบน้ำสระผมแล้วกลับเข้าห้อง…ผมนั่งเขียนไปรษณียบัตรถึงเพื่อน ๆ พอเมื่อยก็เปลี่ยนไปนอนเขียน ในขณะที่เสียงจากเวทีงาน “มหกรรมของกิ๋นลำฯ” ลอยมาตามลม กระแทกแก้วหูผมอย่างต่อเนื่อง (อิอิ)  ได้ยินชัดถ้อยชัดคำตั้งแต่เค้าเริ่มกล่าวเปิดงาน ตามด้วยการแสดงทั้งของไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นก็เป็นการแสดงดนตรีไปจนถึงสองยาม..

เมื่อเดือนเมษายนผมมาพักห้องนี้  คืนนั้นมีพายุฝน ทำเอาไฟฟ้าดับทั้งเมือง ผมต้องนอนอยู่ในความมืดตั้งแต่ ๓ ทุ่ม แต่คืนนี้สบายมากครับ นอนฟังเพลงจนหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว!!
 

เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะว่าแผนการเดินทางของผมจะเป็นเช่นไร!