วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

วัดไตรมิตรวิทยาราม

จากเยาวราช (1) ผมเดินข้ามถนนเจริญกรุงไปยังวัดไตรมิตรวิทยาราม...


ผ่านซุ้มประตู (2)... ผมเดินแบกเป้เข้าไปในวัดไตรมิตรวิทยาราม ซึ่งเดิมมีชื่อว่า "วัดสามจีน"


แดดจัดแล้ว... มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกันตั้งแต่เช้า ผมเห็นกลุ่มทัวร์จีน ทัวร์ฝรั่ง พากันเดินขึ้นไปยังพระมหามณฑป (3) เพื่อชมพระพุทธรูปทองคำซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก!
















เยื้องกับพระมหามณฑป มีพระอุโบสถหลังใหม่ (4) สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ หลวงวิศาลศิลปกรรมเป็นผู้ออกแบบ โดยก่อสร้างเป็นเฟอร์โรคอนกรีต ทรงจตุรมุข หลังคาสามชั้น มีชานรอบพระอุโบสถ....


บานประตูหน้าต่างเขียนลายรดน้ำ...




บนลานคอนกรีตมองหาต้นไม้เขียว ๆ ไม่ค่อยเจอ ช่างต่างกับวัดทางภาคเหนือเสียจริง!


ชายแก่ผู้เดินทางมาจากเชียงใหม่อาศัยลานหน้าสถานีหัวลำโพงเป็นที่หลับนอน ประจวบกับห้องน้ำของสถานีรถไฟใช้การไม่ได้เพราะอยู่ในช่วงปรับปรุง การได้มาอาศัยใช้ห้องน้ำของวัดไตรมิตร (5) จึงเป็นสิ่งที่วิเศษสุด!


ได้เวลากลับไปที่รุ่งทรัพย์การท่องเที่ยวแล้วครับ!

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

เผลอนิดเดียว!


เช้าวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ ด้วยเที่ยวบิน QZ103 ของ AirAsia ผมเดินทางจากสนามบินนานาชาติกัวลานามู (เมดาน) กลับมาถึงสนามบินปีนัง เมื่อเวลาประมาณ ๗ โมงเช้า...ตามเวลาท้องถิ่น


ลงจากเครื่องแล้วก้าวเดินไปตามงวงช้าง ผมตามขบวนผู้โดยสารสู่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ไปยืนเข้าคิวเพื่อผ่าน passport control ปัจจุบันนี้ประเทศมาเลเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งยกเลิกการกรอกบัตรเข้าออก (arrival and departure cards) แล้ว นักเดินทางจึงไม่ต้องเขียนอะไร ผมทำแค่เพียงถอดหมวกออกให้เห็นใบหน้าชัดเจน แล้วยื่นหนังสือเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ ไม่มีปัญหาอะไรครับ เค้าให้ผมใช้ปลายนิ้วชี้ทั้ง ๒ ข้างแตะที่แป้นกระจก จากนั้นก็ติดสติ๊กเกอร์สีเขียวลงบนหนังสือเดินทางแล้วประทับตรา ทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน!


ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบินผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องตีกรอบให้เร่งรีบ ค่อย improvise เส้นทางกลับสู่เมืองไทย หลังจากผ่าน ตม...ผมไม่ต้องไปยืนรอสัมภาระที่สายพาน เดินตรงไปยัง security check แล้วแบกเป้ออกจากสนามบินได้เลย  บรรยากาศยามเช้ายังขมุกขมัวเมื่อผมเดินไปถึงจุดขึ้นรถประจำทาง...


รู้ว่าค่ารถเมล์สาย 401E ไปยัง Jetty คือ 2.70 MYR  ระบบการเก็บเงินของที่นี่ก็เหมือนกับที่สิงคโปร์ คือต้องเตรียมเงินไว้หยอดลงในที่รับค่าโดยสารข้างคนขับ...


ผมเตรียมเงินไว้ครบตามจำนวนแล้วกำไว้แน่น...


ระหว่างที่รถเมล์...ผมหันกลับไปถ่ายภาพอาคารสนามบินไว้อีก ๑ บาน!


พอเหลียวกลับมาก็เห็นรถเมล์สาย 401E วิ่งเข้าจอดรอรับ อารามเร่งรีบ...ผมเก็บกล้องแล้วเดินตรงไปขึ้นรถทันที!!  คนขับบอกว่า "Two seventy" เมื่อทราบว่าผมจะไปลงที่ Jetty


ผมแบมือที่กำเงินค่าโดยสารออกจ่าย  โธ่เว้ย...ดันมีไม่ครบ มันตกหายไป 20 เซนต์ในระหว่างที่รีบมาขึ้นรถ ผมต้องหยิบแบ้งค์ ๑ ริงกิตออกมาผสมแล้วหย่อนลงในช่องรับค่าโดยสาร เจ้าเครื่องบ้านั่นก็ไม่มีสมองให้ทอนเงินซะด้วย หยอดลงไป ๓ ริงกิตมันกินหมด...


คนขับยื่นตั๋วให้ ก่อนที่จะเหยียบคันเร่งพารถเคลื่อนออกไป...


ตกลงแค่เผลอตัวนิดเดียวทำให้ตังค์หล่นหาย ๒๐ เซนต์ เช้านี้ผมประเดิมด้วยการเสียเงินเปล่าไป ๕๐ เซนต์!!  อยากเขกหัวตัวเอง แต่ภาพสองข้างทางที่รถวิ่งผ่านไปทำให้ผมลืมเรื่องความผิดพลาดของตัวเองเสียสิ้น!!









เพื่อน ๆ ที่รักครับ วันนี้เรากลับเมืองไทยกันนะ...

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

ที่ซุกหัวนอน

อยากจะเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องการเดินทางไปอินโดนีเซียให้แตกต่างจากที่เคยเขียน กล่าวคือผมจะไม่บรรยายและโพสต์ภาพเรียงไปตามลำดับจากจุดเริ่มต้นไปจนสิ้นสุดการเดินทาง แต่จะหยิบออกมาคุยในแต่ละเรื่องที่เห็นว่าเหมาะสมและอาจมีประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ที่รักการเดินทางประเภทใช้เงินน้อยแต่ได้ประสบการณ์เยอะ!

ไปอินโดฯ คราวนี้ผมทำพลาดหลายอย่าง ซึ่งไม่อายที่จะเล่าให้ฟัง หลายเรื่องเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า บางอย่างเป็นการเอาตัวรอด บางเรื่องก็ไม่คาดคิดมาก่อน!!  การหาที่พักหรือที่ซุกหัวนอนเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งน่าสนใจ!


แต่ไหนแต่ไรมาแล้วผมไม่เคยคิดจองที่พักล่วงหน้า เป็นคนที่ค่อนข้างมองโลกสวย คิดว่าหนทางเบื้องหน้าจะต้องมีทางออกให้เสมอ แต่ทุกวันนี้รูปแบบของการเดินทางได้เปลี่ยนแปลงไปมาก นับตั้งแต่มีการจองที่พักออนไลน์ มีเว็บให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและสถานที่ต่าง ๆ ที่นักเดินทางสามารถหาคำตอบได้โดยง่าย ที่พักเกือบทุกแห่งมี free wifi ให้ได้เชื่อมต่อสื่อสารถึงกันได้แม้อยู่ห่างกันคนละมุมโลก  แม้ในอ้อมกอดของป่าเขาลำเนาไพรอย่างเช่น Bukit Lawang ก็ยังมี wifi ให้ใช้เหมือนกับใน George Town บนเกาะปีนัง



จองที่พักล่วงหน้าดีมั้ย?  ผมชักจะเห็นด้วยแล้วว่ามันดี อย่างเช่น การจอง Friendly Green House ผ่าน booking.com โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทำให้ผมมั่นใจได้ว่ามีที่พักแน่นอนเมื่อไปถึงเกาะปีนัง ยิ่งปัจจุบันนี้มี app ของแต่ละเว็บ อย่างเช่น booking.com หรือ hostelworld,com ให้ดาวน์โหลดมาไว้บน smart phone อะไร ๆ ก็ดูจะง่ายไปหมด...


การจองที่พักออนไลน์และการหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตระหว่างการเดินทาง เป็นสิ่งที่ผมเริ่มนำเข้ามาใช้เป็นครั้งแรกในทริปที่ผ่านมา สะดวกและราบรื่นดีทุกอย่างทั้งที่พักในมาเลเซียและอินโดนีเซีย  คิดว่าคราวหน้าถ้าไปไซ่ง่อน...ผมก็จะใช้วิธีนี้อีก!

อย่างไรก็ตามในช่วง ๒ สัปดาห์ของการเดินทางก็ต้องพักค้างตามโรงแรมอื่น ๆ อีก ผมต้องอาศัยนอนบนลานหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง...


นั่งหลับบนขบวนรถเร็วกรุงเทพ-สุไหงโกลก....


พักที่ "ฟ้าอันรุ่ง" โรงแรมเก่าแก่ของเมืองเบตง...


ถึงมาเลเซียก็ต้องหาที่พักในเมือง Baling...


แถมยังต้องหาที่พักคืนแรกใน Bukit Lawang เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางโดยไม่คาดคิด...


และที่ลืมไม่ลงก็คือ การอาศัยเก้าอี้ในสนามบิน Kuala Namu เป็นที่นั่งหลับทั้งคืน...


สรุปค่าที่พักสำหรับทริปครั้งนี้ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑,๖๙๕ บาท ที่แพงที่สุดคือโรงแรมใน Baling ราคาคืนละ ๒๒๐ บาท ส่วนที่ถูกที่สุดคือ Rain Forest ใน Bukit Lawang คืนละ ๑๑๐ บาท...

เงิน ๑,๖๙๕ บาท...บางท่านอาจใช้พักในโรงแรมหรูได้เพียงคืนเดียว!!