แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Travellin’ light แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Travellin’ light แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Travellin’ light ไปเขมร – ตลาดใหม่ (Phsa Thmei)

คนเขมรเรียกตลาดกลาง (Central Market) ว่า "Phsa Thmei" หมายถึง "ตลาดใหม่" เป็นอาคารทรงโดมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางกรุงพนมเปญ เปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐ (ได้รับการบูรณะในปี ๒๕๕๒ - ๒๕๕๔ โดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศส)...



มาถึงพนมเปญแล้ว แม้จะไม่อยากซื้ออะไรกลับบ้าน ก็ขอให้ผมได้ไปเดินดูสักครั้งก็ยังดี! สำหรับข้อมูลนั้นสามารถหาอ่านได้ในเว็บท่องเที่ยวทั่วไปอยู่แล้ว ที่นี่ขอแค่เพียงได้นำภาพมาฝากเพื่อน ๆ ก็พอ!



















เห็นว่ามีท่ารถอยู่ใกล้ ๆ ผมต้องเดินไปหาข้อมูลเรื่องรถที่จะเดินทางจากพนมเปญไปพระตะบองซะหน่อย


นั่นไง! ตารางเดินรถ รถไปพระตะบองเที่ยวแรกออก ๗ โมงเช้า เที่ยวสุดท้ายทุ่มสี่สิบห้า...


จากตลาดใหม่ผมขอเดินไปหาอะไรกินที่ตลาดเก่าดีกว่า!

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Travellin’ light ไปเขมร – ด่านบาเว็ต (Bavet)


จากด่านหมบไบของเวียดนาม (1) รถบัสขยับไปอีกประมาณ ๒๐๐ เมตร พาผู้โดยสารไปปล่อยให้ลงตรงด่านบาเว็ตของเขมร (2)....  


ก้าวลงจากรถ เห็นชายคนหนึ่ง (มิใช่กระเป๋ารูปหล่อประจำรถ) ยืนรอเก็บหนังสือเดินทางและการ์ดเข้าเมืองของผู้โดยสาร  "อีกแล้วหรือเนี่ย?"...ผมยื่นให้แล้วเดินตามผู้โดยสารคนอื่นไปติด ๆ  ที่ด่านเขมรผมไม่ต้องไปยืนเข้าคิวรอ! กระเป๋าหนุ่มนำขบวนพาผู้โดยสารทั้งหมดออกจากตัวอาคาร ตม. ไปขึ้นรถซึ่งวิ่งมาจอดรออยู่แล้วโดยไม่พูดไม่จา ผมยกกล้องขึ้นเก็บภาพไว้ได้ ๒-๓ บาน...




รถขับเคลื่อนออกไปทันทีเมื่อผู้โดยสารขึ้นครบ  อย่างเนี้ยก็มีด้วย!  แล้วหนังสือเดินทางของผมหละ? ก็ต้องพยายามทำใจให้สงบ คิดว่าเค้าคงมีขั้นตอนในการดำเนินการ ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ก็ไม่เห็นจะอาทรร้อนใจแต่อย่างใด เอ้า...ไปที่ไหนก็ไปกัน!  รถวิ่งผ่านโรงแรมใหญ่ซึ่งตอนหลังทราบว่ามีคาสิโนอยู่ด้วย...




ไปจอดให้ผู้โดยสารลง....


ถึงได้รู้ความจริงว่าตะวันตรงหัวแล้ว เค้าไปจอดให้ผู้โดยสารกินข้าวนั่นเอง!  ร้านอาหารอยู่ข้างในนั่น...


ผมเดินตามเข้าไป เห็นโต๊ะตั้งอยู่เต็มห้อง มีคนนั่งกินอยู่ มองดูคล้ายบ้านเราเวลารถ บขส.ไปจอดแวะให้กินอาหาร ลึกเข้าไปมีเคาน์เต้อร์จำหน่ายอาหาร มีกับข้าวหลายอย่างให้เลือก ผมไปมองดูแล้วเลือกสั่งผัดกุ้งกับข้าวเปล่า รอให้เค้าตักให้แล้วนำไปหาโต๊ะนั่งกินได้เลย...


มีเด็กหนุ่มนำแก้วสแตนเลสน้ำเย็นมาวางให้  ผมลงมือหม่ำทันที  อร่อยครับ...กุ้งผัดหวานอย่างเนี้ยผมชอบมาตั้งแต่เด็กแย้ว


กินเสร็จก็เรียกเก็บตังค์ เค้าคิดเป็นเงินเวียดนาม (ขออภัย จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่)  โชคดีมีเงินดองเหลืออยู่ในกระเป๋าแสนนึง ผมจ่ายค่าอาหาร ซื้อกาแฟเย็น ๑ แก้ว ก็ยังเหลืออยู่อีก ๕ หมื่นดอง...


รถจอดอยู่นานทีเดียว จนกระทั่งผมเห็นชายคนที่เอาหนังสือเดินทางของเราไปขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาพร้อมกับหนังสือเดินทางปึกใหญ่  อ่อ...เค้านำหนังสือเดินทางและการ์ดที่ผู้โดยสารกรอกไว้ทั้งหมดไปยื่นให้ ตม.เขมร  ในระหว่างที่พาผู้โดยสารไปนั่งกินข้าวรอนั่นเอง นับว่าเป็นการประหยัดเวลา ช่วยให้ผู้โดยสารไม่ต้องไปยืนรอต่อคิวเหมือนที่ด่านเวียดนาม   "เข้าท่าดีเหมือนกันแฮะ"...ผมคิดในใจ เมื่อความแคลงใจมลายไป

ผู้โดยสารพากันขึ้นรถ หนุ่มกระเป๋าผู้ไม่เคยเผยยิ้มนำหนังสือเดินทางมาคืนให้...


ได้รับการลงตราให้อยู่ในกัมพูชาได้จนถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙...   departure card แนบมาให้ครบ!


สิ้นสุดเหตุการณ์ที่ทำให้เครียดและสับสน ผมดูดกาแฟเย็นก้นแก้วปล่อยให้ไหลลงคอ เอนหลังกับพนักพิง หนทางข้างหน้าสว่างสดใส มองได้ไกลถึงกรุงพนมเปญ!


ผู้โดยสารท่านอื่นก็คงรู้สึกผ่อนคลายเช่นกัน...


ภาพข้างทางที่ได้เห็นรู้สึกว่าจะงดงามกว่าช่วงที่ผ่านมา...


ลาก่อน...หมบไบและบาเว็ต ประตูเชื่อมระหว่างเวียดนามและกัมพูชา!

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

Travellin’ light ไปเวียดนาม – อวสาน

อยู่เที่ยวแบบ travellin' light ในเวียดนามครบ ๒ สัปดาห์... ได้เวลาบินกลับเมืองไทย


ก่อนหน้านั้นได้ไปสำรวจไว้หมดแล้วว่าจะไปสนามบินได้อย่างไร สำหรับผมมี ๒ ทางคือ "นั่งรถเมล์" และ "นั่งรถตู้" (แท็กซี่ไม่ต้องพูดถึง) ผมเลือกรถตู้ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากที่พัก...เดินแบกเป้จากที่พักมาข้ามสี่แยกไฟแดงก็ถึงแล้ว



ผมเคยเขียนไว้แล้วครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการตรวจตราข้าวของก่อน check out ออกจากที่พักว่า...
เช้ามืดวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ในขณะที่เพื่อน hosteler ทั้งหญิงและชายอีก ๗ คนกำลังหลับสบาย ผมต้องตื่นก่อน ย่องลงจากเตียง แล้วไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และสระผม จากนั้นก็แต่งตัว เก็บของลงเป้ สำรวจดูให้ดีว่าไม่หลงลืมอะไรไว้  เมื่อพร้อมแล้ว…ก่อนจะเดินออกจากห้อง ผมใช้มือตบตามตัวดูว่า นี่หนังสือเดินทาง นี่กระเป๋าตังค์ นี่กล้องถ่ายรูป นี่โทรศัพท์ นี่กุญแจที่จะต้องส่งคืน  ทุกอย่างครบแล้วถึงเปิดประตู ก้าวเดินออกจากห้องที่เคยให้พักพิงถึง ๔ วันเต็ม…
ระหว่างนั่งรอรถออก ผมเปิดโทรศัพท์เช็คตำแหน่ง...


ถึงสนามบินเกือบ ๗ โมง เที่ยวบิน FD643 (ฮานอย-กรุงเทพ) ออกเวลา ๘ โมงตรง สบายใจแล้ว...ได้กลับแน่!



ไปรอที่ gate 4




ได้ขึ้นเครื่องแล้วครับ ข้างนอกฝนตกสุย ๆ



นั่งมองผู้โดยสารทยอยขึ้นเครื่อง...



ในที่สุดเจ้านกยักษ์ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า...



ลาก่อนเวียดนาม! แล้วค่อยเจอกันอีกทีที่ไซ่ง่อน...




อวสาน Travellin' light ไปเวียดนาม...