แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel plan แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ travel plan แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - เปลี่ยนแผน


ผมวางแผนที่จะพักอยู่ในกะตะ ๓ คืน แล้วค่อยนั่งเรือล่องไปมัณฑะเลย์  แต่เอาเข้าจริง...อยู่กะตะได้เพียงคืนเดียว ผมก็ต้องเดินทางจากมา เพราะช่วงสงกรานต์ (วันที่ ๑๓-๑๗) จะไม่มีบริการเดินรถและเดินเรือจากกะตะไปมัณฑะเลย์   Schedule ที่ผมเขียนไว้จึงต้องปรับเปลี่ยน!

ไปตายเอาดาบหน้า คิดว่าเมื่อเดินทางถึงมัณฑะเลย์คืนวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๗  ผมจะเข้าพักที่ Royal Guest House ก่อนเพื่อตั้งหลัก ส่วนวันที่ ๑๓ -๑๔ จะไปไหนก็ค่อยว่ากัน  มันเป็นเรื่องของการ improvise เส้นทาง ซึ่งไม่ค่อยแตกต่างกับการบรรเลงเพลงแจ๊สเท่าใดนัก!

ในสมุดบันทึกผมเขียนไว้ว่า...
เรือถึงมัณฑะเลย์ประมาณ ๔ ทุ่ม ยกมือไหว้ลาจาก U Ko Oo แล้วเดินเลาะตามกราบเรือผ่านเรืออีกลำขึ้นสู่ฝั่ง หนุ่มพม่าคนหนึ่งมาดึงตัวให้ไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ พูดภาษาอังกฤษก็ไม่รู้เรื่อง - บอกว่าจะไป Royal Guest House ต้องไปแวะถามคนอื่น  ค่าโดยสารจากท่าเรือไปเกสต์เฮ้าส์เรียก ๓,๐๐๐ จ๊าด - จ่ายให้ไปแค่ ๒,๐๐๐ จ๊าด

ปรากฏว่าโรงแรมเต็ม ไม่มีห้องว่างให้พัก(ตั้งหลัก) พนักงาน Royal Guest House แนะนำให้ไปที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่ผมไม่ไป

มีวิธีแก้ไขปัญหาซึ่งคิดได้ทันที หลังจากรู้ว่าคืนนี้ไม่มีที่ให้ซุกหัวนอน!  ผมบอกตัวเองว่าไม่เห็นยากเลย มีรถไฟไปพินอูลวิน (Pyin Oo Lwin) ออกตอนตี ๔ เหลือเวลาอีกไม่ถึง ๖ ชั่วโมงเอง  ทำไมจะต้องเช่าโรงแรมนอนด้วยหละ? แค่ทนรออยู่ที่สถานีรถไฟแล้วตอนเช้ามืดได้นั่งรถไฟไป "พินอูลวิน" (เมืองตากอากาศของเจ้าอาณานิคมอังกฤษในอดีต) ซึ่งผมได้ศึกษามาก่อนแล้วว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่งดงามและอากาศดี  ถ้าไปเที่ยวที่นั่นสัก ๒ วันแล้วค่อยนั่งรถกลับมัณฑะเลย์ในวันที่ ๑๕ ก็จะเข้าล็อคพอดี!


ไม่ต้องพักโรงแรมทำให้ประหยัดเงินไปได้ $10 และเมื่อได้ไปรออยู่ที่สถานีรถไฟแล้ว ผมก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องจะต้องตื่นเช้า!

รู้สึกพอใจในแผนเดินทางใหม่... ผมก้าวเดินจาก Royal Guest House ไปยังสถานีรถไฟด้วยความคุ้นเคย!

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - ริมฝั่งน้ำ


หลังจากได้ตั๋วเรือ...การเดินทางก็ถูกกำหนดเป็นที่แน่นอนต่อไปอีกจนถึงค่ำคืนวันพรุ่งนี้เมื่อผมเดินทางถึงมัณฑะเลย์ จากนั้นจะไปไหนต่อยังบอกไม่ได้!!  สถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นตัวบอกให้รู้เองว่าจะไปอยู่ไหนในช่วงวันที่ ๑๓-๑๔ ก่อนที่จะกลับไปอยู่ในมัณฑะเลย์อีก ๒ วันรอเดินทางกลับเมืองไทยในวันที่ ๑๗   ถึงตอนนี้ผมมีช่องว่างอยู่ ๒ วันที่จะต้องเติมเต็ม!!

เย็นวันนี้ ผมยังมีเวลาเหลืออีก ๒-๓ ชั่วโมง การเดินดูชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งน้ำนับได้ว่าเป็นการเติมเต็มความสุขในการมาเยือนเมืองกะตะของผม...


วิถีชีวิตเรียบง่ายเช่นนี้หาดูได้ยากมากแล้วในปัจจุบันนี้....






















เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมคงไม่ต้องบรรยายให้มากความ เพราะภาพเหล่านี้สามารถบอกอะไรต่ออะไรได้หลายอย่างตามทัศนะและมุมมองของแต่ละคน ผมรู้สึกยินดีที่ได้นำภาพ "พม่า" จากการมองผ่านกล้องคอมแพ็คตัวเล็ก ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้ดู...

เข้าไปนั่งในใจของผมเถอะครับ แล้วเพื่อน ๆ จะได้รับรู้ในสิ่งที่ผมได้ไปสัมผัสมา!

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปพม่า – จองที่พักล่วงหน้า

รถโดยสารพาผมเดินทางจาก Nyaung U ถึงมัณฑะเลย์เวลาเกือบ ๔ โมงเย็น  ล้อไปหยุดหมุนที่สถานีขนส่งที่ผมไม่รู้จัก...  



ผมเห็นคนขับมอเตอร์ไซค์กรูกันมาที่ประตูรถ ส่งเสียงเซ็งแซ่เรียกให้ใช้บริการ มีคนหนึ่งวิ่งไล่ตามเคาะกระจกรถเรียกผมตั้งแต่รถยังไม่จอดสนิท จุดนี้เป็นที่รับส่งผู้โดยสารจากทุกสารทิศจริง ๆ ผมเห็นรถโดยสารมากมาย ฝรั่งนักท่องเที่ยวก็เยอะ  หนุ่มมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งบอกว่าจะพาไปส่งที่ Royal Guest House ขอค่าโดยสาร ๓,๐๐๐ จ๊าด...ผมเดินหนี  ไปเจออีกคนหนึ่งเรียก ๒,๐๐๐ ผมขอเป็น ๑,๕๐๐ เค้าไม่ไป...บอกว่าไกลมาก!

ผมรีบแบกเป้ก้าวเดินออกจากสถานีขนส่งไปที่ถนนใหญ่ มีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาจอดถาม พอรู้ว่าจะไป Royal Guest House ก็เรียก ๒,๐๐๐ จ๊าด ผมขอเป็น ๑,๕๐๐ เหมือนเดิม  รายนี้ตกลงแฮะ!  ส่งหมวกกันน๊อคให้ผมสวม แล้วพาควบตะบึงไปตามเส้นทางพลุกพล่านด้วยรถรา ระยะทางก็ไกลโข กว่าจะไปโผล่ที่ถนน #25 แล้วส่งผมลงที่หน้า Royal Guest House

สิ่งที่ผมต้องทำก่อนเดินทางขึ้นเหนือคือ การจองห้องพักสำหรับวันที่ ๑๕ และ ๑๖ เมษายน  สองวันก่อนบินกลับเมืองไทย เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะจะได้มั่นใจว่ามีที่พักเพื่อรอขึ้นเครื่องได้ตามกำหนด เวลาที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นก็จะได้ไปเที่ยวได้อย่างสบายอกสบายใจ

จ่ายเงินล่วงหน้าไปเลย $20 พนักงานออกใบเสร็จให้ไว้ ผมพับเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์...


โล่งใจทุกอย่าง จุดหมายข้างหน้าคือสถานีรถไฟ  ผมได้กลับมาเดินในมัณฑะเลย์อีกครั้ง คราวนี้คุ้นเคยดี ออกจากเกสต์เฮ้าส์เลี้ยวขวา เดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงตรงหัวมุมที่มีร้านขายขนมเบื้องพม่า (ชื่อจริงชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว) ตั้งเตาอยู่ ผมตรงเข้าไปนั่งเก้าอี้พลาสติกตัวเตี้ย คนขายเห็นก็จำได้ ไม่ต้องพูดกันมาก ผมแค่ยกนิ้ว ๑ นิ้ว เค้าก็จัดให้มาก่อน ๑ ชุด...


ใกล้ ๆ กัน...ผมเห็นชายพม่าคนที่เคยพูดจาด้วยกำลังนอนหลับอยู่


ถัดมาเป็นหนุ่มพม่าเชื้อสายแขกอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเดิม...


ในสมุดบันทึกผมเขียนว่า...
ออกจาก Royal เดินไปกินอาหารเจ้าเดิม ๔ ชิ้นเหมือนเดิม นั่งโต๊ะเดียวกับผู้หญิง ๒ คน ดื่มน้ำชาอุ่น ๆ มาก ๆ เพื่อคลายร้อน กินเสร็จแล้วจ่ายเงิน ๔๐๐ จ๊าดโดยไม่ต้องถาม  - ออกเดินต่ออย่างคล่องแคล่ว มุ่งตรงไปสถานีรถไฟ ต้องระวังเรื่องข้ามถนนเท่านั้น...
ก่อนกลับมามัณฑะเลย์ในวันที่ ๑๗...ผมมีเวลาเที่ยวทางเหนืออีก ๔ วันเต็ม ๆ 

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - ก้าวต่อไป


สิ้นสุดการปั่นจักรยานเที่ยว Old Bagan แล้ว!  ผมมุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งเพื่อหาข้อมูลที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางข้างหน้า การเดินทางของผมไม่ได้วางแผนไว้ตายตัว เย็นนี้ถึงจะบอกได้ว่าพรุ่งนี้จะไปที่ไหนต่อ...


คุ้นเคยกับเส้นทาง...ผมใช้เวลาไม่นานก็ปั่นจักรยานไปถึงสถานีขนส่ง





สอบถามข้อมูลรถโดยสารที่จะไปเมะทีลา ตองยี และมัณฑะเลย์ แล้วนำมาขบคิดในสมองพร้อมด้วยเหตุผล ในที่สุดผมก็เลือกที่จะเดินทางกลับไปมัณฑะเลย์เพื่อนั่งรถไฟขึ้นเหนือ เพื่อน ๆ จำได้หรือเปล่าครับว่าผมเคยไปสำรวจที่สถานีรถไฟมัณฑะเลย์มาแล้ว รู้ว่ามีรถออกเวลาทุ่มกว่า ๆ  ได้อาศัยนอนบนรถไฟ ผมจะประหยัดค่าโรงแรมไปได้ ๑ คืน การเดินทางขึ้นเหนือครั้งนี้...ผมตั้งใจว่าจะไปลงที่สถานี Naba เพื่อต่อรถไปยัง Katha เมืองที่สามารถนั่งเรือล่องแม่น้ำอิรวดีกลับลงมายังมัณฑะเลย์  ได้บทสรุป...ผมตัดสินใจซื้อตั๋วโดยสารไปมัณฑะเลย์ เอากุญแจห้องพักให้เค้าดู บอกว่าพรุ่งนี้เช้าให้รถไปจอดรับที่นั่น


แผนการเดินทางก้าวต่อไปถูกกำหนดเป็นที่แน่นอนแล้ว ความตื่นเต้นกำลังจะกลับมากระตุ้นหัวใจของผมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้!

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปเวียดนาม – ความผิดพลาดของผม

ผมคิดว่าการจองตั๋วเครื่องบิน Air Asia ไปกลับ"กรุงเทพ-ฮานอย" สำหรับทริป "Travellin' light ไปเวียดนาม" ครั้งนี้ นับว่าเป็นความผิดพลาดของผม!


ดูจากแผนที่ประเทศเวียดนาม จะเห็นได้ว่าการเดินทางจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งแล้วไปออกอีกทางนึง (โดยไม่ต้องย้อนกลับให้เสียเวลาและค่าเดินทาง) จะเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด การที่ไม่ต้องยึดติดกับเวลาบินกลับนั้น เป็นการตัดความกังวลออกไปได้โดยสิ้นเชิง  ถ้าทริปที่ผ่านมาผมไม่ต้องกลับไปขึ้นเครื่องที่ฮานอย ก็จะเดินทางต่อไปยังไซ่ง่อน ผ่านกัมพูชา แล้วกลับเข้าประเทศไทยได้อย่างสบาย ๆ  การย้อนกลับไปฮานอยนับเป็นการวางแผนที่ผิดพลาดในระดับหนึ่ง!

เที่ยวเวียดนาม เพื่อน ๆ ทำได้ ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรก...บินไปฮานอยแล้วขึ้นเหนือ เที่ยวไปจนถึงซาปา ออกทางเดียนเบียนฟู เข้าประเทศลาวแล้วกลับไทย  ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง...ก็บินไปฮานอยแล้วเดินทางลงใต้ ผ่านเว้ ดานัง ฮอยอัน นครโฮจิมินห์ (ไซ่ง่อน)  แล้วนั่งรถไปเที่ยวกัมพูชาก่อนกลับเข้าไทย  อย่างเนี้ยจะคุ้มค่าที่สุด!

ไม่สนุกเลยนะครับ ที่จะต้องนั่งรถกลับตามเส้นทางเดิม แล้วไปนั่งนับเวลา...รอขึ้นเครื่องกลับไทยด้วยความกังวล!

ค่าโดยสาร sleeping bus จากฮานอยไปไซ่ง่อนแบบ open ราคา $45  เพื่อน ๆ สามารถแวะตามเส้นทาง  อยู่เที่ยวกี่วันก็ได้ เมื่ออยากเดินทางต่อก็เพียงแค่ confirm กับ office ที่มีอยู่ในแต่ละเมืองล่วงหน้าเท่านั้น...



หรือถ้าจะให้ไร้กังวลสุด ๆ ก็ซื้อตั๋วรถจากเมืองหนึ่งไปยังเมืองหนึ่งในวันเดินทางเลยก็ได้  ไม่ต้องยึดติดกับอะไรทั้งนั้น ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า เป็นการ improvise ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม...

ในเวียดนาม โรงแรมที่เราไปพักส่วนใหญ่จะช่วยเรื่องการจองตั๋วให้ได้เป็นอย่างดี เสียเงินเพิ่มนิดหน่อย ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ถูกโกง แถมยังมีบริการมารับถีงที่!  ความผิดพลาดอีกข้อหนึ่งของผมคือ ไม่ได้ซื้อตั๋วรถโดยผ่านเคาน์เตอร์ของทางโรงแรม ดันไปซื้อกับบริษัททัวร์ตามข้างทาง ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับตั๋วเดินทาง โชคดีที่ผมผ่านวิกฤตมาได้...

ยังมีความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก ๒ ประการคือ ผมลืมแลกเงินดองติดกระเป๋าออกมาจากสนามบิน ด้วยความอยากจะ travel light อย่างแรง ผมออกจากสนามบินก็ตรงไปยังที่จอดรถเมล์สาย 17 เลย  ระหว่างทางคิดได้ว่าลืมแลกเงินที่บูธแลกเงินในสนามบินไว้เป็นค่ารถเมล์  โชคดีจริง ๆ ที่ในกระเป๋าตังค์มีเงินดองซึ่งเหลือจากทริปไปซาปาครั้งแรกนำไปด้วยประมาณ ๓๕,๐๐๐ ดอง เพียงพอสำหรับจ่ายค่ารถเมล์และค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังที่พัก...


ความผิดพลาดอีกประการคือ ทั้ง ๆ ที่เตือนตัวเองว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน ผมก็ยังหลงเชื่อ ยอมนั่งรถไปกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนที่เห็น...


เค้าชวนไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันแล้วพรรณาถึงความลำบากยากเข็ญ อยากให้เราจ้างเขานำเที่ยวสัก ๑ ชั่วโมง เพื่อจะได้เงิน ๔-๕ ดอลล่าร์ไปเลี้ยงครอบครัว มันทำให้ผมอึดอัดใจเป็นที่สุด กว่าจะบอกปฏิเสธและขอให้เค้าจากไป ผมก็ต้องทำใจอยู่ไม่น้อย!

ความผิดพลาดเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามีคนแนะนำหรือตักเตือน ผมจึงอยากรายงานให้เพื่อน ๆ ได้พิจารณา และใช้เป็นเครื่องเตือนใจในการท่องเที่ยวแดนไกลครั้งต่อ ๆ ไป  ด้วยความห่วงใยครับ!