แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมืองลี้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมืองลี้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2563

วิหารวัดพระธาตุแท่นคำ

ถ่ายภาพวิหารวัดพระธาตุแท่นคำ...มีท้องฟ้างดงามเป็นพื้นหลัง ผมรู้สึกชื่นชอบลักษณะของอาคารเก่าแก่แห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง 


วิหารหลังนี้ดูแปลกตา สำหรับผมแล้วตัวอาคารดูคล้ายคนยืนกางแขนซ้ายขวาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ไม่ต้องมีบันไดนาค เป็นแบบธรรมดา ๆ หัวเสามีเพียงพุ่มดอกบัว นำพาขึ้นสู่มุขด้านหน้า หลังคาลดชั้นสองระดับ ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกาและหน้าบันอันงดงาม ผมเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...











บานประตูลงรักปิดทองลวดลายเทพพนม...





ด้านแขนขวามีบันไดเล็กกว่าขึ้นสู่ประตูดูเรียบง่าย...



แขนด้านซ้ายก็เช่นเดียวกัน...







แม้ไม่ได้เห็นภายใน แต่ก็เชื่อว่าสวย เฉกเช่นดอกไม้งามหน้าวิหาร...




ลาก่อนวัดพระธาตุแท่นคำ... โบราณสถานของดีแห่งเมืองลี้อายุกว่า ๗๕๐ ปี!

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563

สวัสดีปีใหม่... เมืองลี้ที่รัก


"สขสันต์วันปีใหม่ ๒๕๖๓"   เช้าแรกแห่งปีและเป็นวันที่สี่ของการเดินทาง ผมตื่นนอนก่อน  ๖ โมงเช้า ออกไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วเก็บข้าวของเพื่อเตรียมเดินทางออกจากวัดหนองวัวเฒ่า...พุทธสถานที่ให้ที่พักพิงกับตาแก่เมืองรถม้า 




ไม่มีโอกาสได้บอกลาและขอบคุณพระสงฆ์องค์เจ้าที่ได้เมตตาให้ที่พักค้างแรม ผมออกเดินทางต่อเมื่อเวลา ๖.๓๖ น.



แสงทองเริ่มจับขอบฟ้า...











ข้างหน้านั่นคือทางหลวงหมายเลข 106 ผมจะต้องเลี้ยวซ้ายไป อ.ลี้


จุดหมายแรกคือ "วัดพระธาตุห้าดวง"

วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - เสียงจากนกขมิ้น



"....ร่อนเร่พเนจร ไม่รู้จะนอนไหนเอย"  เสียงเพลงนกขมิ้นแว่วหู... ตาแก่เมืองรถม้าคิดถึงการหาที่หลับนอนระหว่างเดินทางร่อนเร่
นกขมิ้น...
ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย เหลียวมองรอบกายมิวายจะหวาดกลัว
มองนภามืดมัวสลัวเย็นย่ำ ค่ำคืนเอ๋ย ฮือ…..ฮื้อ….ฮือ…ฮือ..ฮือ...
ยามนภาคล้ำไปใกล้ค่ำ ยินเสียงร่ำคำบอกเจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย
เจ้าดอกขจร นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย เอ๋ย…..เล่านกเอย
อกฉันทุกวันเฝ้าอาวรณ์ เหมือนคนพเนจรฉันนอนไม่หลับเลย
หนาวพระพายพัดเชย อกเอ๋ยหนาวสั่น สุดบั่นทอน ฮือ…..ฮื้อ….ฮือ…ฮือ...ฮือ….
ยามนี้เราหลงทางกลางค่ำ ยินเสียงร่ำคำบอกเจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย
เจ้าดอกขจร ฉันร่อนเร่พเนจร ไม่รู้จะนอนไหนเอย… เอ๋ย….โอ้หัวอกเอย…
ภาพนกขมิ้นและเนื้อเพลงจาก palungjit.org (ขอขอบคุณ)


เดินทางไปยุโรปนับว่าลำบากที่สุด ผมต้องปูผ้าพลาสติกนอนบนพื้นเรือโดยสารจากกรีซไปอิตาลี...



ต้องนอนหนาวรออยู่หน้าโฮสเทลที่ยังไม่เปิด นอนในตู้โทรศัพท์ นอนข้างสถานีรถไฟซูริค! นั่งหลับที่สถานีรถไฟเวนิส  ประสบการณ์สอนให้ผมแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ  จนกระทั่งได้ปั่นจักรยานในมาเลเซีย ขากลับมาจากออสเตรเลียผมขี่จักรยานจากสิงคโปร์ ผ่านชายฝั่งตะวันออก (east coast) ใช้เวลาเกือบ ๑ สัปดาห์กว่าจะได้กลับเข้าไทยที่สุไหงโก-ลก


จำได้ว่าไม่เคยกังวลเรื่องที่พักหลับนอนในประเทศมาเลเซีย ผมแค่ปั่นจักรยานไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก! วันแรกเจอหนุ่มมาเลย์ ๓ คน ชวนให้พักค้างคืนที่บ้านพักในสวนเกษตร (2)  วันรุ่งขึ้นเดินทางต่อถึง Mersing (3) ใกล้ค่ำแล้วผมเข้าไปนั่งอยู่ในสวนสาธารณะเล็ก ๆ ริมชายหาด มีหนุ่มมาเลเซียเชื้อสายจีนมาพาผมไปนอนพักที่บ้าน...



มาวันนี้ระหว่างขี่จักรยานมาตามเส้นทางจากสถานีรถไฟหนองหล่ม ผมก็มองสองข้างทาง ดูว่ามีที่พักค้างคืนที่ไหนบ้าง? มีเยอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนหลวงหมายเลข 106 (ลำพูน-ลี้) มีศาลาพักร้อนตั้งอยู่ริมทางเป็นระยะ ๆ


ปั่นมาเจอฝน... ผมเลี้ยวเข้ามาหลบยังศาลาหลังหนึ่ง คิดว่าตรงนี้ก็นอนพักค้างคืนได้!



พอฝนหยุดก็ปั่นต่อ.... ต้องแข่งกับเวลาและทางชัน


เข้าเขตบ้านสันป่าสัก หลักกิโลเมตรบอกว่าอีก ๒๐ กิโลเมตรถึงเมืองลี้ ถ้าปั่นเต็มที่คงต้องใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่า...


ไปได้อีกนิดเดียว ฝนก็โปรยปรายลงมาอีก ผมเห็นศาลาอยู่ด้านขวามือ...



หักเลี้ยวเข้ามาแล้วยกรถขึ้นหลบฝนบนศาลา นาฬิกาบอกเวลา ๑๗.๓๐ น. ผมตัดสินใจนอนที่นี่ในคืนนี้



ดวงอาทิตย์จวนลับฟ้า...


ไม่นานนักความมืดก็มาเยือน...พร้อม ๆ กับฝูงยุงหิวกระหาย!