แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การผจญภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การผจญภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปมะละกา - รถเร็ว 171

ระยะทางบนรางเหล็กจากกรุงเทพฯ ถึงปลายทางสุไหงโก-ลก คือ ๑,๑๔๓ กิโลเมตร ขบวนรถเร็ว 171 ต้องใช้เวลาวิ่งเกือบ ๒๑ ชั่วโมง !


ความเร็วโดยเฉลี่ยประมาณ ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกว่านั่งกันจนก้นชาเลยล่ะ! ค่าโดยสารของคนหนึ่งคนกับจักรยานหนึ่งคัน บนตู้นั่งชั้น ๓ ระบายความร้อนด้วยพัดลม ตกแค่กิโลเมตรละ ๑ สลึงโดยประมาณ อะไรมันจะถูกขนาดนั้น!


อย่างที่เคยบอก ช่วงเดินทางกลางวันที่มีแสงสว่างให้ได้เห็นทิวทัศน์สองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟหรือรถยนต์ ผมจะไม่นั่งหลับ เพราะมีอะไรให้ดูตลอดทาง บางครั้งผมก็บันทึกภาพเก็บไว้ทั้งจากนอกและในตัวรถ...



แม้แต่โปสเตอร์โฆษณา "แม่เมาะฮาล์ฟมาราธอนครั้งที่ 26" ที่ติดอยู่ข้างหน้าก็น่าสนใจ เดินทางจากลำปางมาไกลนับพันกิโลเมตร...ผมก็ยังได้เห็นภาพกิจกรรมของจังหวัดที่ตัวเองอยู่


ผมคิดถึงคุณสุมิตรขึ้นมาทันที ในใจคิดว่าหนึ่งในจำนวนนักวิ่งที่เห็นในภาพ น่าจะมีคนหนึ่งซึ่งเป็นคุณสุมิตร...

ภาพจาก facebook ของเจ้าของภาพ

ตลอดเส้นทางผมไม่มีความง่วงเหงาหรือรู้สึกเบื่อเลย เก็บภาพไปเรื่อย รถไฟจอดที่ไหนนานหน่อย ก็กดชัตเตอร์มากขึ้น จนกระทั่งผ่านหัวหินเวลา ๕ โมงกว่า วิ่งต่อถึงประจวบคีรีขันธ์ท้องฟ้าก็เริ่มมืด ถึงเวลาหลับพักผ่อนแล้ว!  ผมมาตื่นเอาเช้าวันใหม่ พร้อมที่จะสนุกสนานกับการเดินทางอีกครั้งก็เมื่อถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ รถจอดอยู่นานทีเดียว จากนั้นก็วิ่งต่อจนถึงสถานีเทพาตอน ๘ โมงเช้า!



ผ่านปัตตานี ยะลา และรามัน...











ลืมบอกไปว่าพอเลยหาดใหญ่มา ก็มีทหารเดินเข้ามาขอตรวจสัมภาระและบัตรประชาชนของผู้โดยสาร ตาแก่เมืองรถม้าทำหน้าตาวางเฉยอยู่ใต้รถจักรยานพับ บุรุษชุดลายพรางพร้อมอาวุธปืน M16 คงไม่อยากจะส่งภาษาด้วย ก็เลยเดินผ่านไป พอเข้าเขต ๔ จังหวัดภาคใต้...บรรยากาศสองข้างทางเริ่มตึงเครียด!


ในที่สุดขบวนรถเร็ว 171 ก็เข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกด้วยความราบรื่น....


ผมรู้ดีว่าการผจญภัยเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว!

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปพม่า – รอดตาย


ลงรถไฟที่สถานีนาบ้า ผมไม่มีเวลาโอ้เอ้ เพราะต้องรีบหารถไปเมือง Katha  ความจริงมีรถไฟจาก Naba ไป Katha ออกตอนตี ๕ (ค่าโดยสาร ๑๐๐ จ๊าด) แต่ตอนนี้บ่ายโมงแล้ว!

ผมได้ข้อมูลมาก่อนว่ามีรถโดยสารวิ่งจาก Naba ไป Katha ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร (ค่าโดยสาร ๓๐๐ จ๊าด)  ขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไปทางด้านหลังสถานีรถไฟ    Zaonoi ก็ตามมาด้วยความเป็นห่วง ให้ความเห็นว่ารถโดยสารไป Katha ไม่มีแล้ว ต้องจ้างรถมอเตอร์ไซค์ไปส่ง  พอดีมีหนุ่มมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งอาสาพาไปส่งในราคา ๖,๐๐๐ จ๊าด  (ประมาณ ๒๐๐ บาท)  ผมขอให้ Zaonoi เจรจาต่อรองลงมาเป็น ๕,๐๐๐ จ๊าด  (๑๖๕ บาท)   เมื่อเป็นที่ตกลง ชายพม่าผู้มีน้ำใจก็อวยพรขอให้พระเจ้าคุ้มครอง แล้วเดินกลับไปขึ้นรถไฟ ผมเดินตามคนขับมอเตอร์ไซค์ออกทางด้านหลังสถานี พบว่ามีรถยนต์จอดรอรับผู้โดยสารอยู่...

ผมบันทึกไว้ว่า...
เดินออกจากสถานีรถไฟพร้อมหนุ่มมอเตอร์ไซค์ เห็นรถคันหนึ่งกำลังจอดรอรับผู้คน คิดว่าคงเป็นรถที่จะไป Katha  ถามชายคนหนึ่ง เค้าบอกว่าค่ารถ ๖ เหรียญ  ต้องใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ที่ Zoanoi หาให้อยู่แล้ว ชายคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ ถามว่าจะไปพักที่ไหน บอกว่า Ayeyarwaddy Guest House เค้ารู้ทันที...หันไปบอกสารถีให้ไปส่งที่นั่น 

ผมขึ้นนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ โดยไม่มีหมวกกันน็อคให้สวม  สายสะพายเป้ก็ดันมาหลุดซะ ๑ เส้น นับว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตจริง ๆ ที่ต้องเผชิญกับการขับขี่ท้ามัจจุราชที่ตะบึงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ต้องนั่งตัวเกร็งไปตลอดระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร คิดว่าถ้าตกจากรถก็คงไม่รอด ได้แต่ภาวนาให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว...


รถทำท่าว่าน้ำมันจะหมด เสียงรถสะอึกยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้อีก พอถึงจุดที่มีน้ำมันใส่ขวดวางขาย สารถีหนุ่มแวะเติมน้ำมัน ทำให้ได้พักหายใจ ใส่สายสะพายเป้ให้เข้าที่แล้วเดินทางต่อ  เสียวไส้ต่อ!


ในที่สุดก็ถึงเมือง Katha...


พอได้เห็นแม่น้ำอิรวดี ก็เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก...


ผมรอดตายแล้ว!!

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - เมื่อสายน้ำเปลี่ยนไป


จากภาพถ่ายดาวเทียมที่ผมนำมาให้เพื่อน ๆ ดูต่อไปนี้ จะเห็นท่าเทียบเรือที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่แล้ว...


นั่นแหละครับ เรือช้าจากมัณฑะเลย์ไปเทียบให้ผมขึ้นฝั่งตอนกลางคืน เพื่อน ๆ เห็นไม้กระดานยาว ๆ ที่พาดไปยังฝั่งมั้ยครับ?  ลองจินตนาการดูสิว่าเมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนนั้น แล้วมองเห็นแต่ความมืดรอบตัว จะรู้สึกเช่นไรบ้าง?

เรื่องของเรื่องคือ ผมไม่รู้มาก่อนว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงจุดที่เรือจอดส่งผู้โดยสาร  ทุกทีเรือช้าจากมัณฑะเลย์เคยไปจอดพักค้างคืนที่ท่าใกล้ ๆ กับ Mya Yatanar Inn (2)  แต่หลังจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ปรากฏว่าสายน้ำเปลี่ยนไป เกิดมีผืนดินกว้างใหญ่ (3) ขึ้นมาแทนลำน้ำ...ดังที่เห็นในภาพ


เมื่อเป็นเช่นนั้น เรือก็ต้องเปลี่ยนไปส่งผู้โดยสารที่ริมฝั่ง (1) ซึ่งอยู่เลยสะพานพะโคะคุไป...


ท่าเรือใหม่ (1) กับท่าเรือเก่า (2) มันห่างกันมากแค่ไหนเพื่อน ๆ ลองดุสิครับ! ข้อมูลก็ไม่มีบอกในอินเทอร์เน็ตให้รู้ล่วงหน้า แล้วผมก็ดันอยากจะลงที่พะโคะคุ ในขณะที่คนอื่นเค้านั่งเรือเลยไปพุกามกันหมด จึงต้องเจอกับเหตุการณ์ตื่นเต้นอย่างนี้แหละ!!


ผมแบกเป้เดินขึ้นเนินไปยังร้านเล็ก ๆ (4) ลักษณะคล้ายกับซุ้มขายของ มีผู้หญิงพม่าอยู่ที่นั่นแต่พูดกันไม่รู้เรื่องเลย จนปัญญาเข้าผมก็หันไปยังฝั่งตรงข้ามซึ่งมีบ้านอยู่หลังหนึ่ง (5) ลักษณะคล้ายจะเป็นร้านเหล้า หรืออาจจะเป็นที่พบปะของนักเที่ยวกลางคืน ผมเห็นกระเทยแต่งหน้าทาปากนั่งอยู่หลายคน บรรยากาศไม่ต่างกับร้านเหล้าที่มีผู้หญิงนั่งดริ้งค์ในบ้านเรา ผมเข้าไปถามถึง Mya Yatanar Inn แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่อง!

ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ความจริงว่ากำลังอยู่ไกลจาก Mya Yatanar Inn เกือบครึ่งค่อนเมือง!

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - ความตื่นเต้นรออยู่ที่พะโคะคุ

การเดินทางสไตล์ลุงน้ำชาต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง บางครั้งต้องเดินระยะทางไกล หรือปั่นจักรยานฝ่าเปลวแดดร้อนเปรี้ยง ต้องพักโรงแรมที่มีแมลงสาบวิ่งออกมาทักทาย กินอาหารราคาถูก นั่งรถหรือลงเรือแบบที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เค้าทำกัน และที่มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "การรอคอยที่ยาวนาน"!  วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗ ผมต้องนั่งเรือช้า ๑๔ ชั่วโมงจากมัณฑะเลย์ไปยังพะโคะคุ


รอรถ...บางครั้งผมต้องใช้เวลานานถึงครึ่งค่อนวัน อย่างเช่นตอนรอรถจากหลวงน้ำทาไปเวียงภูคา แต่ผมก็รอได้  ไม่รู้สึกร้อนรนแต่ประการใด!  นั่งเรือช้าลำนี้ก็เช่นกัน ต้องใช้เวลาสิบกว่าชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย คนแก่บางคนนอนหลับ เด็กน้อยหลับคาอกแม่ ฝรั่งนักปั่นจักรยานรอบโลกถึงกับเอาผ้ามาคลุมกายนอนหลับ หุหุ เค้าคงจะเห็นโลกมามากเกินความต้องการแล้วล่ะ!


สำหรับผม แต่ละนาทีมีค่ายิ่ง ทุกสถานที่ ๆ ผ่านไปล้วนมีความน่าสนใจ หากไม่อ่อนเพลียจริง ๆ ผมจะไม่หลับใหล!  เรือวิ่ง ๆ ไป...เดี๋ยวก็มีเจดีย์สีทองโผล่มาให้เห็น!  เมืองอะไรกันเนี่ย...ถึงได้มีวัดวาอารามมากกว่าร้านเหล้าและคาราโอเกะ!



ภาพชีวิตจากทั้งบนเรือและชายฝั่งบอกอะไรหลาย ๆ อย่างให้คนคิดเป็นได้คำตอบและบทเรียนซึ่งบางครั้งหาได้ยากในสังคมที่เจริญแล้ว...



เรือเปิดหวูดเสียงยาวเมื่อกำลังเข้าจอด ชายฉกรรจ์รูปร่างบึกบึนจะคอยช่วยกันประกอบสะพานเชื่อมให้ผู้หญิงและเด็ก ๆ...



แม่ค้าและผู้โดยสารยืนรออย่างใจเย็น เฝ้าดูไม้กระดานแผ่นใหญ่ถูกลากออกจากเรือ...ทำเป็นสะพานให้เดินข้าม





ต้องแข็งแรง อดทน และมีน้ำใจ...


ไม่แก่งแย่ง ร้อนรน หรือเอาเปรียบ...



เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมคิดว่าภาพเหล่านี้สื่อความหมายได้ดี ถ้าเราดูแล้วคิดตาม...



ในขณะที่นักท่องเที่ยวผู้มากับเรือเร็วคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสภาพชีวิตได้มากเท่ากับที่ผมเห็น...


เข็มสั้นของนาฬิกาหมุนครบ ๑ รอบแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะตกน้ำป๋อมแป๋ม... ผมพยายามหาคนพม่าที่พูดภาษาอังกฤษได้เพื่อถามถึงพะโคะคุ มีอยู่คนนึงบอกว่ากว่าจะถึงก็คงประมาณ ๒ ทุ่ม!!


เมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว เรือจะจอดที่ท่าพะโคะคุแล้วปล่อยให้ผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวพักค้างที่ Mya Yatanar Inn ๑ คืน เช้ามืดวันรุ่งขึ้นจึงค่อยเดินทางต่อ แต่ปัจจุบันนี้เรือเดินทางรวดเดียวไปถึงพุกามเลย


คืนนี้คงมีผมคนเดียวเท่านั้นที่จะลงที่พะโคะคุ! เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อความมืดค่อย ๆ คืบคลานมา!