เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ เครื่องบินแอร์เอเซีย (อินโดนีเซีย) เที่ยวบิน QZ8501 ซึ่งบินจากสุราบายาไปสิงคโปร์ได้ตกลงในทะเลจาวา สาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้ผู้โดยสาร ๑๕๕ คนและลูกเรือ ๗ คนเสียชีวิต
เครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่อง airbus A320-216 (ภาพจากวิกิพีเดีย) แบบเดียวกับที่ผมนั่งจากปีนังไปเมดาน...
ที่อยากจะเขียนถึงก่อนในวันนี้ เป็นเรื่องของความตื่นเต้นที่ได้รับจากการถูกเปลี่ยนเที่่ยวบินโดยไม่รู้ตัว ผมกล่าวนำด้วยเรื่องการตกของเที่ยวบิน QZ8501 ของแอร์เอเซีย (อินโดนีเซีย) เพราะว่ามีครอบครัวหนึ่งซึ่งรอดชีวิตเนื่องจากทาง AirAsia ได้ส่งเมลแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินโดยให้ไปขึ้นเครื่องก่อนกำหนดเวลาเดิม ซึ่งก็คือเที่ยวบินมรณะดังกล่าว พอดีผู้โดยสารไม่ได้เช็คเมลจึงไม่ทราบ เมื่อไปถึงสนามบินก็พบว่าเครื่องบินออกไปแล้ว ทีแรกก็เดือดดาล แต่เมื่อได้ทราบถึงอุบัติเหตุที่เกิดกับเที่ยวบิน QZ8501 คงจะถึงกับตบอก...ขอบคุณพระเจ้า!
ส่วนประสบการณ์ของผมก็คล้ายกัน คือไม่ได้อ่านเมลจาก AirAsia ในหัวข้อ "Flight Cancellation Notice" แจ้งว่า "Dear Guest, we regret to inform you that your AirAsia flight has been cancelled due to circumstances beyond our control..."
หมายความว่าไม่มีเที่ยวบิน QZ105 ตาม booking ของผม...
เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๘ (สองวันก่อนกำหนดบิน) AirAsia ก็เมลให้ทราบอีกครั้งถึงการเปลี่ยน Flight QZ105 เป็น QZ103 ซึ่งจะออกจากสนามบินปีนังเวลา ๑๖.๓๕ น....
พอดีผมไม่ได้เช็คเมล!!! จึงไม่รู้ว่า departure time ของผมเปลี่ยนจากเวลา ๒๑.๓๕ น.ไปเป็น ๑๖.๒๕ น. อะไรไม่สำคัญเท่ากับว่าตลอดเวลาผมคิดอยู่อย่างเดียวว่า "เครื่องออก ๓ ทุ่ม!" เช็คเอ้าท์ออกจาก Friendly Green House แล้ว ผมนั่งรถเมล์สาย 401 ไปลงที่ Snake Temple ก่อน
เพลิดเพลินอยู่กับการถ่ายรูปสาวที่ทำหน้าแหยเมื่อมีงูคล้องคอ...
เที่ยวดูแบบฆ่าเวลา เพราะเที่ยวบินของตัวเองออกเวลา ๓ ทุ่ม....
อยู่จนบ่าย ผมก็ไม่ได้สนใจว่ากี่โมงกี่ยาม สนามบินอยู่ห่างจาก Snake Temple นิดเดียว ยังไง ๆ ก็ทันและมีเวลาเหลือเฟือ! ผมเดินไปที่ร้านอาหารหน้าวัด สั่งก๋วยเตี๋ยวผัดและกาแฟเย็นมากินอย่างใจเย็น...
กินเสร็จแล้วถึงค่อยเดินข้ามถนนไปรอรถเมล์...
รถเมล์วิ่งมาคันนึงแล้วผ่านเลยไป ต้องรออีกพักใหญ่กว่าเจ้า 401E มาจอดรับแล้วพาไปส่งถึงสนามบิน...
ก็ยังใจเย็นอยู่นะ ผมเดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสารอย่างเนิบนาบ...
ถึงข้างในแล้วก็ยังเดินไปเข้าห้องน้ำอีก ในใจคิดว่าเพิ่งบ่ายสาม ยังมีเวลาอีกตั้ง ๕ ชั่วโมง จะรีบร้อนไปทำไม? กลับมาจากห้องน้ำก็ไปยืนดูที่บอร์ดเห็นเที่ยวบิน QZ103 ของ AirAsia boarding time 15:55 ก็ยังคิดว่านั่นไม่ใช่เที่ยวบินของเราอยู่นั่นเอง! พอดีเหลือบไปเห็น Kiosk สำหรับ self check-in อยู่ใกล้ ๆ ก็เลยถือโอกาสเข้าไปเช็คอินซะเลย...
และแล้วความตื่นเต้นก็บังเกิด เมื่อ boarding pass ออกมาแล้วพบว่าเที่ยวบินของผมคือ QZ103...!!!
ไม่มีเวลาแม้แต่จะมองดูว่าตอนนั้นเวลาเท่าไหร่แล้ว...ผมแบกเป้วิ่งหาข่องทางสำหรับผู้โดยสารขาออก ในมือกำหนังสือเดินทางและ boarding pass ไว้แน่น สอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่าต้องขึ้นไปชั้นสอง พอขึ้นไปแล้วยังต้องผ่าน passport control และเครื่องเอ็กซเรย์อีก กว่าจะไปถึงจุดนั่งรอขึ้นเครื่อง (Gate A5) หัวใจแทบวาย!
ขณะขึ้นเครื่อง...ผมถามตัวเองว่าถ้าหากออกมาจาก Snake Temple ช้าไปเพียงแค่ขึ้นรถเมล์คันที่สองไม่ทัน อะไรจะเกิดขึ้น?
ผมคงต้องตบอกผาง เมื่อพบว่ามาถึงแล้ว ไม่มีเครื่องให้นั่งไปอินโดนีเซีย!
บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558
What a wonderful world!
In Bukit Lawang I have seen whatever that Louis Armstrong describes in his favorite song "What A Wonderful World"...
I see trees of green, red roses too
I see them bloom for me and you
And I think to myself what a wonderful world.
I see skies of blue and clouds of white
The bright blessed the day, the dark sacred night
And I think to myself what a wonderful world.
The colors of the rainbow so pretty in the sky
Are also on the faces of people going by
I see friends shaking hands saying how do you do
But they're really saying is I love you.
I hear baby's crying and I watched them grow
They'll learn much more than I'll ever know
And I think to myself what a wonderful world.
Yes, I think to myself what a wonderful world.
กลับมาถึงบ้านตั้งแต่เย็นวันนี้ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๘ แล้วครับ หลังจากการเดินทางรวมทั้งสิ้นประมาณ ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย...
แล้วจะเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่านนะครับ...
วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558
Travellin’ light ไป Bukit Lawang – ๑ วันก่อนออกเดินทาง
พร้อมแล้วครับ สำหรับการเดินทางแบบตัวเบาไป Bukit Lawang วันนี้ผมอยู่เชียงใหม่ กำลังรอที่จะออกเดินทางด้วยรถเร็วขบวน 102 ไปกรุงเทพในวันพรุ่งนี้เช้า...
จัดเตรียมข้าวของที่จะนำลงเป้ไว้แล้ว ดูเหมือนว่า"ยา" ที่นำไปด้วยจะมีมากจนน่าเป็นห่วง ก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับนักเดินทางสูงวัย ซึ่งมิใช่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ผู้แข็งแรงปานม้าศึก กล้องถ่ายรูปที่นำไปก็มีเพียงตัวเดียว แต่มี memory card ไปเยอะหน่อย เพราะตั้งใจว่าคราวนี้จะถ่ายวิดิโอด้วย
ที่พิเศษและค่อนข้างหนัก คือ ถุงเสบียง ๒ ถุง บรรจุน้ำดื่มขวดใหญ่ ๔ ขวด นมแลคตาซอย ๕ กล่อง กล้วยอบ ๑๕ ลูก มูสลี่ประมาณ ๔๐๐ กรัม แอปเปิ้ล+ฟักทองตากแห้ง และขนมปังโฮลวีท...
สำหรับเสื้อผ้าก็ไม่แตกต่างกับทริป travellin' light ไปเวียดนามเมื่อปีกลาย เพียงแต่คราวนี้มีโสร่งและกางเกงสำหรับใสเล่นน้ำในลำธารไปด้วย..
ทีแรกผมตั้งใจจะพก net bookไปด้วย แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีพื้นที่พอ ผมคงจะรายงานเรื่องการเดินทางทาง facebook ได้เพียงทางเดียว บล็อกนี้คงจะเงียบอีกนาน...
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามอ่านครับ!
จัดเตรียมข้าวของที่จะนำลงเป้ไว้แล้ว ดูเหมือนว่า"ยา" ที่นำไปด้วยจะมีมากจนน่าเป็นห่วง ก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับนักเดินทางสูงวัย ซึ่งมิใช่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ผู้แข็งแรงปานม้าศึก กล้องถ่ายรูปที่นำไปก็มีเพียงตัวเดียว แต่มี memory card ไปเยอะหน่อย เพราะตั้งใจว่าคราวนี้จะถ่ายวิดิโอด้วย
ที่พิเศษและค่อนข้างหนัก คือ ถุงเสบียง ๒ ถุง บรรจุน้ำดื่มขวดใหญ่ ๔ ขวด นมแลคตาซอย ๕ กล่อง กล้วยอบ ๑๕ ลูก มูสลี่ประมาณ ๔๐๐ กรัม แอปเปิ้ล+ฟักทองตากแห้ง และขนมปังโฮลวีท...
สำหรับเสื้อผ้าก็ไม่แตกต่างกับทริป travellin' light ไปเวียดนามเมื่อปีกลาย เพียงแต่คราวนี้มีโสร่งและกางเกงสำหรับใสเล่นน้ำในลำธารไปด้วย..
ทีแรกผมตั้งใจจะพก net bookไปด้วย แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีพื้นที่พอ ผมคงจะรายงานเรื่องการเดินทางทาง facebook ได้เพียงทางเดียว บล็อกนี้คงจะเงียบอีกนาน...
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตามอ่านครับ!
วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558
Travellin’ light ไป Bukit Lawang – ประกันการเดินทาง
ผมขอกราบขอบพระคุณเพื่อน ๆ ที่ได้ให้ความเป็นห่วงในการเดินทางลงใต้เพื่อมุ่งหน้าสูปีนังของผมในครั้งนี้ เพื่อความสบายใจก็จะพยายามปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางให้เสี่ยงภัยน้อยที่สุดนะครับ...
อย่างไรก็ตาม ชีวิตผมเดินมาได้ถึงตอนนี้ ผมก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วค่อนข้างเต็มที่ ถ้ามีอันจะต้องจากโลกนี้ไป ขอเพียงอย่างเดียวว่า ถ้าจะไปก็ขอให้ไปเลย อย่าได้เจ็บป่วยพิกลพิการให้เป็นที่ลำบากสำหรับคนอื่นก็แล้วกัน ในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถใช้เป็นอาจารย์ใหญ่ได้ ก็ขอให้ผู้ที่ยังอยู่ช่วยกำจัดให้หมดไปโดยไม่รีรอ...
นี่คือเจตจำนงของผม!!
ถึงกระนั้น การเดินทางครั้งนี้ผมก็ได้ทำประกันไว้แล้วกับบริษัท CIGNA (ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โทร ๑๗๕๘ หรือ ๐๒ ๗๖๓๐๐๐๐) กรมธรรม์หมายเลข INP000871
คุ้มครอง ๑๕ วัน เริ่มต้น ๓ เมษายน ๒๕๕๘ (๐๐.๐๑ น.) สิ้นสุด ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ (๒๔.๐๐ น.) คุ้มครองดังนี้..
อย่างไรก็ตาม ชีวิตผมเดินมาได้ถึงตอนนี้ ผมก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วค่อนข้างเต็มที่ ถ้ามีอันจะต้องจากโลกนี้ไป ขอเพียงอย่างเดียวว่า ถ้าจะไปก็ขอให้ไปเลย อย่าได้เจ็บป่วยพิกลพิการให้เป็นที่ลำบากสำหรับคนอื่นก็แล้วกัน ในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถใช้เป็นอาจารย์ใหญ่ได้ ก็ขอให้ผู้ที่ยังอยู่ช่วยกำจัดให้หมดไปโดยไม่รีรอ...
นี่คือเจตจำนงของผม!!
ถึงกระนั้น การเดินทางครั้งนี้ผมก็ได้ทำประกันไว้แล้วกับบริษัท CIGNA (ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โทร ๑๗๕๘ หรือ ๐๒ ๗๖๓๐๐๐๐) กรมธรรม์หมายเลข INP000871
คุ้มครอง ๑๕ วัน เริ่มต้น ๓ เมษายน ๒๕๕๘ (๐๐.๐๑ น.) สิ้นสุด ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ (๒๔.๐๐ น.) คุ้มครองดังนี้..
- เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงโดยอุบัติเหตุ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
- ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วย : จ่ายตามจริง ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท
- การเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉิน / การย้ายกลับประเทศไทย / การส่งศพกลับประเทศไทย
ผมจะระวังทุกย่างก้าว หวังว่าคงไม่ต้องใช้บริการของบริษัทประกันภัยแต่อย่างใด!
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558
Travellin’ light ไป Bukit Lawang – แผนเดินทางลงตัว
เพื่อน ๆ ที่รักครับ แผนของ "Travellin' light ไป Bukit Lawang" ของผมลงตัวแล้วครับ!
เมษายน ๒๕๕๘ นั่งรถเร็วขบวน 102 ออกจากสถานีเชียงใหม่เวลา ๐๕.๔๕ น. ถึงสถานีหัวลำโพงเวลา ๒๑.๑๐ น. นอนรอที่สถานีรถไฟจนถึงวันรุ่งขึ้น<em> (ไม่ต้องห่วงนะครับ...ผมเคยรอแบบทรหดที่สถานีรถไฟมัณฑะเลย์มาแล้ว หนักหนาสาหัสกว่าที่สถานีหัวลำโพง ซึ่งถ้ามี wifi ก็นั่งเขียนบล็อกไปได้เรื่อย ๆ)
๒ เมษายน ๒๕๕๘ นั่งรถเร็วขบวน 171 ออกจากสถานีหัวลำโพงเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึงสถานียะลาเวลา ๐๘.๔๘
๓ เมษายน ๒๕๕๘ ค้างยะลา ๑ คืน ก่อนนั่งรถโดยสารระยะทาง ๑๔๐ กิโลเมตรไปอำเภอเบตง
๔-๕ เมษายน ๒๕๕๘ อยู่เที่ยวเบตง พักค้าง ๒ คืน...
๖ เมษายน ๒๕๕๘ ออกเดินทางแต่เช้า เข้ามาเซียทางด่านเบตง จากนั้นจะต้องเดินทางรวดเดียวให้ถึง George Town เข้าพักที่ Friendly Green House ตามที่ได้จองไว้ล่วงหน้าแล้ว
๗ เมษายน ๒๕๕๘ เช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบเกาะปีนัง ไปอาบน้ำทะเล...
๘ เมษายน ๒๕๕๙ พักผ่อนสบาย ๆ ในตอนเช้า ก่อนเช็คเอ้าท์จากที่พักไปนั่งรถเมล์สาย 401 (ค่าโดยสาร 2.70 RM) จาก jetty ไปสนามบิน
บินจากสนามบินนานาชาติ Penang (PEN) เวลา ๒๑.๔๕ น. ถึงสนามบินนานาชาติ Kualanamu (KNO) ในเมดัน เวลา ๒๑.๓๕ น. (ท้องถิ่น) อยู่ค้างคืนที่สนามบิน รอรถบริษัท ALS เที่ยวแรกจากสนามบินไป Kota Binjai (๓๐,๐๐๐ รูปี)
ต่อรถเล็กไป Bukit Lawang เข้าพักที่ rainforest guest house ซึ่งได้จองไว้แล้ว...
๙-๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ enjoy Bukit Lawang
๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ เช็คเอ้าท์แต่เช้า นั่งรถกลับ Binjai ตรวจสอบว่ารถเที่ยวสุดท้ายไปสนามบินออกกี่โมง แล้วเดินในเมืองจนได้เวลานั่งรถไปสนามบิน ถึงสนามบินรอ check in บินกลับปีนังเวลา ๐๕.๑๕ น.
๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงปีนังเวลา ๐๗.๐๐ น. นั่งรถเมล์สายเดิมกลับ George Town อยู่เที่ยวอีก ๑ วันเต็ม ก่อนที่จะลงเรือข้ามฟากไปบัตเตอร์เวิร์ธ นั่ง night bus ออกจากสถานีขนส่งบัตเตอร์เวิร์ธเวลา ๒๒.๐๐ น. มุ่งหน้าสู่โกตาบารู
๑๖ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงโกตาบารู เข้าพักที่ Backpacker Hostel ๑ คืน เที่ยวโกตาบารูแบบว่ารำลึกถึงอดีต...
๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ นั่งรถจากท่ารถไปเข้าไทยที่ด่านสุไหงโก-ลก รอขึ้นรถไฟฟรีขบวน 172 ออกจากสถานีสุไหงโก-ลก เวลา ๑๑.๓๐ น..
๑๘ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๑๕ น. ถึงสถานีหัวลำโพง รอนั่งรถไฟฟรีขบวน 109 ออกจากหัวลำโพง ๑๒.๔๕ น.
๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงเชียงใหม่เวลา ๐๔.๐๕ น. นอนเชียงใหม่ ๑ คืน
๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงบ้านที่ห้างฉัตรก่อนเที่ยง..
ขอบคุณข้อมูลเรื่องรถไฟจาก railway.co.th
เมษายน ๒๕๕๘ นั่งรถเร็วขบวน 102 ออกจากสถานีเชียงใหม่เวลา ๐๕.๔๕ น. ถึงสถานีหัวลำโพงเวลา ๒๑.๑๐ น. นอนรอที่สถานีรถไฟจนถึงวันรุ่งขึ้น<em> (ไม่ต้องห่วงนะครับ...ผมเคยรอแบบทรหดที่สถานีรถไฟมัณฑะเลย์มาแล้ว หนักหนาสาหัสกว่าที่สถานีหัวลำโพง ซึ่งถ้ามี wifi ก็นั่งเขียนบล็อกไปได้เรื่อย ๆ)
๒ เมษายน ๒๕๕๘ นั่งรถเร็วขบวน 171 ออกจากสถานีหัวลำโพงเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึงสถานียะลาเวลา ๐๘.๔๘
๓ เมษายน ๒๕๕๘ ค้างยะลา ๑ คืน ก่อนนั่งรถโดยสารระยะทาง ๑๔๐ กิโลเมตรไปอำเภอเบตง
๔-๕ เมษายน ๒๕๕๘ อยู่เที่ยวเบตง พักค้าง ๒ คืน...
๖ เมษายน ๒๕๕๘ ออกเดินทางแต่เช้า เข้ามาเซียทางด่านเบตง จากนั้นจะต้องเดินทางรวดเดียวให้ถึง George Town เข้าพักที่ Friendly Green House ตามที่ได้จองไว้ล่วงหน้าแล้ว
๗ เมษายน ๒๕๕๘ เช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบเกาะปีนัง ไปอาบน้ำทะเล...
๘ เมษายน ๒๕๕๙ พักผ่อนสบาย ๆ ในตอนเช้า ก่อนเช็คเอ้าท์จากที่พักไปนั่งรถเมล์สาย 401 (ค่าโดยสาร 2.70 RM) จาก jetty ไปสนามบิน
บินจากสนามบินนานาชาติ Penang (PEN) เวลา ๒๑.๔๕ น. ถึงสนามบินนานาชาติ Kualanamu (KNO) ในเมดัน เวลา ๒๑.๓๕ น. (ท้องถิ่น) อยู่ค้างคืนที่สนามบิน รอรถบริษัท ALS เที่ยวแรกจากสนามบินไป Kota Binjai (๓๐,๐๐๐ รูปี)
ต่อรถเล็กไป Bukit Lawang เข้าพักที่ rainforest guest house ซึ่งได้จองไว้แล้ว...
๙-๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ enjoy Bukit Lawang
๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ เช็คเอ้าท์แต่เช้า นั่งรถกลับ Binjai ตรวจสอบว่ารถเที่ยวสุดท้ายไปสนามบินออกกี่โมง แล้วเดินในเมืองจนได้เวลานั่งรถไปสนามบิน ถึงสนามบินรอ check in บินกลับปีนังเวลา ๐๕.๑๕ น.
๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงปีนังเวลา ๐๗.๐๐ น. นั่งรถเมล์สายเดิมกลับ George Town อยู่เที่ยวอีก ๑ วันเต็ม ก่อนที่จะลงเรือข้ามฟากไปบัตเตอร์เวิร์ธ นั่ง night bus ออกจากสถานีขนส่งบัตเตอร์เวิร์ธเวลา ๒๒.๐๐ น. มุ่งหน้าสู่โกตาบารู
๑๖ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงโกตาบารู เข้าพักที่ Backpacker Hostel ๑ คืน เที่ยวโกตาบารูแบบว่ารำลึกถึงอดีต...
๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ นั่งรถจากท่ารถไปเข้าไทยที่ด่านสุไหงโก-ลก รอขึ้นรถไฟฟรีขบวน 172 ออกจากสถานีสุไหงโก-ลก เวลา ๑๑.๓๐ น..
๑๘ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๑๕ น. ถึงสถานีหัวลำโพง รอนั่งรถไฟฟรีขบวน 109 ออกจากหัวลำโพง ๑๒.๔๕ น.
๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงเชียงใหม่เวลา ๐๔.๐๕ น. นอนเชียงใหม่ ๑ คืน
๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ ถึงบ้านที่ห้างฉัตรก่อนเที่ยง..
ขอบคุณข้อมูลเรื่องรถไฟจาก railway.co.th
Travellin’ light ไป Bukit Lawang – จองที่พัก
ตามที่ผมได้บอกเพื่อน ๆ ว่าทริปไป Bukit Lawang ครั้งนี้ ผมวางแผนการเดินทางไว้ค่อนข้างดี โดยอาศัยการค้นคว้าหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและการจองที่พักออนไลน์ คราวก่อนผมรายงานว่าได้จองที่พักใน George Town ไว้แล้วที่ Friendly Green House ใน George Town
ส่วนที่่ Bukit Lawang ผมก็เพิ่งจองที่พักไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน เป็นอันว่าทั้งในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผมไม่ต้องแบกเป้เดินหาที่พักเหมือนทุกที...
นั่งรถจาก Binjai ไป Bukit Lawang ตามเส้นทางต่อไปนี้,,,,
ลงรถที่ตัวเมือง...
เดินไปที่พักซึ่งมีชื่อว่า Rainforest Guest House ซึ่งเข้าไปดูในเว็บแล้วหน้าตาเป็นเช่นนี้...
อย่างที่เคยบอก เพื่อน ๆ ก็คงรู้ดีว่าผมเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย ที่นอนเป็นแค่ฟูกที่วางบนพื้นห้อง ผมก็อยู่ได้ เค้าคิดหัวละ ๕๗ บาทต่อคืน ผมไปคนเดียวต้องจ่ายทั้งสองหัว คือ ๑๑๔ บาทต่อคืน ยึดครองคนเดียวทั้งห้อง...
อยู่กับธรรมชาติอย่างเนี้ยแหละ...
หวังว่าคงจะได้ไปนั่งตรงบาร์ที่เห็น...
ไปถึงแล้วจะถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ เจ้าอุรังอุตังที่จะได้ไปเยือนถึงถิ่นของมันจริง ๆ
ส่วนที่่ Bukit Lawang ผมก็เพิ่งจองที่พักไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน เป็นอันว่าทั้งในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผมไม่ต้องแบกเป้เดินหาที่พักเหมือนทุกที...
นั่งรถจาก Binjai ไป Bukit Lawang ตามเส้นทางต่อไปนี้,,,,
ลงรถที่ตัวเมือง...
เดินไปที่พักซึ่งมีชื่อว่า Rainforest Guest House ซึ่งเข้าไปดูในเว็บแล้วหน้าตาเป็นเช่นนี้...
อย่างที่เคยบอก เพื่อน ๆ ก็คงรู้ดีว่าผมเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย ที่นอนเป็นแค่ฟูกที่วางบนพื้นห้อง ผมก็อยู่ได้ เค้าคิดหัวละ ๕๗ บาทต่อคืน ผมไปคนเดียวต้องจ่ายทั้งสองหัว คือ ๑๑๔ บาทต่อคืน ยึดครองคนเดียวทั้งห้อง...
อยู่กับธรรมชาติอย่างเนี้ยแหละ...
ไปถึงแล้วจะถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ เจ้าอุรังอุตังที่จะได้ไปเยือนถึงถิ่นของมันจริง ๆ
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558
Travellin’ light ไป Bukit Lawang – ปรับแผน
หลังจากศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับอินโดนีเซีย... ผมพบว่าทั้งค่าที่พักและอาหารการกินราคาค่อนข้างถูก อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจและไม่เหมือนใครเยอะมาก ชนิดว่าถ้าไม่ตายเสียก่อน คงต้องไปประเทศนี้อีก ๓ ครั้งเป็นอย่างน้อย...
ทีนี้มาดูทริปไปอินโดนีเซียครั้งแรกที่ได้วางแผนไว้ ผมกะว่าจะไปดูอุรุงอุตัง ไปปีนภูเขาไฟ และไปทะเลสาบโทบา แต่คิดแล้วเวลาที่มีอยู่แค่ ๖ วันนั้นไม่พอซะแล้ว ผมจึงต้องขอปรับเปลี่ยนเส้นทางเสียใหม่...
ดูตามแผนที่ซึ่งนำมาจากเว็บ bukitlawang.com จากสนามบินใหม่ Kuala Namu (1) ซึ่่งอยู่ห่างจากเมืองเมดันเกือบ ๓๐ กิโลเมตร ถ้าจะไปหาเพื่อนอุรังอุตังที่ Bukit Lawang (3) ก็ต้องไปทางทิศตะวันตก จากนั้นถ้าจะไปปีนภูเขาไฟก็ต้องนั่งรถกลับมาลงใต้ไป Berastagi (4) เหลือเวลาแค่วันสองวัน ไม่พอสำหรับการ explore the world ตามสไตล์ลุงน้ำชาอย่างแน่นอน!
งั้นขอแปะโป้งเอาไว้ก่อน คราวหน้าค่อยหาตั๋วราคาถูกของแอร์เซียบินตรงจากดอนเมืองไปเมดัน คนไทยเดินทางเข้าอินโดนีเซียได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว...สบายมาก! ถ้าอยู่ ๒ อาทิตน์เหมือน Travellin' light ไปพม่า ผมจะได้เที่ยวอย่างสำราญใจ นั่งรถไฟจากเมดันลงใต้ไปเรื่อย ๆ ดูภูเขาไฟพ่นควัน เที่ยวทะเลสาบ ขี่จักรยานรอบเกาะ แล้วลงไปให้ถึง Java ฯลฯ ส่วนครั้งนี้ขอเป็น Bukit Lawang อย่างเดียว โดยจะนั่งรถของบริษัท ALS จากสนามบิน Kuala Namu (1) (๓๐,๐๐๐ รูปี) ไปลงที่ Kota Binjai (2)...
จากนั้นก็จะหารถต่อไปยัง Bukit Lawang ไปอยู่กับธรรมชาติ กินอาหารสุขภาพ ถ่ายรูปอุรังอุตัง เที่ยวน้ำตก แช่ธารน้ำไหล เข้าดงพงไพร ฯลฯ วันที่ ๙-๑๓ อยู่ใน Bukit Lawang ทั้ง ๕ วันเลย วันที่ ๑๔ ค่อยนั่งรถกลับมาลงเมดัน เดินชมเมืองสักครึ่งวัน หาอะไรกินอร่อย ๆ ประมาณ ๔-๕ ทุ่มค่อยนั่ง Airport Raillink (๘๐,๐๐๐ รูปี) ไปสนามบิน....รอขึ้นเครื่องกลับไปปีนัง
เปลี่ยนแผนไป Bukit Lawang ที่เดียวทำให้ไม่ต้องรีบเร่ง เดินทางได้แบบสบาย ๆ ผมขอเปลี่ยนชื่อทริปครั้งนี้เป็น "Travellin' light ไป Bukit Lawang" ออกเดินทางวันที่ ๑ เมษายนนี้... ผมเตรียมเป้และเสื้อผ้าไว้แล้วครับ!
เสียดายตากกล้วยไม่ทัน ผมทำได้แค่แอปเปิ้ลตากแห้ง ฟักทองและมะพร้าว
เอาไว้ผสมกินกับ Muesli + แลคตาซอย โดยใช้ภาชนะใบนี้...
ใส่ถุงเตรียมไว้ ช่วงแรกเป็น Freight Train to Betong ผมบรรจุของลงเป้ และหิ้วไปกินด้วยได้เต็มที่...
ยาหอมสำหรับคนแก่ก็เอาไปด้วย...
วันที่ ๘ ขึ้นเครื่องไปเมดัน ถึงจะเป็น Travellin' light น้ำหนักสัมภาระนำขึ้นเครื่องต้องไม่เกิน ๗ กิโลกรัม...
![]() |
| ที่มา - meetawee.com |
ดูตามแผนที่ซึ่งนำมาจากเว็บ bukitlawang.com จากสนามบินใหม่ Kuala Namu (1) ซึ่่งอยู่ห่างจากเมืองเมดันเกือบ ๓๐ กิโลเมตร ถ้าจะไปหาเพื่อนอุรังอุตังที่ Bukit Lawang (3) ก็ต้องไปทางทิศตะวันตก จากนั้นถ้าจะไปปีนภูเขาไฟก็ต้องนั่งรถกลับมาลงใต้ไป Berastagi (4) เหลือเวลาแค่วันสองวัน ไม่พอสำหรับการ explore the world ตามสไตล์ลุงน้ำชาอย่างแน่นอน!
งั้นขอแปะโป้งเอาไว้ก่อน คราวหน้าค่อยหาตั๋วราคาถูกของแอร์เซียบินตรงจากดอนเมืองไปเมดัน คนไทยเดินทางเข้าอินโดนีเซียได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว...สบายมาก! ถ้าอยู่ ๒ อาทิตน์เหมือน Travellin' light ไปพม่า ผมจะได้เที่ยวอย่างสำราญใจ นั่งรถไฟจากเมดันลงใต้ไปเรื่อย ๆ ดูภูเขาไฟพ่นควัน เที่ยวทะเลสาบ ขี่จักรยานรอบเกาะ แล้วลงไปให้ถึง Java ฯลฯ ส่วนครั้งนี้ขอเป็น Bukit Lawang อย่างเดียว โดยจะนั่งรถของบริษัท ALS จากสนามบิน Kuala Namu (1) (๓๐,๐๐๐ รูปี) ไปลงที่ Kota Binjai (2)...
![]() |
| ภาพจาก airportkualanamu.com |
เปลี่ยนแผนไป Bukit Lawang ที่เดียวทำให้ไม่ต้องรีบเร่ง เดินทางได้แบบสบาย ๆ ผมขอเปลี่ยนชื่อทริปครั้งนี้เป็น "Travellin' light ไป Bukit Lawang" ออกเดินทางวันที่ ๑ เมษายนนี้... ผมเตรียมเป้และเสื้อผ้าไว้แล้วครับ!
เสียดายตากกล้วยไม่ทัน ผมทำได้แค่แอปเปิ้ลตากแห้ง ฟักทองและมะพร้าว
เอาไว้ผสมกินกับ Muesli + แลคตาซอย โดยใช้ภาชนะใบนี้...
ใส่ถุงเตรียมไว้ ช่วงแรกเป็น Freight Train to Betong ผมบรรจุของลงเป้ และหิ้วไปกินด้วยได้เต็มที่...
ยาหอมสำหรับคนแก่ก็เอาไปด้วย...
วันที่ ๘ ขึ้นเครื่องไปเมดัน ถึงจะเป็น Travellin' light น้ำหนักสัมภาระนำขึ้นเครื่องต้องไม่เกิน ๗ กิโลกรัม...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

























































