แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระตะบอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระตะบอง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พระตะบอง - ศรีโสภณ


๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘  หลังจากเช็คเอ้าท์จากกัญนิชาเกสต์เฮ้าส์...ผมเดินแบกเป้ไปยังสี่แยกที่ได้สำรวจไว้ก่อนแล้วว่ามีจุดจำหน่ายตั๋วของบริษัท Capital Tour


ซื้อตั๋วได้แล้วกั๊บ!  จากพระตะบองไปศรีโสภณราคา ๑๐,๐๐๐ เรียล หรือเท่ากับ ๑๐๐ บาท จากจุดนี้จะมีรถเล็กพาไปที่สถานีขนส่งอีกที คนขายตั๋วบอกให้ผมมาก่อน ๙ โมง ๔๕


ผมไม่ไปไหน นั่งรออยู่จนมีรถมารับออกไปยังสถานีขนส่งนอกเมือง...



ซื้อตั๋วที่นี่ก็ได้....


มีห้องน้ำ... ผมไปใช้มาแล้ว ไม่อาจนำภาพมาลงเพราะเกรงว่าเพื่อน ๆ เห็นแล้วจะกินข้าวไม่ลง


ต้องรออยู่นานทีเดียวกว่ารถจะมา...



ขึ้นรถแล้วรอให้ล้อหมุน.... ผมเห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งบางคนกำลังจะไปเสียมเรียบ สำหรับผมตีตั๋วไปลงศรีโสภณ


ระยะทาง ๗๐ กิโลเมตรจากพระตะบองไปยังศรีโสภณบนทางหลวงหมายเลข 5 รถโดยสารใช้เวลาวิ่งเกือบ ๒ ชั่วโมง...


ถึงเมืองศรีโสภณ รถจอดให้ลงที่หน้าสำนักงานของบริษัทซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสถานีขนส่ง...





อ่อ...ลืมบอกว่าทำไมถึงไม่ซื้อตั๋วรถจากพระตะบองไปปอยเปตทีเดียว เหตุผลคือผมอยากจะดูก่อนว่าศรีโสภณมีเสน่ห์พอจะดึงดูดผมไว้ได้หรือเปล่า?  ระยะทางจากศรีโสภณไปปอยเปตไม่ถึง ๕๐ กิโลเมตร...ถ้าไม่อยู่ก็ไปต่อ!



เที่ยงกว่า ๆ ผมแบกเป้เดินสำรวจเพื่อการตัดสินใจ...นั่นไง! มีที่พักอยู่ใกล้สถานีขนส่ง


แดดร้อนเปรี้ยง... ผมเดินสำรวจไปได้ไม่ไกล




ในที่สุดก็บอกตัวเองให้กลับเมืองไทยในวันนี้เลย!!

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วัดพิพิธธาราม พระตะบอง

วัดซึ่ง Google Maps ระบุว่า "Piphetthearam Pagoda" และ Lonely Planet เรียก"Wat Phiphétaram" เป็นจุดสุดท้ายที่ผมจะไปเยือน จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายวัด..แต่ว่าเย็นมากแล้ว ผมไม่มีเวลาไปต่อ!

หนักใจมาตลอดก็เรื่องสะกดชื่อวัดเขมรเป็นภาษาไทยนี่แหละ! เหลือวัดนี้อีกวัดเดียว...ผมขอเรียกว่า "วัดพิพิธธาราม" ก็แล้วกัน จะได้หมดเรื่องหมดราวเสียที


จากวัดโบวิล (A) ข้ามสะพานทางหลวงหมายเลข 5 (B) แล้วเดินทอดน่องเลาะริมน้ำมาตามถนนสาย 1 อีก ๓๐๐ เมตร เลี้ยวขวาไปหยุดตรงสามแยก (C) ผมเห็นซุ้มประตู (1) วัด Piphetthearam (D) ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า...

ภาพนี้ถ่ายตอนเช้าวันรุ่งขึ้น...

พระอุโบสถ (3) หันหน้าไปทางทิศตะวันออก อยู่ภายในรั้วซึ่งมีซุ้มประตูโขงงดงาม มีเจดีย์สีทองอยู่ทั้งสี่มุม...





ประตูซึ่กรงเหล็กปิดอยู่ มองเข้าไปเห็นใบเสมา...



ผมได้แต่เดินสำรวจไปรอบ ๆ  Lonely Planet เขียนไว้ว่า "Dating from 1888, Wat Phiphétaram shows definite Thai influence in the style of its decorative architecture..."  หุหุ ผมไม่รู้หรอกว่าใครเอาของใครมา แต่เชื่อว่าศิลปะขอมน่าจะมีมาก่อนไทย ที่ดูต่างออกไปน่าจะเป็นเสาที่ลดระดับลงมา!







อยากคิดว่านั่นคือ "ศาลาการเปรียญ" (2)...


วิหารตั้งอยู่ตรงข้าม...



ผมกดชัตเตอร์เก็บภาพพระเจดีย์ตรงมุมรั้ว (4) ไว้อีก ๑ บาน...


ก่อนที่จะเดินกลับที่พักด้วยความสุขใจ...

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วัดโบวิล พระตะบอง

เพื่อน ๆ ที่รักครับ..สัปดาห์นี้เรื่องเขมรจบได้อย่างแน่นอน!  หลังจากเที่ยววัดอีก ๒ วัด...ผมกลับที่พักไปนอนเอามือก่ายหน้าผากแล้วได้ข้อสรุปว่าพรุ่งนี้จะไม่อยู่ต่อในพระตะบอง อยากนั่งรถไปปอยเปตแล้วกลับเข้าไทยเลย การเยือนเสียมเรียบและนครวัดนั้นขอยกยอดเอาไปไว้ทริปหน้าจะดีกว่า!


จากวัดกลางและวัดประชาเลียบริมน้ำสังแกไปอีก ๕๐๐ เมตร ผมเลี้ยวขวาแล้วเดินเข้าซอยไปอีก ๒๐๐ เมตรก็เห็นซุ้มประตูวัดโบวิลตีกรอบให้รูปวิหารหลังใหญ่สไตล์เขมร...


แสงแดดไม่แผดเผาแล้วนะ! ความร้อนระอุบนพื้นถนนลดลงจนไม่เหลือให้รู้สึก สองขายังพาผมเที่ยวได้อย่างสบาย ๆ งานนี้ไม่ต้องพึ่งจักรยานเช่า


ผมทำหน้าที่เหมือนเดิมคือเก็บภาพมาฝาก...


หวังว่ารูปแบบของโบสถ์วิหารในวัดเขมรคงจะเริ่มคุ้นตาเพื่อน ๆ บ้างแล้ว...




ทางด้านขวา...ลีลาวดีและกระต่ายไร้วิญญาณแต่งแต้มจุดขาวลงบนภาพอาคารโคโลเนียลสไตล์












ของเก่าก็มี ของใหม่ก็มา ผมเดินบันทึกภาพไปรอบ ๆ


จากวิหารสีเหลืองถัดมาเป็นวิหารสีขาว มีรูปทรงและขนาดพอ ๆ กัน...!









ฝนทำท่าว่าจะตก ผมสาวเท้าก้าวเดินออกจากวัดโบวิลไปข้ามสะพานทางหลวงหมายเลข 5