บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tourist information แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tourist information แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558
ทริปล้างพิษ - tourist information
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ รถ บขส. กรุงเทพ-ด่านเจดีย์สามองค์ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 เวลา ๐๖.๓๐ ย. พาผมเดินทางถึงสถานีขนส่งกาญจนบุรีเวลาประมาณ ๙ โมงกว่า ๆ
เดินแบกเป้ไปยังคะนาอันเกสต์เฮ้าส์ซึ่งอยู่ในซอยเตาปูน 2 โดยใช้เวลาไม่นาน พบคุณจอยเจ้าของเกสต์เฮ้าส์ผู้ใจดี เธอให้ผมเข้าห้องพักได้เลย...
ต้องไม่ลืมที่จะขอรหัส wifi และแผนที่ไว้ด้วย...
เช่าจักรยานออกเที่ยวโดยไม่่รอช้า... ผมออกจากคะนาอันเกสต์เฮ้าส์ (1) ปั่นผ่านสถานีขนส่ง (2) ไปยังถนนหลัก (ถนนแสงชูโต) แล้วเลี้ยวซ้าย
ไปเมืองไหนก็ตาม...สิ่งหนึ่งที่ควรทำคือ ไปขอเอกสารจากหน่วยบริการข้อมูลการท่องเที่ยว (tourist information) ผมมาเมืองกาญจน์คราวนี้ช่างโชคดีแท้ พอขี่จักรยานเลี้ยวออกถนนใหญ่ก็เห็นป้ายอยู่ข้างหน้า....
ถ่ายรูปเจ้าเสือเหลืองไว้ก่อนที่จะเข้าไปยังสำนักงาน ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) (3)
เปิดประตูเข้าไปข้างใน ไม่มีพนักงานอยู่ที่เคาน์เต้อร์ แต่ด้านซ้ายมือเห็นชั้นวางเอกสารแผ่นพับสำหรับแจกนักท่องเที่ยวตั้งอยู่ ผมเลือกหยิบแผ่นพับมาได้ ๑ ฉบับ...
เป็นแผนที่เส้นทางจักรยาน ตรงกับจุดประสงค์พอดี...
มีแผนที่และรายละเอียดเส้นทางจักรยานแล้วก็เริ่มต้นลุยทันที พิพิธภัณฑ์สงครามโลก...ป้ายชี้บอกให้ไปทางขวา
ไปโลด...ผมออกแรงปั่น เจ้าเสือเหลืองพาผมทะยานไปข้างหน้า!
วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
Travellin’ light ไปพม่า – Mandalay Tourist Information
๔ เมษายน ๒๕๕๗... กลับจากสะพานอูเบ็ง ถึงที่พักประมาณ ๘ โมงกว่า ผมยังทันได้หม่ำอาหารเช้าฟรี!
อิ่มครับ! ผมตีราคาอาหารเช้ามื้อนี้ $2 เพื่อจะให้รู้สึกว่าค่าห้องพักที่นี่เหลือเพียง $8 ซึ่งก็ยังแพงกว่าห้องพักที่ Queen Hotel ในเวียดนาม (คลิกอ่านเรื่องเดินหาที่พักในซาปาได้ ที่นี่)
ได้เวลาออกเที่ยวต่อ... ผมบอกตัวเองว่าสิ่งที่จะต้องทำให้ได้ในวันนี้ คือ "ซื้อตั๋วเรือ" รู้มาก่อนแล้วว่าทุกวันนี้ยังมี slow boat to Pagan ออกทุกวันอาทิตย์และวันพฤหัส เป็นการเดินทางสู่พุกามอย่างที่ผมเคยทำเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว Travellin' light ครั้งนี้...ผมปรารถนาที่จะย้อนอดีต! ซึ่งอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้! นอกจากนั้น ผมก็อยากจะกลับไปในที่ ๆ เคยไปมาก่อน อย่างเช่น วัดกุโสดอร์ ศาลากลางน้ำ และวัดที่มีพระพุทธรูปที่สลักจากหินอ่อน
วิธีดีที่สุดที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จภายในวันนี้ (วันที่ ๒ ในมัณฑะเลย์) ก็คือ การเช่าจักรยาน ขี่ไปตามที่ต่าง ๆ ผมถามสาว reception ว่าจะไปเช่าจักรยานได้ที่ไหน? เธอชี้ให้ดูร้านขายของชำซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกสต์เฮ้าส์ บอกว่าที่นั่นมีจักรยานให้เช่าในอัตรา ๑,๕๐๐ จ๊าดต่อวัน...
ผมเดินข้ามถนนไปยังร้านที่มีป้าย PREMIER สีเหลืองทันที...
การเช่าจักรยานก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร (เหมือนการเช่าจักรยานที่หลวงน้ำทา) ผมแค่ลงชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง และที่พักไว้ แล้วจ่ายเงิน ๑,๕๐๐ จ๊าด ก็ได้จักรยานไปขี่...
การผจญภัยน่าตื่นเต้นกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ท่ามกลางการจราจรอันสับสนวุ่นวายบนท้องถนนเมืองมัณฑะเลย์ ผมจูงจักรยานออกตั้งตัวก่อนบนถนน เตือนสติตัวเองว่าต้องขี่ชิดขวา จากนั้นก็เริ่มต้นปั่น โดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการปรับตัวบังคับรถให้วิ่งตรงทาง จุดแรกที่จะต้องไปคือ Tourist Information หรือ ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่บนถนน 68 ระหว่างถนน 26 และ 27 เมื่อวานก็ไปมาแล้ว (ย่ำต๊อก) แต่เค้าปิดเสียก่อน วันนี้จึงต้องกลับไปอีก
ยังเช้าอยู่...ถนนหนทางยังมีรถราไม่มาก ผมปั่นไปตามถนน 26
เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน 68 ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวอยู่ทางด้านซ้ายมือ ผมตั้งจักรยานไว้ข้างหน้า....
"มิงกะลาบา" ผมกล่าวสวัสดีเจ้าหน้าที่สาว ๒-๓ คนที่อยู่หลังเคาน์เต้อร์ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี... ผมถามถึงตั๋ว slow boat ก่อนเป็นอันดับแรก สาวพม่าซึ่งดูอาวุโสกว่าเพื่อนเป็นผู้อธิบายให้ทราบว่ามีเรือออกเช้ามืด ทุกวันอาทิตย์และวันพฤหัส ค่าโดยสาร $15 ผมถามว่าซื้อตั๋วที่นี่ได้หรือเปล่า? (อยากจะคุยว่าเมื่อ ๓๑ ปีก่อนก็มาซื้อที่ tourist office นี่แหละ) เธอตอบว่าจองตั๋วให้ได้ แต่ราคาเพิ่มเป็น $18 ทางที่ดีให้ไปซื้อที่ท่าเรือดีกว่า...
ไม่เป็นไร มีจักรยานเดี๋ยวผมขี่ไปซื้อตั๋วเองได้ ผมถามต่อทันทีว่ามีแผนที่ขายมั้ย? ถามไปอย่างงั้นแหละ ใจจริง ๆ แล้วอยากได้ของฟรีมากกว่า อิอิ
สาวสวยผู้ยืนอมยิ้มฟังตาแก่จากเมืองไทยอยู่ใกล้ ๆ หยิบแผนที่ส่งให้...
เป็นแผนที่รวม (Map of Myanmar) ประกอบด้วยแผนที่เมืองมัณฑะเลย์ ย่างกุ้ง และเมืองอื่น ๆ เป็นปกติสำหรับแผนที่แจกฟรี...ผมเห็นโฆษณากินเนื้อที่กว่าครึ่ง!
ได้แผนที่สมใจ ผมขอบคุณแล้วลงชื่อใน "สมุดเยี่ยม" ผมเปิดย้อนหลังดู...ไม่เห็นชื่อคนไทยแม้แต่คนเดียว!
"เจซูติน บาแด" ผมพูดพร้อมกับยกมือไหว้ อยากแสดงออกถึงความเป็นไทยให้ชาวพม่าได้เห็น สาว ๆ ยิ้มให้...
เมื่อเดินออกมาด้านนอก ก็เจอกับชายคนนี้...
คุณลุงหม่องพูดภาษาอังกฤษได้ดี ท่าทางน่าจะเป็นหัวหน้า เราคุยกันได้พักนึง ผมก็ขอตัวออกเดินทางต่อ!
จุดหมายต่อไปคือ "วัดกุโสดอร์" ซึ่งอุตส่าห์รอมานานถึง ๓ ทศวรรษ กว่าจะได้กลับไปเยือนอีกครั้ง!
อิ่มครับ! ผมตีราคาอาหารเช้ามื้อนี้ $2 เพื่อจะให้รู้สึกว่าค่าห้องพักที่นี่เหลือเพียง $8 ซึ่งก็ยังแพงกว่าห้องพักที่ Queen Hotel ในเวียดนาม (คลิกอ่านเรื่องเดินหาที่พักในซาปาได้ ที่นี่)
ได้เวลาออกเที่ยวต่อ... ผมบอกตัวเองว่าสิ่งที่จะต้องทำให้ได้ในวันนี้ คือ "ซื้อตั๋วเรือ" รู้มาก่อนแล้วว่าทุกวันนี้ยังมี slow boat to Pagan ออกทุกวันอาทิตย์และวันพฤหัส เป็นการเดินทางสู่พุกามอย่างที่ผมเคยทำเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว Travellin' light ครั้งนี้...ผมปรารถนาที่จะย้อนอดีต! ซึ่งอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้! นอกจากนั้น ผมก็อยากจะกลับไปในที่ ๆ เคยไปมาก่อน อย่างเช่น วัดกุโสดอร์ ศาลากลางน้ำ และวัดที่มีพระพุทธรูปที่สลักจากหินอ่อน
วิธีดีที่สุดที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จภายในวันนี้ (วันที่ ๒ ในมัณฑะเลย์) ก็คือ การเช่าจักรยาน ขี่ไปตามที่ต่าง ๆ ผมถามสาว reception ว่าจะไปเช่าจักรยานได้ที่ไหน? เธอชี้ให้ดูร้านขายของชำซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกสต์เฮ้าส์ บอกว่าที่นั่นมีจักรยานให้เช่าในอัตรา ๑,๕๐๐ จ๊าดต่อวัน...
ผมเดินข้ามถนนไปยังร้านที่มีป้าย PREMIER สีเหลืองทันที...
การเช่าจักรยานก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร (เหมือนการเช่าจักรยานที่หลวงน้ำทา) ผมแค่ลงชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง และที่พักไว้ แล้วจ่ายเงิน ๑,๕๐๐ จ๊าด ก็ได้จักรยานไปขี่...
การผจญภัยน่าตื่นเต้นกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ท่ามกลางการจราจรอันสับสนวุ่นวายบนท้องถนนเมืองมัณฑะเลย์ ผมจูงจักรยานออกตั้งตัวก่อนบนถนน เตือนสติตัวเองว่าต้องขี่ชิดขวา จากนั้นก็เริ่มต้นปั่น โดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการปรับตัวบังคับรถให้วิ่งตรงทาง จุดแรกที่จะต้องไปคือ Tourist Information หรือ ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่บนถนน 68 ระหว่างถนน 26 และ 27 เมื่อวานก็ไปมาแล้ว (ย่ำต๊อก) แต่เค้าปิดเสียก่อน วันนี้จึงต้องกลับไปอีก
ยังเช้าอยู่...ถนนหนทางยังมีรถราไม่มาก ผมปั่นไปตามถนน 26
เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน 68 ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวอยู่ทางด้านซ้ายมือ ผมตั้งจักรยานไว้ข้างหน้า....
"มิงกะลาบา" ผมกล่าวสวัสดีเจ้าหน้าที่สาว ๒-๓ คนที่อยู่หลังเคาน์เต้อร์ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี... ผมถามถึงตั๋ว slow boat ก่อนเป็นอันดับแรก สาวพม่าซึ่งดูอาวุโสกว่าเพื่อนเป็นผู้อธิบายให้ทราบว่ามีเรือออกเช้ามืด ทุกวันอาทิตย์และวันพฤหัส ค่าโดยสาร $15 ผมถามว่าซื้อตั๋วที่นี่ได้หรือเปล่า? (อยากจะคุยว่าเมื่อ ๓๑ ปีก่อนก็มาซื้อที่ tourist office นี่แหละ) เธอตอบว่าจองตั๋วให้ได้ แต่ราคาเพิ่มเป็น $18 ทางที่ดีให้ไปซื้อที่ท่าเรือดีกว่า...
ไม่เป็นไร มีจักรยานเดี๋ยวผมขี่ไปซื้อตั๋วเองได้ ผมถามต่อทันทีว่ามีแผนที่ขายมั้ย? ถามไปอย่างงั้นแหละ ใจจริง ๆ แล้วอยากได้ของฟรีมากกว่า อิอิ
สาวสวยผู้ยืนอมยิ้มฟังตาแก่จากเมืองไทยอยู่ใกล้ ๆ หยิบแผนที่ส่งให้...
เป็นแผนที่รวม (Map of Myanmar) ประกอบด้วยแผนที่เมืองมัณฑะเลย์ ย่างกุ้ง และเมืองอื่น ๆ เป็นปกติสำหรับแผนที่แจกฟรี...ผมเห็นโฆษณากินเนื้อที่กว่าครึ่ง!
ได้แผนที่สมใจ ผมขอบคุณแล้วลงชื่อใน "สมุดเยี่ยม" ผมเปิดย้อนหลังดู...ไม่เห็นชื่อคนไทยแม้แต่คนเดียว!
"เจซูติน บาแด" ผมพูดพร้อมกับยกมือไหว้ อยากแสดงออกถึงความเป็นไทยให้ชาวพม่าได้เห็น สาว ๆ ยิ้มให้...
เมื่อเดินออกมาด้านนอก ก็เจอกับชายคนนี้...
คุณลุงหม่องพูดภาษาอังกฤษได้ดี ท่าทางน่าจะเป็นหัวหน้า เราคุยกันได้พักนึง ผมก็ขอตัวออกเดินทางต่อ!
จุดหมายต่อไปคือ "วัดกุโสดอร์" ซึ่งอุตส่าห์รอมานานถึง ๓ ทศวรรษ กว่าจะได้กลับไปเยือนอีกครั้ง!
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
Travellin' light ไปพม่า - สถานีรถไฟมัณฑะเลย์
ผมชอบสถานีรถไฟกรุงมัณฑะเลย์ตรงที่ว่ามันอยู่ใจกลางเมือง จากที่พักเดินไปก็ได้...
ถ้าขี้เกียจเดิน...จะให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปส่ง ก็ต้องจ่าย ๑,๐๐๐ จ๊าด
หลังจากเติมพลังให้ร่างกายด้วยอาหารมื้อแรกราคา ๑๔ บาท สิ่งที่ผมจะต้องทำต่อ คือการสำรวจเส้นทางไปสถานีรถไฟ เนื่องจาก Travellin' light ไปพม่าครั้งนี้ ผมมีความคิดที่จะนั่งรถไฟจากมัณฑะเลย์ไปมิตจีนา (รวมทั้งพินอูลวินด้วย) แม้ว่าจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนรถ ค่าโดยสาร และเวลาเข้าออก จากเว็บ The Man in Seat 61 แล้ว แต่ผมก็ต้องไปดูทางหนีทีไล่ไว้ก่อน จะได้รู้ช่องทาง เผื่อเวลาขึ้นรถไฟจริง ๆ จะได้ไม่งก ๆ เงิ่น ๆ!
บนเส้นทาง ผมเดินผ่านวัดฮินดูซึ่งอยู่ด้านขวามือ
ถึงสามแยกบนถนน 79 และถนน 27 (ใกล้ ๆ กับจุดที่รถบัส Air Asia จอดรับส่งผู้โดยสาร) ผมเลี้ยวขวา เดินไปตามถนนเลียบกำแพงรั้วรถไฟ...
ผมเห็นเพิงที่พัก ผู้คนหลับนอนบนพื้นถนน กองขยะ คนเก็บขยะ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ไม่กล้ายกกล้องขึ้นเก็บภาพเหล่านั้นไว้ เกรงว่าจะรุกล้ำเสรีภาพของผู้อื่นเกินไป!
เดินไปประมาณ ๓ บล็อคถนน ผมก็เห็นสะพานลอยข้ามทางรถไฟอยู่เบื้องหน้า...
หยุดอยู่กลางสะพาน ผมถ่ายภาพรางเหล็กไว้ ๑ บาน คิดว่าความกว้างของรางคงจะเท่ากับของไทยเรา
ผมมองไปข้างหน้า เห็นอาคารสถานีรถไฟ ดูคล้ายกับว่าอาคารเก่าที่แท้จริง คือส่วนที่อยู่ชั้นล่างสุด ส่วนตึกที่อยู่ข้างบนนั่นน่าจะสร้างเสริมขึ้นมาทีหลัง ดูมันไม่เข้ากันเลย อย่างนี้ไม่เคยเห็นนะ!
มั่นใจแล้วว่าเป็นสถานีรถไฟ...ผมเดินตรงไป เห็นที่พักผู้โดยสารทางด้านขวา
ชอบสีเก้าอี้อ่ะ...
มีขบวนรถไฟจอดอยู่เบื้องล่าง....
เห็นป้ายชี้ทางลงไปยังชานชาลา 4-5...
นั่นคือบันไดลง...
บนเก้าอี้มีคนนั่งรอ บนพื้นก็มีคนนอนรอ ผู้โดยสารบางคนปูเสื่อนอนรอกันข้ามวันข้ามคืนเชียวล่ะ
ต้องหาห้องขายตั๋วให้ได้... เจอแล้วครับ! รู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน...เวลามาซื้อตั๋วจะได้ไม่ต้องหา!
ผมไปยืนดูป้ายราคาค่าโดยสารรถไฟจากมัณฑะเลย์ไปมิตจีนา เห็นได้ว่าเค้าไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาตินั่ง ordinary class!
มีบอร์ดแสดงเวลาเดินรถเป็นไฟวิ่ง ภาษาพม่าอ่านไม่ออก แต่ก็มีภาษาอังกฤษสลับ...
นาฺฬิกาข้างบนนั่นบอกเวลา ๑๖.๒๒ น. ผมต้องรีบไปที่ Tourist Information บนถนน 68 ใกล้ ๆ กับโรงแรม Mandalay Swan เพื่อขอข้อมูลการท่องเที่ยว จำได้ว่าเคยไปที่นั่นเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้วเพื่อซื้อตั๋วเรือ!
ผมรีบออกจากสถานีรถไฟ...เลี้ยวซ้าย...เดินไปตามถนน 78 จนถึงถนน 26 เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไป!
ต้องเดินอีกไกล ไหวมั้ยลุง?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









































