แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลุงน้ำชา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลุงน้ำชา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

The Final Trip - bikepacking 1



ผมชอบคำว่า bikepacking และ backpacker มั่ก ๆ นึกถึงทีไร มันมองเห็นภาพและให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้นยินดีอยู่ลึก ๆ


จากเสื้อผ้าที่กองรวมกันไว้ ผมเลือกใช้เสื้อกันหนาวสีน้ำเงินเข้ม ตัวที่ซื้อในวันอันหนาวเหน็บที่ซาปาเวียดนามเหนือ....


ทดลองบรรจุลงกระเป๋า เอาเสื้อกันหนาวลงไปก่อน แล้วตามด้วยชิ้นอื่น ๆ กระเป๋าด้านข้างใส่ผ้าพลาสติกกันฝน (คลุมกระเป๋าตะแกรงท้ายทั้งหมด) อัด power bank ๓ ตัว และที่ชาร์จแบตเตอรี่ลงไปด้วย


ลองรูดซิปปิด...


หิ้วไปประกอบติดไว้กับจักรยานเหมือนเดิม....


นั่งจ้อง ๆ มอง ๆ ดูแล้วผมคิดว่าเจ้า accordion น่าจะนำไปด้วยไม่ได้!


มันใหญ่เกินกว่าที่จะมัดไว้บนตะแกรงอีกที...

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2562

The Final Trip - last night in Hang Chat

วันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ผมขึ้นมายืนอยู่บนดาดฟ้าเฝ้ามองพระอาทิตย์ตกดิน...



นึกถึงเรื่องสั้นภาษาอังกฤษที่เคยเรียนกับอาจารย์ Ruth และ Quote ที่ว่า "Don't let the sun go down upon your wrath.*" เรื่องของพี่ชายที่โกรธเคืองกับน้องชายถึงกับไม่พูดจากัน ในวันที่เหมืองถล่ม น้องชายถูกฝังอยู่ใต้ดิน พี่ชายเร่งขุดดินแข่งกับเวลาจนช่วยเหลือน้องได้สำเร็จ แต่ตัวเองก็ต้องจบชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว ความโกรธคือปีศาจร้าย จงอย่าพกพามันไป การให้อภัยเป็นสิ่งที่จะต้องรีบทำก่อนที่จะสายเกินไป...
-----------------------------------------
* “Be angry, and do not sin”: do not let the sun go down on your wrath, nor give place to the devil (Ephesians 4:26-27)

วันนี้ผมปลดทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้ายออกจากจิตใจตัวเอง พี่ชายที่ได้ให้การดูแลมาเกือบ ๒๐ ปีก็ได้จากไปแล้วหลังการให้อภัยและบอกลา ทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหมดให้จากไปพร้อมกับร่างกายที่เหนื่อยล้า 


ภาพพี่ชายเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว

ท้องฟ้าเหนือนครลำปางดูหมองหม่น อาทิตย์กำลังตกดิน สัญญาว่าจะกลับมาใหม่ในวันพรุ่งนี้! 



พรุ่งนี้แล้วซินะ ที่ผมจะออกเดินทางจากที่นี่ไป บ้านซึ่งเคยอยู่อาศัยมานานกว่า ๑๐ ปี...


บ้านห้างฉัตร - ภาพถ่ายเมื่อตอนมาอยู่ใหม่ ๆ

ผมเพิ่งเปิดดูภาพของลุงนักปั่นที่บอกว่าจะปั่นจักรยานจนหนวดเคราขาวอย่างที่เห็น...



ผมยังเปิดดูภาพของนักปั่นจักรยานวัย ๑๐๖ ปี เมื่อปี ๒๕๖๑...

ภาพ capture จาก YouTube

ภาพ capture จาก YouTube

ภาพ capture จาก YouTube

แล้วกลับไปอ่านบล็อกที่เขียนเรื่องของลุง Louis Green อีกเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้กำลังใจตัวเอง...

 

คิดถึง Jeremy หรือ Woojong Kim เพื่อนชาวเกาหลี นักปั่นรอบโลก ๖ ปี ที่ได้ถ่ายภาพด้วยกันเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘... 


ผ่านมาแล้ว ๘ ปี กำลังจะเข้าปีที่ ๙ เมื่อ Jeremy กลับจากอเมริกาไปอยู่บ้านที่กรุงโซล ต่อจากนี้ตาแก่คนนี้จะได้เริ่มต้นทริปสุดท้ายของเขาบ้าง.... 

บางทีหลังจากทริปนี้ เขาอาจไม่ได้กลับบ้านเหมือนเพื่อนชาวเกาหลี!

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ความเป็นมาของ FB Trip

จักรยานพับคันแรกของผมยี่ห้อ Coyote มีขนาดล้อ ๑๖ นิ้ว... ซื้อต่อมาจากครูหนิงในราคา ๒,๐๐๐ บาท เมื่อปี ๒๕๕๖


ด้วยความคิดที่จะท่องเที่ยวด้วยจักรยานพับโดยตั้งชื่อทริปว่า "FB Trip" ตอนนั้นผมยังไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับรถจักรยานพับ แค่อยากจะนำมันใส่กระเป๋าจักรยานขึ้นรถเมล์หรือรถไฟไปปั่นเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ ผมไปซื้อกระเป๋าจักรยานมา ๑ ใบ...


แล้วเริ่มต้นทริปแรกด้วยการไปเชียงแสนเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๖...


นี่คือสภาพของเจ้า Coyote ในวันที่ปั่นจากบ้านห้างฉัตรไปสถานีขนส่งลำปาง...


เดินทางถึงเชียงแสน...ผมเริ่มเห็นข้อดีของการใช้จักรยานพับ คือสามารถปั่นจากท่ารถไปหาที่พักได้อย่างง่ายดาย...


ได้ที่พักแล้วก็ออกไปขี่ชมเมืองได้ทันที...


จากเชียงแสน ผมตั้งใจว่าจะปั่นไปเชียงของ แต่แล้วก็มีปัญหาทำให้ต้องเลิกล้มความคิด เมื่อเจ้ากล้องถ่ายรูป Olympus mju 20 ของผมมีอันต้องกลับบ้านเก่า ประจวบกับเจ้า Coyote ก็ทำท่าไม่ดี เครื่องไม้เครื่องมือก็มิได้มีติดตัวไปด้วย... 


ผมตัดสินใจนำจักรยานขึ้นรถเมล์เล็กจากเชียงแสนไปลงพะเยา แล้วต่อเมล์เขียวกลับลำปาง ถึงตอนนั้นผมก็ได้เห็นข้อดีของการใช้จักรยานพับเพิ่มขึ้นอีก คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ปั่นจักรยานต่อไม่ได้ เราจะสามารถพับมันแล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถได้เลย...  


ผมหาประสบการณ์ท่องเที่ยวด้วยจักรยานพับ (FB Trip) อีก ๒-๓ ทริป ทั้งหมดเป็นระยะสั้น ๆ เช่น นำขึ้นรถเมล์เขียวไปลงเชียงใหม่แล้วปั่นเที่ยวเวียงกุมกาม ที่หนักหน่อยเห็นจะเป็นการปั่นไปเที่ยวเมืองลับแลและน้ำตกแม่พูล


ในที่สุดก็ถึงเวลาเปลี่ยนจักรยาน ผมตัดสินใจสั่งซื้อเจ้า Banian Haima H9 จักรยานพับ ๙ สปีด ล้อ ๒๐ นิ้ว เฟรมอลูมิเนียม ชุดเกียร์ SRAM ล้อแบริ่ง จากเว็บ My-80 Bike หลังจากดูรีวิวของเฮียเป้ใน YouTube  ผมประเดิมด้วยการพาเจ้า Banian ขึ้นรถไฟฟรีไปปั่นที่เชียงใหม่เป็นทริปแรก...


ต่อจากนั้น FB Trip อื่น ๆ ก็ตามมา ผมสามารถพับหรือกางจักรยานได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง ๑ นาที รู้วิธีหอบหิ้วนำเจ้า Banian ขึ้นรถ และหาที่ไว้ให้ได้อย่างปลอดภัย  


ยิ่งเที่ยวก็ยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น เราก็ไปด้วยกันหลายจังหวัด ลาวก็ไป ครั้งล่าสุดไปไกลถึงมะละกา มาเลเซีย เกือบจะได้ลงเรือข้ามไปเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย อยู่แล้ว...


ที่เล่ามาคือความเป็นมาของ FB Trip (การเดินทางท่องโลกด้วยจักรยานพับสไตล์ลุงน้ำชา) ผมเชื่อมั่นว่าจักรยานและสัมภาระอย่างที่เห็นจะสามารถพาผมไปได้ถึงสุดขอบฟ้า!

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปอยุธยา - ตามหาป้าวัดศรีโพธิ์

วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ปั่นจักรยานไปเที่ยววัดโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา...ผมเดินผ่านเจ้ายาม ๔ ขาไปเข้าห้องน้ำ หลังจากบันทึกภาพอุโบสถและพระเจดีย์เก็บไว้แล้ว


ออกจากห้องน้ำ ผมมองเห็นซุ้มขายเครื่องดื่ม ความกระหายทำให้ต้องเดินเข้าไปหา... 


สั่งกาแฟโบราณเย็นมาดื่ม ๑ แก้ว (๒๐ บาท)  หวาน-มันและเย็นชื่นใจ ผมดื่มไป...คุยไป 


เห็นได้ว่าคุณป้าคนขายกาแฟเป็นคนไม่ตกยุค เธอใช้มือถือเข้าเน็ตท่องเว็บ... 


เสวนาออกรสออกชาติ...ผมคุยว่ามาถ่ายรูปวัดนำไปลงเว็บ พอเอ่ยชื่อ "ลุงน้ำชา" คนชงกาแฟก็สวนทันทีว่า "ลุงน้ำชารึ? รู้จัก... เคยเข้าไปอ่านบ่อย ๆ"  ได้ยินเช่นนั้นผมยินดีเป็นที่สุด เพราะตั้งแต่เขียนบล็อกมาหลายปี ดู stats แล้วเห็นว่ามีคนเข้าอ่านเพียงน้อยนิด ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามาถึงอยุธยาเมืองเก่าแล้วจะได้พบกับหญิงสูงวัยที่ชอบติดตามอ่านเรื่องราวของผม ที่พิเศษสุดคือคุณป้าได้คลิกเปิดคลิปวิดีโอสอนไวโอลินเด็กที่ครูแม้วอัพโหลดไว้บน YouTube ให้ผมดู...


ผ่านมาเกือบ ๙ เดือน วันนี้ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๑ ผมขี่จักรยานกลับไปวัดศรีโพธิ์อีกครั้ง ตั้งใจที่จะพบคุณป้าให้ได้...


จอดจักรยานไว้ในที่ร่มแล้วเดินหาคุณป้า...


ตรงจักรยานสีแดงจอดนั่นแหละที่เคยเห็นร้านขายเครื่องดื่มของแก แต่วันนี้ไม่เห็นมี!!


ถามแม่ค้าที่อยู่ที่นั่น ทราบว่าคุณป้าผู้ที่รู้จักลุงน้ำชานั้นเลิกขายไปนานแล้ว ผมรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เจอ! ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานถึงการมาอีก ๑ บาน ก่อนที่จะปั่นจักรยานออกจากวัดศรีโพธิ์...


เลยอดดื่มกาแฟเย็นอร่อย ๆ ตามที่ได้ตั้งใจไว้!

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Shining Center

ช่วงวันที่ ๑๕-๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ผมโชคดีมีโอกาสเดินทางมาพบครูเตี๋ยงและพักอยู่ที่ Shining Center ถึง ๔ วัน ๔ คืน!


ถ้าเพื่อน ๆ ได้อ่านการท่องเที่ยวสไตล์ลุงน้ำชา คงทราบว่าทุกแห่งที่ไปเยือน ที่พักส่วนใหญ่ของผมล้วนราคาถูก ถ้าเป็นไปได้ผมก็จะมองหา hostel ที่มี dorm bed แต่บางครั้งไม่มีโอกาสเดินหา ก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อย อย่างเช่นเมื่อครั้งไปพุกาม ลงรถที่ Nyaung U แล้วผมนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป Pyinsa Rupa Guest House


โดนเรียกค่าห้องพักคืนละ $12 ก็ต้องยอม พักแล้วก็ถ่ายรูปให้เพื่อน ๆ ได้ดู...


สกปรกขนาดไหนก็ดูเอา...


แต่ที่โรงแรม Queen ในซาปา, เวียดนาม ค่าห้องพักคืนละ $7 กลับดีกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้...





ไปกรุงเทพคราวนี้ ครูเตี๋ยงกรุณาให้ตาแก่จากเมืองรถม้าพักในห้อง WATER ของ Shining Center...


ตื่นมาก็ได้ชื่นชมกับบรรยากาศคล้ายทะเลสาบซาปา...

ภาพทะเลสาบซาปา ถ่ายเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕
ที่นี่มีบรรยากาศไม่แพ้กัน...


ข้างนอกมีที่นั่งชมวิว...



ผมมีโอกาสได้ถ่ายภาพความงดงามที่เห็น...



ยิ่งกว่านั้นยังมี accordion ราคาแพงชนิดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตให้ได้เล่นท่ามกลางสายลมและแสงแดด...



ในชีวิตก็เพิ่งเคยใช้สุขภัณฑ์ดี ๆ อย่างเนี้ย...




ขอบคุณครูเตี๋ยงที่ให้ความเห็นว่าผมเป็นคนแก่ที่มีความสุขที่สุดคนหนึ่ง! ได้ยินแล้วชื่นใจครับ...