แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mandalay แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mandalay แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปพม่า – ขนมหวาน 26th Street

๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ ตื่นนอนตอน ๖ โมงเช้า ลงไปอาบน้ำแปรงฟันแล้วกลับมาจัดยาเตรียมไว้กินหลังอาหาร  พรุ่งนี้แล้วสินะจะได้เดินทางกลับบ้าน!  ผมถามตัวเองว่าวันนี้เช่าจักรยานปั่นเที่ยวอีกซักวันดีมั้ย? ลองขยับแข้งขยับขาและส่ายหัวไปมา ถ้ารู้ว่าโลกยังโคลงเคลงอยู่ก็น่าจะเลิกล้มความตั้งใจ! 

จากในห้องพักผมสามารถอัพเดท facebook ได้ แม้สัญญาณ wifi จะไม่แรง!  ๐๗.๑๐ น. ผมนุ่งโสร่งลงไปที่ห้องอาหารซึ่งมีคนนั่งอยู่บ้างแล้ว อาหารเช้าวันนี้มีน้ำส้ม ๑ แก้ว กล้วย ๒ ใบ ขนมปัง ๒ แผ่นพร้อมเนย/แยม  ไข่คน และกาแฟดำ กินเสร็จก็กลับขึ้นห้องเพื่อกินยา เปลี่ยนไปสวมกางเกงขาสั้น เสื้อผ้าฝ้ายของขวัญจากคุณแอ้ม  จากนั้นก็ลงไปนั่งในล็อบบี้ มองดูผู้คนบนถนน 25 หน้าเกสต์เฮ้าส์...



วันนี้เป็นวันสิ้นปี พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มต้นปีใหม่ ยังคงเล่นสาดน้ำกันอยู่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่...



ผมออกไปนั่งบนม้ายาวหน้าเกสต์เฮ้าส์ มีหนุ่มยุโรปคนหนึ่งนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ข้าง ๆ


จักรยานมาบรรทุกผ้าใช้แล้วจากเกสต์เฮ้าส์ไปซัก....


ผมตัดสินใจเดินออกไปยังถนน 26...



ตรงหัวมุม...แขกขายขนมหวาน (Indian Dessert) ที่เคยซื้อกิน มาตั้งโต๊ะจำหน่ายแล้ว






ต้องอุดหนุ่นหน่อย ผมส่งตังค์ให้ ๕๐๐  จ๊าด บอกว่าเอาหลาย ๆ อย่างรวมกัน...


ได้มา ๔ ชิ้น....


ผู้คนเริ่มสัญจรมากขึ้น ผมยืนหลบอยู่ข้างทาง แอบเก็บภาพไว้ได้หลายบาน...






ผมหยิบขนมหวานใส่ปากเรื่อย ๆ จนหมด... รู้สึกว่ามีแรงขึ้น!

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - จากกะตะสู่มัณฑะเลย์


๑๑.๕๐ น. เรือเล็กเข้ามาเทียบ มีทั้งคนขึ้นและคนลง เรียบร้อยแล้วเรือลำที่ผมนั่งมาก็ออกเดินทางต่อ...



บนฝั่ง...ภาพของวัดและพระเจดีย์มีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ แสดงให้เห็นศรัทธาแรงกล้าของคนพม่าที่มีต่อพุทธศาสนา!!




บนเรือ...ภาพของผู้โดยสารคือสีสันที่ทำให้การเดินทางด้วยนาวาครั้งนี้ไม่น่าเบื่อหน่ายสำหรับผม




ไม่มีเพลาใดเลยที่ผมรู้สึกง่วงแล้วต้องงีบหลับเช่นนั้น...


๑๗.๑๐ น. เรือจอดเทียบท่า ผมคิดว่าเมืองนี้คงเป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ มีผู้โดยสารลงไปหลายคน ก่อนที่แม่ค้าจะขึ้นมาขายของ...ส่งเสียงเซ็งแซ่!!


ภาพที่เห็นบนฝั่งทำให้ผมต้องกดชัตเตอร์อย่างไม่ยั้งมือ..





เรือวิ่งลอดใต้สะพานอีกแล้ว...


๑๗.๑๙ น. นายตรวจมาตรวจตั๋วแล้วเก็บไป ไม่นานนักท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี ดวงตะวันเริ่มทอแสง...


แล้วฉากหลังก็ถูกระบายด้วยสีดำ ในขณะที่จอภาพบนเรือส่องสว่าง กลายเป็นจุดสนใจของผู้โดยสาร...



ช่วงที่มืดสนิท ขณะที่เรือจอดลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ ผมเห็นแสงไฟกระพริบเป็นสัญญาณอยู่แต่ไกล  แล้วมันก็เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา...


เป็นเรือเล็กที่แล่นมารับผู้โดยสารไปจากเรือใหญ่นั่นเอง...


สามทุ่มก็ยังไม่ถึงมัณฑะเลย์...เรือวิ่งมาได้ ๑๕ ชั่วโมงแล้วนะเนี่ย!! 

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - U Ko Oo ชายใจดี

ได้อ่านมาว่าในกระบวนการย่อยอาหารของคนเรา ถ้าเป็นพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง น้ำย่อยที่หลั่งออกมาจะมีสภาพเป็นด่าง แต่ถ้าเป็นโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ จะต้องใช้น้ำย่อยที่มีสภาพเป็นกรด เจ้าน้ำย่อยชนิดนี้ถ้ามันหลั่งออกมาแล้วไม่มีอาหารเนื้อสัตว์ให้ย่อย มันก็จะหันไปกัดผนังสำไส้ ทำให้บางคนบ่นว่า "หิวข้าวจนแสบไส้" 

ส่วนผมไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว คิดว่าเจ้าน้ำย่อยประเภทกรดที่ใช้ย่อยเนื้อสัตย์คงไม่หลั่งออกมา เมื่อไหร่ที่อดข้าว นอกจากท้องร้องจ๊อก ๆ แล้ว...อาการแสบไส้จะไม่ตามมา! ด้วยเหตุนี้ เมื่อต้องเดินทางยาวไกล ใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน ไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ รถไฟ หรือเรือ ผมมักจะไม่ค่อยกินอะไร  กล่าวคือ วันทั้งวันนอกจากน้ำแล้ว แม้จะไม่มีอะไรอื่นตกถึงท้อง ผมก็ไม่รู้สึกหิว ไม่ทรมาน ไม่แสบท้องแสบไส้  อาการอ่อนล้าสิ้นแรงไม่ปรากฏ ร่างกายผมสะสมไขมันไว้มาก อยู่ได้อีกหลายวัน!  ขอให้มีน้ำดื่มอย่างเดียวก็พอ!

ตอนนั่งเรือจากมัณฑะเลย์ไปพะโค๊ะคุ ระหว่างทางผมซื้อกินแตงโมแค่ ๒ ชิ้น  ตอนนั่งรถจากอุดมไชยไปเดียนเบียนฟูยิ่งไม่ได้กินอะไรเลย  ผมเคยดื่มนมขณะนั่งรถโดยสารจากโกตาบารูไปสิงคโปร์ ผลที่ตามมาคือเกิดลมในท้อง นั่งตัวเกร็งตดไปตลอดทาง ตั้งแต่นั้นมาเข็ดจนตาย!  นั่งเรือจากกะตะไปมัณฑะเลย์วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่เช้าแม้ไม่ได้กินอะไรเลยก็ไม่กังวล ผมไม่รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย

แม้จะไม่มีห้องอาหารบนเรือ แต่ก็มีแม่ค้านำของขึ้นมาขาย เวลาที่เรือเข้าเทียบท่ารับส่งผู้โดยสาร...






แต่คนอื่นเค้าไม่ยอมอดข้าวเหมือนผมหรอกนะ...


ชายคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมก็เช่นกัน ผมเห็นแกพกอาหารสมองมาด้วย...



พอได้เวลาให้อาหารแก่ท้องตัวเอง แกก็ยกปิ่นโตขึ้นมาตักข้าวกิน!  ในขณะที่ผู้โดยสารหลายคนเลือกซื้อข้าวกล่อง...



นั่นไง แม่ค้าบนฝั่งกำลังตักอาหารลงกล่อง...


ผมบันทึกไว้ว่า...
๑๐.๐๐ น. แดดเริ่มร้อนขึ้น  เรือมีผู้โดยสารเกือบเต็มลำ กินอาหารทิ้งเกลื่อน แทะเมล็ดแตงโมแล้วทิ้งลงบนพื้น
๑๑.๐๐ น. ชายที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาพูดด้วย เป็นภาษาพม่า ฟังไม่เข้าใจ แต่ดูรู้ว่าจะเอาข้าวให้กิน พอพยักหน้าตอบรับ แกก็นำข้าวในถุงออกมาเทใส่ในปิ่นโตรวมกับไข่เจียวใส่หอมแดง อีกปิ่นโตนึงมีปลาและถั่ว แถมยังให้ผ้าปูตักไว้รองปิ่นโต และเทน้ำดื่มในขวดล้างช้อนให้ด้วย...

ผู้ให้คงจะสุขใจ เมื่อเห็นผู้รับเปิบข้าวหมด (แต่กับยังเหลือ)


นำข้าวมาเติมให้อีก ผมก็ไม่ขัดศรัทธา ตักกินจนเกลี้ยง  หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกัน แม้จะพูดกันคนละภาษาก็ตาม เมื่อได้แลกเปลี่ยนชื่อและที่อยู่ให้กันและกัน จึงได้รู้ว่าชายใจดีผู้นี้ชื่อ U Ko Oo  อาศัยอยู่ในมัณฑะเลย์...


มาดูหน้ากันชัด ๆ...


ดูก็คล้าย "ทนายนกเขา"... U Ko Oo ชายใจดี!