แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หาที่พัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หาที่พัก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

FB Trip ไปลาวใต้ - หาที่พักอุบลราชธานี

วางแผนไว้ว่าจะขี่จักรยานเที่ยวอุบลฯ สัก ๒ วัน ก่อนเดินทางไปปากเซ ทริปนี้ผมตัดสินใจจองที่พักในอุบลฯ ไว้ล่วงหน้าโดยผ่าน booking.com เว็บซึ่งเคยใช้บริการมาแล้ว ๒ หรือ ๓ ครั้งจำไม่ได้! 


booking.com ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าแม้แต่บาทเดียว คลิกไม่กี่ทีก็จองได้แล้ว ผมเลือกพักที่ "ราชบุตรโฮสเทล" ประหยัดสุดก็คือ dorm bed คืนละ ๒๐๐ บาท  ตำแหน่งที่พักก็หาง่าย อยู่ใกล้วัดหลวงซะด้วย...


นำภาพจากเว็บ booking.com มาให้ดูหน่อยนะครับ ที่นอนแบบปูกับพื้นอย่างนี้ก็เหมือนกับที่ผมพักที่ Bukit Lawang  เดินทางสไตล์ลุงน้ำชาก็ต้องนอนอย่างนี้แหละ....



ห้องน้ำของเค้าก็ใช่ย่อยนะเนี่ย!


บรรยากาศโดยรอบดูแล้วคิดว่าคงไม่ผิดหวังแน่นอน...




อ่อ...ลืมบอกไปว่าแผนการเดินทางของผมแบบคร่าว ๆ ในช่วงแรกมีดังนี้ครับ
    ๙ ตุลาคม ๕๙
    ๑๑.๐๐ น. ปั่นจักรยานจากบ้านห้างฉัตรไปสถานีรถไฟห้างฉัตร
    ๑๑.๕๐ น. ขึ้นรถไฟฟรีขบวน 408 ไปลงพิษณุโลก
    ๑๐ ตุลาคม ๕๙
    ๐๖.๐๕ น. ขึ้นรถไฟฟรีขบวน 202 ไปลงอยุธยา (๑๒.๑๓ น.)
    มีเวลา ๔ ชั่วโมงปั่นจักรยานเที่ยวเมืองเก่า
    ๑๖.๕๖ น. ขึ้นรถไฟฟรีขบวน 145 ไปอุบลราชธานี
    ๑๑ ตุลาคม ๕๙
    ๐๓.๓๕ น. ถึงสถานีรถไฟอุบลราชธานี


พักอยู่อุบลฯ ๒ คืน คงเที่ยวได้ไม่น้อยเพราะมีจักรยาน เช้าวันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมค่อยนั่งรถโดยสาร (๑๐๐ บาท) ไปช่องเม็ก...


แล้วจะเก็บภาพและเรื่องราวมาฝากเพื่อน ๆ นะครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

หาที่พักในปีนัง (๒๕๓๐)

วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เหยียบลงบนผืนแผ่นดินเกาะปีนัง พร้อมกับจักรยานและถุงทะเลขนาดใหญ่มัดอยู่กับตะแกรงหลัง...


เย็นมากแล้ว... สิ่งแรกที่ต้องทำในจอร์จทาวน์คือหาที่พักให้ได้ โดยอาศัยหนังสือ South-East Asia ซึงพกมาด้วยเพียงเล่มเดียว


แผนที่จอร์จทาวน์อยู่ในหน้า ๓๓๗ ช่วยให้ผมปั่นจักรยานได้ถูกทิศถูกทาง...


มีข้อมูลเกี่ยวกับที่พักด้วยดังนี้...



ต้องปั่นจักรยานหาที่พักอย่างเร่งรีบ  เกิดเหตุการณ์ที่ลืมไม่ลงในวันนั้นคือ "ขี่รถตกท่อระบายน้ำริมทาง" ถุงทะเลที่วางนอนอยู่ท้ายรถมีน้ำหนักมาก ทำให้ยากต่อการบังคับรถ ผมมัวแต่มองหาป้ายโรงแรม เผลอนิดเดียวล้อหน้าก็เลยเฉออกแล้วตกลงไปในท่อ...


ผมหัวคะมำแต่ก็ไม่เป็นไร รู้สึกว่าอายเหมือนกันนะ ต้องรีบดึงรถขึ้นมาแล้วปั่นต่อ อุบัติเหตุที่เกิดเท่าที่จำได้ก็มีเท่านั้น!  จากนั้นผมก็ปั่นไปยัง YMCA  พบว่าค่าที่พักแพงเกินไป...ไม่ได้พัก! พอดีอ่านเจอว่ามีวัดไทยชื่อว่า "วัดไชยมังคลาราม" อยู่ไม่ไกล ผมเกิดความติดที่จะไปขออาศัยนอนก่อนสัก ๑ คืนแล้วจึงค่อยหาที่พักใหม่ในวันรุ่งขึ้น

แผนที่จาก google maps


ภาพซุ้มประตูวัดไชยมังคลาราม - ที่มา visitpenang.gov.my

ผ่านมาแล้ว ๒๙ ปียังจำได้ว่า เย็นวันนั้นได้คุยกับพระไทยแต่ถูกปฏิเสธมิให้พักอาศัย ผมต้องพาจักรยานเพื่อนยากออกจากวัดแล้วไปหาที่พักในย่านคนจีน...

อาคารเก่าย่าน china town - ภาพจากอินเทอร์เน็ตนำมาทำเป็นภาพสีน้ำ

มืดพอดีเมื่อได้ที่พักในโรงแรมเก่า ๆ แห่งหนึ่ง ผมจำไม่ได้ว่าค่าห้องคืนละเท่าไหร่ แต่พอนึกภาพได้ว่าเก็บจักรยานไว้ชั้นล่างแล้วขึ้นไปนอนชั้นบน ดูเหมือนว่าข้างล่างจะเปิดเป็นคาเฟ่ที่มีหญิงบริการ เพราะทั้งคืนผมได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกันและเปิดเพลงดังลั่น ห้องพักมีเตียงคิงไซส์ซึ่งสกปรก แถมฝาห้องก็มีรูคล้ายถ้ำมอง...



แปลกจังที่ยังพอจำคืนแรกบนเกาะปีนังได้!
--------------------------------------------------------------------------------------------------
(หมายเหตุ – รูปที่โพสต์มิใช่สถานที่จริง หามาจากอินเทอร์เน็ตเพื่อประกอบเนื้อเรื่องเท่านั้น)

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

FB Trip ไปลาว - หาที่พักในไชยบุรี


เคยคุยกับเพื่อน ๆ มาแล้วว่าถ้าไปถึงที่ไหนพร้อมจักรยานพับ หากยังไม่มืด ผมก็ไม่กลัวว่าจะหาที่พักไม่ได้ ตอนนำจักรยานพับใส่รถเมล์เขียวไปเที่ยวเชียงแสน แม้วันนั้นจะใกล้ค่ำแล้วก็ตาม ผมปั่นจักรยานสอบถามไปเรื่อย ๆ เข้าที่นั่นออกที่โน่น สุดท้ายก็เจอที่พักถูกใจเข้าจนได้! 


จากปากลายไปไชยบุรีระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร ถ้าปั่นจักรยานคงต้องใช้เวลาเดินทาง ๒ วัน ผมกะว่าจะพักที่ปากลาย ๑ คืน แล้วใช้เวลา ๑ วันเต็มปั่นไปพักที่บ้านน้ำปุยอีก ๑ คืน จากบ้านน้ำปุยจึงค่อยลุยต่อในวันรุ่งขึ้น คิดว่ายังไง ๆ ก็ถึงไชยบุรีก่อนค่ำ แต่การได้พบกับคุณพรผู้ใจดีในวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๙ ทำให้ผมสามารถเดินทางรวดเดียวใช้เวลา ๓ ชั่วโมงกว่า ๆ ถึงเมืองไซยะประมาณ ๔ โมงเย็น! คุณพรจอดรถส่งให้ผมลงที่หน้าตลาดไซยะบูลี ผมนำจักรยานและเป้สัมภาระลงวางไว้ที่ทางเท้า แล้วอำลาผู้เมตตาด้วยความขอบคุณ...


จากนั้นก็ต้องปั่นจักรยานหาที่พัก ครั้งนี้ผมไม่มีแผนที่ในมือ ไม่มีชื่อเฮือนพักจดไว้ในสมุด กล่าวได้ว่าไปตายเอาดาบหน้า ผมกางจักรยานออก (unfold) โดยใช้เวลาไม่ถึงนาที โดยมีสายตาคนลาวจับจ้อง ผมยิ้มให้แล้วถามด้วยถ้อยสำเนียงเสียงลาวว่าแถวนั้นมีเฮือนพักบ้างมั้ย?  หนุ่มลาวคนหนึ่งชี้ไปข้างหน้าบอกให้ผมไปทางนั้น...

ขี่จักรยานหาที่พักซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายแห่ง ผมผ่านเลยไปก่อน ดูคล้ายกับว่ากำลังปั่นจักรยานเที่ยวซะมากกว่า ในที่สุดก็ได้เห็นสะพานข้ามแม่น้ำหุ่ง (ฮุง) ผมขี่ลอดใต้สะพานไปขึ้นตามถนนเลียบแม่น้ำ พบเฮือนพักแห่งหนึ่งเงียบเหงาโดดเดี่ยว เข้าไปถามแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดว่าค่าที่พักคืนละเท่าไหร่? คำตอบคือ ๖๐,๐๐๐! (อ่านว่าหกสิบพัน) ผมขอต่อเป็น ๕๐ พัน เธอส่ายหัว...บอกให้ไปหาเอาแถวข้างตลาดโน่น!  ผมไม่ถือสาเพราะรู้ว่าเธอเป็นแค่คนงานทำความสะอาดและดูแลเฮือนพัก ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ

ปั่นจักรยานกลับไปตั้งต้นอีกครั้งที่ตลาด คราวนี้ไม่โอ้เอ้แล้ว ผมแวะเข้าไปที่ "เฮือนพักสันติสุข" ซึ่งอยู่เลยสี่แยกไปนิดเดียว...


เว้าลาวตลอด...ถามหญิงลาววัย ๕๐ กว่า ๆ (ท่าทางจะเป็นเจ้าของ) ว่าพักคืนละเท่าไหร่?  คำตอบคือ "๖๐ พัน"  ผมต่อรองว่า "อยู่ ๒ มื้อ แสนนึ่งได้บ่อ?" เธอตอบโดยไม่ลังเลว่า "เจ้า"

ผมรู้สึกดีใจเมื่อได้ที่พักในไซยะบูลีในราคาที่คิดไว้...


ถ่ายรูปห้องพักมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อยน้า...



ผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม มีวางไว้ให้อยู่ในตู้...


น้ำดื่มและกระดาษทิซซู่อยู่ตรงมุมห้อง...


ห้องน้ำก็ไม่เลวนัก...



จักรยานนำมาเก็บไว้ได้ในห้องพัก!


ด้านหน้ามีชุดรับแขกจัดไว้ดูคล้ายล็อบบี้...


มีกล้วยน้ำว้าให้ลิง...เอ้ย!  คนที่มาพักได้หยิบกินฟรี



เข้าที่พักแล้ว... วันนี้ผมยังมีเวลาอีก ๒ ชั่วโมงปั่นจักรยานเที่ยวเมืองไซยะบูลี!

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

แบกแรดไปสุรินทร์ - หาที่พักในหมู่บ้านช้าง

ตั้งใจว่าวันแรกที่ไปถึงสุรินทร์ หลังจากเดินสำรวจตัวเมืองในช่วงเช้าแล้ว... ผมก็อยากจะนั่งสองแถวเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านช้างที่อำเภอท่าตูมเพื่อใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสัก ๒-๓ วัน เรื่องที่พักผมค้นหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว พบว่า "โฮมสเตย์หมู่บ้านช้าง บ้านหนองบัว" น่าสนใจที่สุด


เช้านี้ผมยกโทรศัพท์ต่อไปยังโฮมสเตย์หมู่บ้านช้าง...
"หวัดดีครับ โฮมสเตย์หมู่บ้านช้าง บ้านหนองบัวใช่มั้ย?"
เสียงผู้หญิงรับสายแล้วส่งต่อไปให้ผู้ชายพูด ผมถามซ้ำอีกที เมื่อแน่ใจว่าโทรไปถูกที่แล้วก็ถามว่า "ผมอยู่ลำปางครับ อยากมาเที่ยวหมู่บ้านช้าง มาคนเดียวครับ ไม่ทราบว่ามีที่พักหรือเปล่า?"
"มีครับ ๆ" เสียงตอบจากเจ้าของโฮมสเตย์
"อยากจะมาพักสัก ๒-๓ คืน เห็นในเว็บบอกว่าคืนละ ๑๐๐ บาท ยังมีรึเปล่าครับ?"
"คืนละ ๑๕๐ บาท"
"อ้าว...ขึ้นราคาแล้วเหรอ?"
"ครับ เดี๋ยวนี้ค่าน้ำค่าไฟมันแพงไปหมด เค้าบอกมาก็เลยต้องขึ้นราคา"
"แล้วค่าอาหาร...?"
"มื้อเช้า ๕๐ บาท กลางวันและเย็นมื้อละ ๘๐ บาท"
"จักรยานมีให้เช่าหรือเปล่า?"
"มีครับ"
"บ้านตากลางอยู่ไกลมั้ยครับ?"
"๘๐๐ เมตร"
"ตกลงผมจะมาพักนะครับ ถึงสุรินทร์เช้าวันพฤหัส... แล้วมายังไงครับ?"
"นั่งรถสองแถวมาลงที่นี่ได้เลย"
"ค่ารถเท่าไหร่ครับ?"
"คงประมาณ ๔๐-๕๐ บาท"
"งั้นตกลงมาพัก ต้องจองมั้ยครับ?"
"ไม่ต้องครับ มาได้เลย"
ผมกล่าวขอบคุณแล้ววางสาย  มั่นใจได้ว่าถ้าสามารถถ่อสังขารไปถึงบ้านหนองบัวได้ก็มีที่พักแน่นอน มีจักรยานให้เช่าปั่นด้วย!  ผมศึกษาเพิ่มเติมจากในเว็บได้ข้อมูลว่า...
บ้านหนองบัว เป็นหมู่บ้านที่เรียกตัวเองว่า “กวย” เป็นกลุ่มชนที่มีความสามารถในการเลี้ยงช้างที่ให้ความรัก และความผูกพันกับช้างเหมือนสมาชิกในครอบครัว อันเป็นวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างที่น่าสนใจนักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนเลี้ยงช้างการใกล้ชิดช้างคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง ชุมชนนับถือศาสนาพุทธ
แหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชน- ศูนย์แสดงช้าง
– สุสานช้าง
– วัดป่าอาเจียง
– วังทะลุ
– ตำนานพระหมอเฒ่า
ในหมู่บ้านหนองบัวมีการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีทั้ง ป่่าภูดิน มีต้นไม้หลากหลายชนิด และตรงป่่าภูดินนี้ก็กำลังดำเนินการก่อสร้างสวนสัตว์ช้างมีงานประเพณีของชุมชนที่จัดร่วมกับวัดป่าอาเจียง คือ งานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี หรือ กฐินช้าง ซึ่งจะจัดหลังจากออกพรรษาภายใน ๑ เดือน...

ภาพจากหนังสือ "ตากลาง" หมู่บ้านช้างแห่งลุ่มน้ำมูล
เพื่อน ๆ คอยติดตามนะครับว่าผมจะพักที่นั่นได้จริงหรือเปล่า!  

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทริปล้างพิษ - หาที่พักในกาญจนบุรี

เมื่อวานนี้ ผมได้รับเมลจาก booking.com แจ้งว่า "อีกไม่กี่วันก็จะไปเที่ยวกาญจนบุรีแล้ว"


จริงด้วยแหละ... คราวนี้เป็น "ทริปล้างพิษ" ที่โรงเรียนผู้นำจังหวัดกาญจนบุรีในวันที่ ๑๕-๑๘ ตุลาคม ผมวางแผนไว้ว่าจะออกเดินทางก่อนหน้า ๑ วันด้วยรถ บขส. ปอ.2 จากหน้าตลาดห้างฉัตรไปลงหมอชิต แล้วต่อรถไปกาญจนบุรี  ถึงสถานีขนส่งเมืองกาญจน์คงประมาณ ๘-๙ โมงเช้า....


ผมจองที่พักผ่านเว็บ booking.com ไว้แล้วคือที่  "คะนาอันเกสต์เฮ้าส์" ซึ่งบรรยายว่า...
Canaan Guesthouse ห่างจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีโดยใช้เวลาเดิน ๓ นาที ให้บริการห้องพักสะอาดและสะดวกสบาย พร้อมอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) บริการฟรี อีกทั้งมีแผนกต้อนรับ  ๒๔ ชั่วโมง โต๊ะบริการทัวร์ บริการจักรยานเช่า  เกสต์เฮาส์อยู่ห่างจากสุสานทหารสัมพันธมิตรโดยใช้เวลาเดิน ๑๐ นาที ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว ๔ กิโลเมตร และห่างจากวัดเสือ ๒๕ กิโลเมตร  ห้องพักติดตั้งพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ และมีห้องน้ำส่วนตัวหรือห้องน้ำรวม...
ที่พักอยู่ในเตาปูนซอย ๒ จากสถานีขนส่ง ผมเดินไปแค่นิดเดียว (เส้นเหลือง) ก็ถึง คงจะสามนาทีอย่างที่เค้าบอก....


ดูใน street view อยู่ในซอยอาจดูไม่สวยหรู แต่ก็น่าจะเหมาะกับการเดินทางแบบประหยัดสไตล์ลุงน้ำชา....

ภาพจาก street view - google earth
คืนละ ๒๕๐ บาท เป็นห้องแบบห้องน้ำรวม (ขนาดไม่หรูนะ ตอนนี้เต็มแล้ว ถ้าไม่จองไว้ก็อด)


หน้าตาที่พักเป็นอย่างไร ขอนำรูปภาพจากเว็บมาให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้....







เวลาเช็คอินคือบ่าย ๒ เค้ามีจักรยานให้เช่าด้วย ผมตั้งใจว่าพอไปถึงจะขอเช่าจักรยานไปปั่นเที่ยวก่อนเลย แล้วค่อยมาเช็คอินในตอนบ่าย มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกล คงปั่นสนุกเลยหละ...


ผมนอนที่คะนาอันคืนเดียวครับ ตอนเช้าต้องรีบนั่งรถจากสถานีขนส่งไปเข้าค่ายที่โรงเรียนผู้นำ...


เอาตับไปล้างครับผม!...