แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถไฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปแปดริ้ว - สถานีฉะเชิงเทรา


นั่งรถไฟจากเชียงใหม่ลงมากรุงเทพฯ "ถึงเมื่อไหร่ก็ไปเมื่อนั้น" ผมคิดในใจ  หมายความว่ารถจะเข้าสถานีหัวลำโพงเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ ถึงแล้วก็ค่อยไปดูว่ามีรถอะไรไปฉะเชิงเทรา  ถ้าโชคดีก็ไม่ต้องรอนาน! 


๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ผมนั่งรถด่วนขบวน 52 ออกจากสถานีเชียงใหม่เวลา ๑๕.๓๐ น. ถึงสถานีกรุงเทพเช้าวันรุ่งขึ้นเวลาตีห้าครึ่ง ค่าโดยสารชั้นสาม ๒๗๑ บาท... 


ครั้งนี้เปลี่ยนวิธีการใหม่... ลงจากรถไฟแล้วยังไม่กางจักรยานออก


ผมสะพายเป้ไว้บนหลังแล้วหิ้วจักรยานเดินออกไปยังช่องจำหน่ายตั๋ว


ถามถึงรถที่จะไป "ฉะเชิงเทรา" ที่ช่องจำหน่ายตั๋วซึ่งมีป้ายเขียนว่า "บ้านพลูตาหลวง"  เจ้าหน้าที่บอกว่าขบวนนี้เลย (283) ออกเวลา ๖.๕๕ น. ถึงสถานีชุมทางฉะเชิงเทราเวลาประมาณ ๙ โมง ผมรู้สึกดีใจที่ไม่ต้องรอนาน การเดินทางเป็นไปอย่างต่อเนื่องเหมือนผลผลิตบนสายพานลำเลียง...


ก่อน ๗ โมงเช้ารถธรรมดาขบวน 283 ก็เคลื่อนตัวพาผู้โดยสารออกจากสถานีหัวลำโพง มุ่งหน้าไปทางตะวันออก...  


นั่งสบายเลยครับ ผู้โดยสารมีไม่มาก... 


รถไฟจอดรับส่งผู้โดยสารตามสถานีมีชื่อคุ้นหู เช่น มักกะสัน คลองตัน หัวหมาก ลาดกระบัง ฯลฯ 






พอพ้นออกจากกรุงเทพฯ สองข้างทางก็ถูกแต่งเติมด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า


ในที่สุดตาแก่เมืองรถม้ากับจักรยานเพื่อนยากก็เดินทางถึงสถานีฉะเชิงเทรา... เวลา ๙ โมงเช้าจริง ๆ 
ด้วย!



ถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยนะครับ...





แวะไปห้องน้ำซะก่อน... 



จากนั้นก็ออกมาซื้อขนมครกสูตรโบราณ กระทงละ ๑๕ บาทที่ร้านพี่นงค์...


  

เสบียงพร้อม...ลุยได้แล้วคร้บ!

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561

FB Trip ไปมะละกา - KTM Rakyat Timuran Express Train 27

หกโมงเย็น...เทวดาเมืองปาเซมัสเริ่มปรับลดแสงสว่างบนท้องฟ้า!


รถด่วน Rakyat Timuran 27 เป็นขบวนรถไฟที่บริการรับส่งผู้โดยสารจากเหนือลงใต้ (Tumpat - Johor Bahru) ตามเส้นทางฝั่งทะเลด้านตะวันออก (East Coast Line) ซึ่งบางครั้งเรียกว่า "Jungle Railway"  หัวใจผมเต้นแรงขึ้น บอกตัวเองว่าอีกไม่นานรถไฟขบวนที่รอก็จะเข้าเทียบชานชาลา มองออกไปไกลสุดทางรางรถไฟ หวังว่าไม่ช้าคงได้เห็นหัวรถจักรโผล่ออกมา!


มีตั๋วอยู่ในมือแล้ว ก็ยังไม่รู้นะว่าเจ้ารถไฟขบวนนี้จะเป็นเช่นไร ผมค้นดูข้อมูลภายหลังทราบว่าในขบวนรถไฟมีตู้อยู่ ๓ ประเภทคือ Superior Night (ADNS), Premier Class (AFC) และ Superior Class (ASC) 

KTM Rakyat Timuran Express Train - ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ไปยืนรออยู่ตรงกับตำแหน่งตู้ที่บอกไว้บนตั๋ว รถไฟมาตรงเวลา พอจอดสนิท ผมก็ต่อคิวหิ้วจักรยานและสัมภาระขึ้นรถ รู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าข้างบนเป็นตู้นอนติดแอร์เย็นเฉียบ หรือว่าเราจะขึ้นรถผิด?  ผมหันไปถามผู้โดยสารชาวมาเลย์ ขอให้เค้าช่วยดูตั๋วอีกทีว่าใช่ขบวนนี้หรือเปล่า? ขบวนนี้แหละ...ตู้นี้ด้วย!


ยังไม่ทันตั้งตัวดี รถไฟก็เคลื่อนตัวออกจากสถานี แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะได้โดยสารรถไฟตู้นอนชั้นนี้ไป Gemas!  เดินไปยังที่นอนตามหมายเลขบนตั๋วซึ่งอยู่ชั้นบน...ผมเอาเป้ขึ้นวางไว้!


ตั้งจักรยานไว้บนพื้น ใกล้ ๆ ตัว


ว้าว... แทนที่จะได้นั่งชั้นสาม ผมกลับมาได้นอนบนนี้ ทำไมรถไฟมาเลเซียถึงได้ถูกจังเลย? 


ถ้าเป็นรถนอนของ รฟท. กรุงเทพ-เชียงใหม่ค่าโดยสารก็ตก ๕-๖๐๐ บาท!


ผมปีนบันไดขึ้นไปนอนอยู่ข้างบน รูดม่านปิด แล้วนอนอมยิ้ม ฝันถึง FB Trip ครั้งนี้!  ไม่นานนักก็มีนายตรวจเดินมาถามว่าจักรยานใคร ผมเปิดม่านโผล่หน้าไปเห็นนายตรวจแต่งตัวเต็มยศ เค้าถามว่ายูไม่ได้แจ้งว่ามีจักรยานมาด้วยหรือ? ผมฝืนยิ้มแล้วบอกว่าต้องขอโทษด้วย ไม่รู้จริง ๆ คิดว่าจักรยานพับขึ้นรถไฟไม่ต้องเสียตังค์เหมือนที่เมืองไทย ผมยินดีจ่ายเพิ่มนะ...เท่าไหร่ก็ขอให้บอก เจ้าหน้าที่แค่ตรวจตั๋ว จดหมายเลขที่นอนแล้วให้ผมรอ บอกว่าต้องไปสอบถามหัวหน้าก่อน คิดว่าน่าจะประมาณ ๑๐ ริงกิต

นายตรวจจากไปแล้วผมก็ปิดม่าน นอนมือก่ายหน้าผากคิดว่ามันจะเหมือนเมืองไทยหรือเปล่าน้า? เคยเห็นเจ้าหน้าที่ รฟท. ช่วยฝรั่งยกจักรยานเสือภูเขาขึ้นรถแล้วรับเงินสดไปคันละ ๑๐๐ โดยไม่มีใบเสร็จให้ แบบเดียวกับที่เก็บตังค์จากคุณป้าผู้อุ้มหมาขึ้นรถมาด้วยแล้วจากไป ผมไม่แน่ใจว่าเงินพวกนั้นจะเข้าองค์กรหรือเปล่า?  (หากเข้าใจผิดก็ต้องขออภัย)  บนรถไฟมาเลเซียขบวนนี้ก็เช่นกัน คิดอยู่เหมือนกันว่าบางทีนายตรวจอาจจะแกล้งหายไปสักพักแล้วค่อยกลับมาเรียกเก็บตังค์...ผมเตรียมแบ้งค์ ๑๐ ริงกิตใบใหม่เอี่ยมไว้รอ

นานกว่าครึ่งชั่วโมง เจ้าพนักงานรถไฟอาวุโส (แต่งตัวเต็มยศอีกเช่นกัน) ก็มายกจักรยานขึ้นตรวจสอบน้ำหนักแล้วออกใบกำกับให้ โดยเรียกเก็บค่าระวาง ๑๐ ริงกิต บอกด้วยว่าถ้าใครถามก็ให้แสดงใบเสร็จให้ดู ! ชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตของเจ้าหน้าที่รถไฟมาเลเซีย...ผมรู้สึกพอใจมาก คิดว่าการเดินทางด้วยจักรยานพับ (FB Trip) ในประเทศนี้ ถ้าถูกเก็บค่าระวางรถจักรยานพับไม่แพงอย่างนี้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักท่องโลกกระเป๋าแฟบอย่างผม! ตาแก่เมืองรถม้านอนหลับสบายทั้งคืน รู้สึกหนาวเย็นจนต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว...


เนื่องจากไม่ได้ไปลงปลายทางที่โจโฮร์บะฮ์รู (Johor Bahru) ผมต้องตื่นตั้งแต่ตี ๔ กว่า...


ลงไปเข้าห้องน้ำ แค่ empty my bladder และล้างหน้าแปรงฟัน...


เรียบร้อยแล้วก็พาเจ้า Banian มานั่งรออยู่ตรงประตู... 




มองออกไปข้างนอก ยังมืดอยู่เลยครับ! 

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปมะละกา - รถเร็ว 171

ระยะทางบนรางเหล็กจากกรุงเทพฯ ถึงปลายทางสุไหงโก-ลก คือ ๑,๑๔๓ กิโลเมตร ขบวนรถเร็ว 171 ต้องใช้เวลาวิ่งเกือบ ๒๑ ชั่วโมง !


ความเร็วโดยเฉลี่ยประมาณ ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกว่านั่งกันจนก้นชาเลยล่ะ! ค่าโดยสารของคนหนึ่งคนกับจักรยานหนึ่งคัน บนตู้นั่งชั้น ๓ ระบายความร้อนด้วยพัดลม ตกแค่กิโลเมตรละ ๑ สลึงโดยประมาณ อะไรมันจะถูกขนาดนั้น!


อย่างที่เคยบอก ช่วงเดินทางกลางวันที่มีแสงสว่างให้ได้เห็นทิวทัศน์สองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟหรือรถยนต์ ผมจะไม่นั่งหลับ เพราะมีอะไรให้ดูตลอดทาง บางครั้งผมก็บันทึกภาพเก็บไว้ทั้งจากนอกและในตัวรถ...



แม้แต่โปสเตอร์โฆษณา "แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนครั้งที่ 26" ที่ติดอยู่ข้างหน้าก็น่าสนใจ เดินทางจากลำปางมาไกลนับพันกิโลเมตร...ผมก็ยังได้เห็นภาพกิจกรรมของจังหวัดที่ตัวเองอยู่


ผมคิดถึงคุณสุมิตรขึ้นมาทันที ในใจคิดว่าหนึ่งในจำนวนนักวิ่งที่เห็นในภาพ น่าจะมีคนหนึ่งซึ่งเป็นคุณสุมิตร...

ภาพจาก facebook ของเจ้าของภาพ

ตลอดเส้นทางผมไม่มีความง่วงเหงาหรือรู้สึกเบื่อเลย เก็บภาพไปเรื่อย รถไฟจอดที่ไหนนานหน่อย ก็กดชัตเตอร์มากขึ้น จนกระทั่งผ่านหัวหินเวลา ๕ โมงกว่า วิ่งต่อถึงประจวบคีรีขันธ์ท้องฟ้าก็เริ่มมืด ถึงเวลาหลับพักผ่อนแล้ว!  ผมมาตื่นเอาเช้าวันใหม่ พร้อมที่จะสนุกสนานกับการเดินทางอีกครั้งก็เมื่อถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ รถจอดอยู่นานทีเดียว จากนั้นก็วิ่งต่อจนถึงสถานีเทพาตอน ๘ โมงเช้า!



ผ่านปัตตานี ยะลา และรามัน...











ลืมบอกไปว่าพอเลยหาดใหญ่มา ก็มีทหารเดินเข้ามาขอตรวจสัมภาระและบัตรประชาชนของผู้โดยสาร ตาแก่เมืองรถม้าทำหน้าตาวางเฉยอยู่ใต้รถจักรยานพับ บุรุษชุดลายพรางพร้อมอาวุธปืน M16 คงไม่อยากจะส่งภาษาด้วย ก็เลยเดินผ่านไป พอเข้าเขต ๔ จังหวัดภาคใต้...บรรยากาศสองข้างทางเริ่มตึงเครียด!


ในที่สุดขบวนรถเร็ว 171 ก็เข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกด้วยความราบรื่น....


ผมรู้ดีว่าการผจญภัยเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว!