แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทางหลวง 106 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทางหลวง 106 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

วัด(บ้าน)ห้วยศาลา อ.ลี้ จ.ลำพูน


วัดบ้านห้วยศาลา (ในป้ายเขียนว่า "วัดห้วยศาลา")  ตั้งอยู่หมู่ ๗ ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน...


จากวัดสันป่าสัก (W1) ซึ่งได้อาศัยพักค้างคืนที่ศาลาริมทางในคืนวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๒... ผมปั่นจักรยานผ่านม่านหมอกยามเช้า ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตรก็เห็นป้ายวัดห้วยศาลา (W2) อยู่ด้านขวามือ...



วัดห้วยศาลา เลขที่ ๑๑๐/๙ หมู่ ๗ ห้วยศาลา ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน สังกัดมหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒  บนเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๒ งาน มีรั้วและซุ้มประตู (1) ด้านหน้าตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 106



ซุ้มประตูก็ดูแปลกตาดี ผมเห็นมีถนนคอนกรีตมุ่งตรงไปยังโบสถ์หรือวิหารที่อยู่ไกล ๆ



"สิงห์จ๋า...หนาวมั้ย?" หยุดทักทาย แล้วเก็บภาพผู้อารักขาไว้หน่อย


ค่อย ๆ ขี่รถตรงมาจอดหน้าวิหาร (4)...



ประตูวิหารเปิดอยู่...เดี๋ยวจะกลับมาดูข้างใน ตอนนี้ขอไปเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ก่อน แล้วค่อยมาเก็บภาพฝากเพื่อน ๆ


ทางโน้นมีหอระฆังตั้งอยู่...








าลาบำเพ็ญมีตุ่มขนาดใหญ่ใช้รองรับน้ำฝนจากหลังคา...


หมอกเริ่มบาง...จางลงแล้ว!


ชายแก่ผู้มีความสุข ลืมสิ้นความทุกข์ทั้งปวง!

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563

สวัสดีปีใหม่... เมืองลี้ที่รัก


"สขสันต์วันปีใหม่ ๒๕๖๓"   เช้าแรกแห่งปีและเป็นวันที่สี่ของการเดินทาง ผมตื่นนอนก่อน  ๖ โมงเช้า ออกไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วเก็บข้าวของเพื่อเตรียมเดินทางออกจากวัดหนองวัวเฒ่า...พุทธสถานที่ให้ที่พักพิงกับตาแก่เมืองรถม้า 




ไม่มีโอกาสได้บอกลาและขอบคุณพระสงฆ์องค์เจ้าที่ได้เมตตาให้ที่พักค้างแรม ผมออกเดินทางต่อเมื่อเวลา ๖.๓๖ น.



แสงทองเริ่มจับขอบฟ้า...











ข้างหน้านั่นคือทางหลวงหมายเลข 106 ผมจะต้องเลี้ยวซ้ายไป อ.ลี้


จุดหมายแรกคือ "วัดพระธาตุห้าดวง"

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

วัดหล่ายหิน อ.ลี้ ลำพูน


บนทางหลวงหมายเลข 106... วัดหล่ายหิน (W1) อยู่ห่างจากอนุสาวรีย์สามครูบา (M3) ประมาณ ๑ กิโลเมตรครึ่ง  


ผมขออนุญาตท่านสิงห์แล้วตรงดิ่งเข้าไป....




เว็บ lovethailand.org ให้ข้อมูลว่า...
วัดหล่ายหิน สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓๘ บ้านวังดิน หมู่ที่ ๔ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน บนเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ มีเสนาสนะและถาวรวัตถุประกอบด้วย อุโบสถ วิหาร ศาลาเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาเอนกประสงค์ และศาลาบำเพ็ญกุศล วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ โดยพระครูมหารัตนากรได้มอบให้พระสุนันต๊ะ สุนนโท สำรวจพื้นที่บริเวณหมู่บ้านวังดินแล้วพบว่าที่ดินบริเวณนี้เหมาะสมจึงได้สร้างวัดขึ้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๑ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร 
ผมขี่จักรยานเข้ามาจอดไว้ใกล้ศาลเจ้าแม่กวนอิม...





๑๔.๑๓ น. แล้วนะเนี่ย... แสงแดดอ่อน เงากุฏิสงฆ์และไม้ใหญ่ทอดตัวยาว





คงต้องรีบเก็บภาพแล้วล่ะ!

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

วัดพระพุทธบาทผาหนาม อ.ลี้ จ.ลำพูน


เดินทางเพียงสองวัน...นำภาพและเรื่องราวมาโพสต์ในบล็อก exploring the world ต้องใช้เวลาถึง ๒ เดือนเต็ม ขึ้นเดือนที่ ๓ ผมขอตัดคำว่า "FB Trip ไป อช.แม่ปิง" ออกดีกว่า!  



จากวัดป่าไผ่ ผมปั่นจักรยาน ๔.๔ กิโลเมตรมาตามทางหลวงหมายเลข 106 (ลำพูน-ลี้) ถึงวัดพระพุทธบาทผาหนาม เห็นอนุสาวรีย์ครูบาขาวปีซึ่งเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของสาธุชนทั่วลานนาไทยยืนตระหง่านอยู่ทางด้านขวามือ...



paiduaykan.com ให้ข้อมูลว่า...
วัดพระพุทธบาทผาหนาม เคยเป็นวัดร้างมากว่า ๓๐๐ ปี ก่อนที่ครูบาอภิชัยขาวปีได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล มาบูรณะให้เป็นวัดที่เจริญรุ่งเรื่องด้วยศรัทธาและสิ่งก่อสร้างมากมาย...
 

วิกิพีเดียกล่าวว่า...
ครูบาอภิชัย (ขาวปี) เดิมชื่อ "จำปี" เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๓ เป็นบุตรของพ่อเม่าและแม่จันตา ท่านกำพร้าบิดาตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ ต่อมาเมื่ออายุได้ ๑๖ ปี มารดาได้นำไปฝากให้เป็นศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ วัดบ้านปาง ท่านจึงได้เริ่มเรียนหนังสือ โดยท่านเป็นผู้มีนิสัยขยัน เล่าเรียนอย่างจริงจัง อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย นอบน้อม ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยจึงมักใช้เวลาที่ท่านรับใช้ใกล้ชิดอบรมกล่อมเกลา ถ่ายทอดความรู้ให้ด้วยความเมตตา จนท่านครูบาอภิชัยมีความรู้เป็นลำดับ สามารถอ่านออกเขียนได้ และมีทักษะในการสวดมนต์ได้ดี
นอกจากนี้ในงานก่อสร้าง ท่านก็มิได้นิ่งดูดาย หมั่นสังเกตพิจารณาในการช่างและเข้าไปช่วยทำงานนั้น ๆ อย่างตั้งอกตั้งใจจนมีความรู้ความชำนาญในการช่าง  เมื่อถึงเวลาอันสมควร ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุได้ ๒๒ ปี ได้รับฉายาว่า “อภิชัยขาวปี”
เมื่อถึงพรรษาที่ ๑๓ ท่านถูกกลั่นแกล้งและถูกจับดำเนินคดีในข้อหาหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร จนต้องถูกบังคับให้สึกและครองผ้าขาวเป็นครั้งแรก ในขณะที่ท่านติดคุกท่านได้ริเริ่มสร้างโรงพยาบาลลำพูนจนแล้วเสร็จ เมื่อออกจากคุกแล้วครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ทำการอุปสมบทให้แก่ท่านเป็นครั้งที่สอง เมื่อบวชแล้วท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์ไปบูรณะวัดวาอารามต่าง ๆ ต่อมาท่านได้ถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์ จนถูกจับสึกนุ่งผ้าขาวอีกเป็นครั้งที่สอง
เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยได้สร้างถนนขึ้นวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ท่านได้พาชาวกะเหรี่ยง ๕๐๐ คนไปช่วยทำถนนจนแล้วเสร็จ และได้กลับมาพำนักกับครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ วัดพระสิงห์ ต่อมาได้มีผู้ขอร้องให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยทำการอุปสมบทให้แก่ท่านเพื่อเป็นภิกษุอีกครั้งหนึ่ง ครูบาเจ้าศรีวิชัยจึงยินยอมอุปสมบทให้ ณ วัดศรีโสดา ซึ่งในการอุปสมบทครั้งนี้เป็นเหตุให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยต้องอธิกรณ์อีกครั้ง ครูบาเจ้าอภิชัยจึงต้องสึกนุ่งผ้าขาวอีกครั้ง และได้กลับไปที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะ ถึงแม้ครูบาเจ้าอภิชัยจะนุ่งผ้าขาว แต่ท่านก็มีวัตรปฏิบัติและถือศีลเหมือนพระภิกษุทุกประการ วัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดของท่านทำให้มีศรัทธาสาธุชนเลื่อมใส เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยมรณภาพแล้ว ท่านจึงเปรียบเสมือนทายาทธรรมที่มีผู้มาขอความเมตตาไปเป็นประธานในการบูรณะวัดวาอารามต่าง ๆ
ต่อมาครูบาเจ้าอภิชัยได้ไปบูรณะวัดพระพุทธบาทผาหนาม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และได้จำพรรษาอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด ขณะเดียวกันท่านก็ได้เป็นประธานในการบูรณะวัดวาอารามสร้างโรงเรียน และโรงพยาบาล อีกหลายแห่ง อาทิเช่น โรงเรียนบ้านสามหลัง (อภิชัยบูรณะ) อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ คณะศรัทธาวัดสันทุ่งแฮ่ม จังหวัดลำปาง ได้มานิมนต์ท่านไปนั่งเป็นประธานในการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ต่อมาคณะศรัทธาวัดต้นธงชัย จังหวัดสุโขทัย มานิมนต์ท่านเพื่อขอความเมตตาไปเป็นประธานในการสร้างพระวิหาร ท่านเดินทางไปเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ และเมื่อไปถึงวัดท่าต้นธงชัยได้เพียงวันเดียว ท่านก็ได้มรณภาพในวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยอาการสงบ...
วันนี้ (๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓) ครบ ๔๓ ปีที่ครูบาเจ้าอภิชัยได้ละสังขารไป ผมขอนำข้อมูลจากวิกิพีเดียมาลงไว้แบบเต็ม ๆ รวมทั้งภาพที่ต้องขออนุญาต capture มาจากวิดีโอใน facebook ของวัดพระพุทธบาทผาหนาม (ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง)...








 
เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมได้เดินทางมาถึงวัดพระพุทธบาทผาหนาม นำจักรยานมาอิงตั้งพิงไว้ริมรั้ว (1) เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น...


ตาแก่เมืองรถม้ากราบบูชาอนุสาวรีย์ครูบา (2) แล้วเดินขึ้นบันไดไปยังโฮงหลวงครูบาขาวปี (3)




โชคดีเหลือเกินที่ได้มาวัดพระพุทธบาทผาหนามแห่งนี้...