แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียดกง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียดกง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

ภาพเก็บตกที่อุโมงค์กู๋จี

ก่อนจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta)  ผมขอนำภาพเก็บตกที่อุโมงค์กู๋จี (Củ Chi tunnels) มาคั่นไว้อีกหน่อย ความจริงมีรูปเยอะครับ แต่ขอนำมาโพสต์เพียงพอเหมาะกับพื้นที่...


ลืมบอกไปว่าเมื่อไปถึงอุโมงค์กู๋จี ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเช้าชมอีกคนละ ๑๑๐,๐๐๐ ดอง....


ไปกับ group tour... ไม่ต้องซื้อตั๋วเอง ไกด์ Toan เก็บเงินไปแล้วจัดการให้เสร็จ ลูกทัวร์แค่เดินตามไป (อย่าให้หกขะล้มก็แล้วกัน)...


พ้นทางเดินออกไป สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือหลังคาที่อยู่เกือบจะติดดิน...



เค้าจะพาไปนั่งในโรงหนัง ฉายให้ดูเรื่องราวสั้น ๆ ในอดีตกันก่อน...


จากนั้นก็พาเที่ยวชม โดยเริ่มต้นที่หลุมระเบิดจากเครื่องบิน B52 ของสหรัฐที่ได้ใช้สนามบินอู่ตะเภาในประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการทำลายล้างอย่างที่เห็น!!


จากนั้นผู้นำทางก็พาไปดูที่หลบซ่อนของทหารเวียดกง กับดัก ค่ายทหาร และอื่น ๆ  จุดหนึ่งแสดงให้เห็นทหารเวียดกงทั้งชายและหญิงในระหว่างพักผ่อน...


Mr. Toan อธิบายเสียงดังว่า ที่หญิงเวียดนามเข้ามาร่วมรบเพราะสามีของเธอถูกทหารอเมริกันฆ่าตาย!




ไกด์ยังบอกด้วยว่า บางครั้งทหารเวียดกงจะสวมรองเท้าซึ่งออกแบบพิเศษให้ด้านส้นไปอยู่ข้างหน้าด้านหน้าไปอยู่ที่ส้น เวลาเดินป่าจะทิ้งรอยเท้ากลับด้านไว้ ทำให้ทหารอเมริกันเข้าใจผิดในทิศทางการเดินของรอยเท้าที่พบเห็น...


ที่น่าสนใจคือช่องระบายอากาศสำหรับอุโมงค์ที่อยู่ใต้ดิน มองดูคล้ายจอมปลวก...


และนี่คือ รถถัง M41 ของทหารสหรัฐ ที่ถูกทำลายด้วยกับระเบิดแบบถ่วงเวลาเมื่อปี 1970...




ถ่ายใกล้ ๆ เพื่อจะได้เห็นรอยลูกปืน...


หุ่นแสดงให้เห็นใน workshop ที่ทหารเวียดกงเก็บลูกระเบิดของสหรัฐมาทำประโยชน์ (ที่เห็นสวมกางเกงขาวนั่นไม่ใช่นะครับ) 





มัวถ่ายรูปเพลิน... ขากลับผมมองหาลูกทัวร์ที่มาด้วยกันไม่เจอแล้ว หายไปไหนกันหมด?


ฮา... ตาลุงอายุมากที่สุดในคณะทัวร์ดูท่าจะตกรถซะแล้วมั้ง?

ไม่ลองไม่รู้

เดินทางถึงโฮจิมินห์ซิตี้...นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมอย่างน้อย ๒ รายการอยู่ในใจ คือ ๑. ไปชมอุโมงค์กู๋จี และ ๒. ไปเที่ยว Mekong Delta  บางคนก็อยากไปสัมผัสทะเลทรายมุยเน่ แต่ผมเมินเพราะไกลเกิน (ไปแพะเมืองผีดีฝ่า... อิอิ)   


วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘...   Mr. Tong ไกด์ชาวเวียดนาม (เสื้อเหลือง) พาผมไปดูอุโมงค์กู๋จี  วิกิพีเดียกล่าวว่า "อุโมงค์กู๋จีเป็นเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมถึงกันในอำเภอกู๋จีในไซ่ง่อน และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นที่ตั้งของการทัพหลายครั้งระหว่างสงครามเวียดนาม และเป็นฐานปฏิบัติการของเวียดกง..."

ที่นี่มีอะไรให้ผมได้ลองทำคือ ซ่อนตัวในหลุม, ยิงปืน, ลงอุโมงค์ และชิมอาหารประทังชีวิต...เว็บ kingdomenterprise.co.th เขียนไว้ว่า...
อุโมงค์กู๋จี เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การศึกสำคัญ ทำให้ทั่วโลกต้องประหลาดใจที่ประเทศซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรแถมยังติดอันดับประเทศยากจนในขณะนั้น กลับสามารถยืนหยัดต่อสู้กับประเทศยักษ์ใหญ่ได้นานกว่า ๒๐ ปี กองกำลังเวียดนามส่วนหนึ่งอาศัยอุโมงค์กู๋จีเป็นที่นอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน และเมื่อรัตติกาลเข้ามาเยือน พวกเขาก็จะออกไปก่อการป่วนทหารอเมริกันให้ได้ปวดหัวเล่นๆ แบบผลุบ ๆ โผล่ ๆ มาจากใต้ดิน ผ่านทางเข้าออกที่กลบเกลื่อนไว้อย่างมิดชิด เรียกได้ว่าพอทหารอเมริกันจะหันมาเล่นงานกลับบ้าง ก็หาตัวไม่เจอ เพราะคู่ต่อสู้แวบ...หลบหายลงใต้ดินไปเสียแล้ว
ทหารอเมริกันหลายคนได้พยายามค้นหาวิธีจัดการกับกองกำลังเวียดนาม ด้วยหวังที่จะถล่มอุโมงค์ ลับแห่งนี้ให้ราบคาบ จึงได้ระดมกำลังกันตามหาทางเข้าออกอุโมงค์ แต่เมื่อพบแล้ว ก็กลับเป็นช่องเล็กๆ พอให้คนเวียดนามแทรกตัวผ่านเข้าไปได้ ในขณะที่พี่ยักษ์ใหญ่ตัวเบ้อเร่ออย่างทหารอเมริกันเข้าไม่ถึง (หรือถ้าเข้าไปได้ก็ติดพุง)...
"ติดพุง" คำนี้สะเทือนใจมาก ผมอยากลงไปในที่ซ่อนตัวของทหารเวียดกงอย่างที่เห็น แต่พอนึกถึงคำนี้ ตาแก่เมืองรถม้าผู้มีน้ำหนักตัว ๘๐ กิโลกรัมต้องขอสละสิทธิ์! ได้แต่ยืนดูคนอื่น...




มีสนามยิงปืนให้ทดลองยิงปืนที่ทหารเวียดกงใช้ในสมัยนั้น...



ต้องซื้อลูกปืน คาร์บินนัดละ ๒๕,๐๐๐ ดอง, กาแรนด์ M1 ๓๐,๐๐๐ ดอง,  เอ็ม 16 ๓๕,๐๐๐ ดอง,  เอ็ม 30 ๓๐,๐๐๐ ดอง, เอ็ม 60 ๔๐,๐๐๐ ดอง, อาก้า AK47 ๔๐,๐๐๐ ดอง...


ลูกปืนอยู่ในตู้...


เจ้ากาแลนด์ M1 ซึ่งกองทัพไทยเรียกว่า "ปืนเล็กยาวบรรจุเองแบบ 88 (ปลย.88 หรือ ปลยบ.88)" เข้าประจำการในปี พ.ศ. ๒๔๘๘  ตอนเรียน ร.ด. เมื่อปี ๒๕๑๑ ผมเคยยิงมาแล้ว ๕ นัด...จะมาซื้อกระสุนที่นี่ให้เสียตังค์ทำไม?

ภาพจาก parathikarn.police.go.th
พามาถึงปากทางลงอุโมงค์ใต้ดินซึ่งมีเจ้าหน้าที่ในชุดทหาร ๒ คนนั่งรออยู่...


ก่อนที่จะให้ลงไปสัมผัสประสบการณ์ในอุโมงค์ นาย Toan บอกลูกทัวร์ว่าผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเช่นโรคหัวใจ...ไม่ควรลงไป แต่ก็ไม่ยักพูดชัดเจนว่าคนแก่ห้ามลง มีรึที่ผมจะไม่ลง!


มันแคบจริง ๆ นะ  เคลื่อนตัวไปข้างหน้าก็ลำบาก!  ผมพยายามถ่ายภาพมาให้เพือน ๆ ดู แต่มันเสียหมด ได้แค่นี้แหละ...




ในที่สุดก็ทะลุออกอีกด้านนึง  นับว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะลืมเสียมิได้!!


จากนั้นเค้าก็พามาที่ ๆ เป็นค่ายทหาร  เว็บ vntoyou.com บรรยายว่า...
อุโมงค์กู่จี๋ เป็นทั้งหลุมหลบภัยและพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของทหารเวียดนาม เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินยาวกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร และลึกลงไปสามระดับแห่งนี้ พวกเวียดมินห์เคยใช้เมื่อสู้รบกับฝรั่งเศสราวทศวรรษ 1940 ต่อมาพวกเวียดกงก็ใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวเพื่อหลบระเบิดเชื้อเพลิงหรือนาปาล์ม ทั้งกองโจรและชาวบ้านอาศัยอยู่ในอุโมงค์นี้ยาวนานนับเดือน อาศัยหัวเผือกหัวมันประทังชีวิต พร้อมกับหายใจทางระบบระบายอากาศที่ทำขึ้นเองอย่างชาญฉลาด สามารถจุคนได้กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ประกอบไปด้วยห้องนอน ห้องบัญชาการ ห้องประชุม สนามฝึกทหาร อันเป็นเมืองใต้ดินซึ่งแสดงถึงความร่วมมือร่วมใจในการสร้างอุโมงค์จนสามารถเอาชนะทหารอเมริกันได้ในที่สุด...







มีการสาธิตการเผาหัวเผือกหัวมัน...


แล้วนำมาแจกให้ลองกิน ผมฟาดซะ ๒ ชิ้น...


ได้ลองกินอาหารประทังชีวิตทหารเวียดกงแล้ว!  แต่ยังไม่ได้ลองแกล้งตกลงไปในกับดัก!! (ฮา)

(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมด)

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

กับดักตัวจริง

เมื่อวานผมเขียนเรื่อง"ที่นี่ไม่ใช่กับดัก"  แล้วนำภาพสินค้าที่วางจำหน่ายในโรงงานนิคมผู้รับผลกระทบจาก "ฝนเหลือง" มาลง... 


วันนี้ผมอยากพาเพื่อน ๆ ไปดู "กับดักตัวจริง (a real trap)"


เป็นตัวอย่างของ "กับดัก" ที่เวียดกงทำขึ้นเพื่อต่อสู้ผู้รกราน อาจดูน่ากลัว!  แต่ความโหดร้ายเมื่อเปรียบเทียบกับ "ฝนเหลือง" ที่ฝ่ายตรงข้ามนำมาโปรยลงบนผืนป่าแล้ว... เครื่องประหัตถ์ประหารเหล่านี้ดูจะชิดซ้ายไปเลย!!


ดู ๆ ก็เป็นพื้นหญ้าธรรมดา แต่...พอเหยียบลงไป!


ความตายรออยู่เบื้องล่าง??



หุ่นใน workshop ของทหารเวียดกง....แสดงให้เห็นการทำขวาก


เพื่อน ๆ ดูเอาเองละกัน แล้วลองนึกภาพว่าถ้าตกลงไปในกับดักอันน่ากลัวนั้น!!!!














อันนี้สยองสุด ๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วเจอเจ้านี่ตกลงมาตีใส่!!!!


เนี่ยมิได้อยู่ในภาพยนต์ประเภทเลือดท่วมจอ แต่มันคือของจริง! เป็น "กับดักตัวจริง (a real trap)" ซึ่งอาจจะเคยดื่มเลือดมาแล้วก็ได้...


ขอโลกจงดำรงไว้ซึ่งสันติสุข ความรุนแรงอย่าได้บังเกิดขึ้นอีกเลย!!