แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาญจนบุรี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาญจนบุรี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ทริปล้างพิษ - โค้งสุดท้าย

จากวัดบ้านถ้ำ ผมใช้เส้นทางสายเลียบแม่น้ำแม่กลองปั่นจักรยานกลับเข้าเมือง กำลังเข้าสู่ "โค้งสุดท้าย" ของทริปล้างพิษฯ แล้ว!


บนถนนราดยางราบเรียบ นาน ๆ จะมีรถยนต์วิ่งผ่านผมไป...


ช่วงที่แย่ที่สุดคือตอนปั่นผ่าน หจก. ศิลาเขาน้อย (1) ระยะทางเกือบ ๑ กิโลเมตรที่อากาศถูกปนเปื้อนด้วยฝุ่นละอองจากโรงโม่หิน (คล้ายกับที่สระบุรี)...


กว่าจะผ่านมาได้ก็เกือบแย่ ผมกลับสู่บรรยากาศสดชื่นอีกครั้ง ด้านขวาเห็นวิวแม่น้ำแม่กลอง ด้านซ้ายเป็นสุสานเอกชนวังหีบ (2) มีต้นสนและทิวเขาเป็นฉากหลัง...



ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตรจากวัดบ้านถ้ำ ผมถึงสามแยกที่มีป้อมตำรวจ (3) ตั้งอยู่ตามที่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวบอก...



ถนนที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือทางหลวงหมายเลข 3429 ถ้าเลี้ยวขวาก็ข้ามสะพานไปยังศาลากลางจังหวัด (ประมาณ ๒ กิโลเมตร)...


ส่วนด้านซ้ายเป็นเส้นทางไปด่านมะขามเตี้ย...



ไปวัดถ้ำมุนีนาถและวัดแก่งหลวง...ต้องปั่นอีก ๑๑ กิโลเมตร


วัดถ้ำมังกรทอง ๕ กิโลเมตร วัดนี้แหละที่ผมคิดจะให้เป็น excursion...


คิดดูแล้ว...ถ้าปั่นไปกลับอีก ๑๐ กิโลเมตรเพื่อดูวัด ๆ เดียว ผมคงต้องแข่งกับเวลา อาจทำให้โค้งสุดท้ายของทริปนี้ไม่เป็นที่รื่นรมย์สักเท่าใด!


จากป้อมตำรวจ (3) ผมตัดสินใจเลี้ยวขวามุ่งไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง (4)


ทางหลวงหมายเลข 323 หรือถนนแสงชูโตและศาลากลางอยู่เบื้องหน้า...


กลับเข้าเมืองด้วยระยะทาง ๓ กิโลเมตร ผมเห็นได้ว่าดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงมากแล้ว!


รีบพาเจ้าเสือเหลืองไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณกำแพงเมืองและศาลหลักเมือง...


อ่านป้ายหน่อย...
เมืองกาญจนบุรี (ใหม่)พื้นที่ก่อสร้างเมืองกาญจนบุรี เป็นบริเวณที่ลำน้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกับลำน้ำแควใหญ่ เรียกกันว่า "ปากแพรก" ซึ่งมีชัยภูมิอันเหมาะสมต่อการเป็นเส้นทางสัญจรและค้าขาย ตลอดจนการเป็นเมืองหน้าด่านรับศึกพม่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๔
กำแพงเมืองกาญจนบุรีสร้างด้วยอิฐมีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าเข้าสู่ลำน้ำแควใหญ่ ขนาดกว้าง ๒๑๐ เมตร ยาว ๔๘๐ เมตร มีป้อมประจำมุม ๔ ป้อม มีป้อมขนาดใหญ่ที่กึ่งกลางกำแพงทางด้านหน้าเมือง ๑ ป้อม มีป้อมขนาดเล็กอยู่กึ่งกลางกำแพงด้านท้ายเมืองอีก ๑ ป้อม มีประตูเมือง ๖ ประตู และประตูช่องกุดอีก ๒ ประตู รวมเป็น ๘ ประตู
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนกำแพงเมืองกาญจนบุรีเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘





ที่ทำการไปรษณีย์หน้าเมือง....


โค้งสุดท้ายอยู่ที่ศาลหลักเมือง...



วันนี้เจ้าเสือเหลืองทำหน้าที่ด้วยดีมาตลอด... บัดนี้ถึงเวลาได้พักผ่อนแล้ว!


ผมพาจักรยานผ่านสี่แยกคับคั่งตรงไปยังสถานีขนส่ง...


กลับเข้าที่พักอย่างมีความสุข...ตระหนักดีว่าทริปนี้จะต้องอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนานเท่านาน!


ลาก่อนกาญจนบุรีที่รัก!!

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิวสวยจากวัดบ้านถ้ำ

ขอสบาย ๆ เขียนแบบง่าย ๆ สักวันนะครับ วันก่อนเขียนเรื่อง "ข้างบนสวย!" เป็นคำบอกที่ได้ยินมาเกี่ยวกับ"วัดบ้านถ้ำ"


เมื่อได้เดินขึ้นบันได ๗๐๗ ขั้นไปจนถึงเจดีย์สีทอง สิ่งที่ผมเห็นว่าสวยน่าจะเป็นภาพวิวเบื้องล่างนั่นมากกว่า ขอนำภาพที่บันทึกไว้มาให้ดูเหมือนดั่งว่าเพื่อน ๆ ได้ขึ้นมายืนอยู่ข้างบนพร้อมกับผม...








เห็นอุโบสถวัดบ้านถ้ำชัดเจน...


สายตาซูมไม่ได้ แต่กล้องทำได้...







ผมเดินกลับไปหาจักรยานที่จอดทิ้งไว้หน้าศาลา (A) แล้วพาเจ้าเสือเหลืองไปหยุดสูดอากาศที่ริมน้ำแม่กลอง (B)...


ถ่ายรูปเพื่อนยากไว้เป็นระลึก...


ก่อนที่จะก็มุ่งไปตามถนนซึ่งทอดตัวอยู่เบื้องหน้า....


ทริปปั่นจักรยานเที่ยววัดอำเภอท่าม่วงของผมใกล้จบแล้วครับ!

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

"ข้างบนสวย!"


ผมปั่นจักรยานลงจากเนินเขาอันเป็นที่ตั้งของวัดถ้ำแฝด (1) ถึงสามแยกที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวและกาแฟโบราณ (2) ตั้งอยู่...


ต้องแวะที่นี่ก่อนเพื่อดับกระหายและถือโอกาสสอบถามข้อมูลเส้นทางไปวัดบ้านถ้ำ แต่แม่สาว Nestle ที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าร้านนั่นคงให้คำตอบไม่ได้  ต้องคุยกับคนชงกาแฟ...ผมสั่งน้ำแดงเย็น ๆ มาดื่มก่อน ๑ แก้ว (เลิกดื่มกาแฟแล้วจ้า)...


สอบถามถึงเส้นทาง... ได้ความชัดเจนว่าให้เลี้ยวขวาที่แยกข้างหน้า ปั่นตรงไปจนถึงถนนใหญ่ (3) แล้วค่อยเลี้ยวซ้ายไปวัดบ้านถ้ำ (5) สาวเมืองกาญจน์ยังบอกด้วยว่า "มีทางลัดไปออกศาลากลาง...ลุงไม่ต้องกลับทางเก่าก็ได้" 


รู้สึกยินดียิ่งนัก แม้จะหมดโอกาสได้กลับไปเยือนวัดนางโน แต่การได้ปั่นไปบนเส้นทางที่ไม่ใช่สายเดิมคงจะดีกว่า!  น้ำแดงหมดแล้วแต่ยังมีน้ำแข็งเหลืออยู่ ผมเติมด้วยน้ำเปล่าก่อนเตรียมตัวออกเดินทาง ได้ยินเสียงแม่ค้าบอกว่า "ข้างบนสวย!" เธอหมายถึงวัดบ้านถ้ำน่ะ  ผมอดคิดไม่ได้ว่าจะต้องเดินขึ้นบันไดเป็นร้อย ๆ ขั้นอีกแล้วหรือเนี่ย?

เดินทางต่อ...เจ้าเสือเหลืองพาผมไปบนทางหลวงที่ราบเรียบ ไม่นานก็ผ่านโรงเรียนบ้านถ้ำ...


ประมาณกิโลกว่า ๆ ก็ถึงจุดหมาย...


หันหลังกลับไปเก็บภาพให้เพื่อน ๆ ได้เห็นสภาพถนนที่ผ่านมา...


จากนั้นก็นำจักรยานไปจอดไว้ที่ศาลาข้างหน้าโบสถ์ แล้วเดินไปยังทางขึ้น...


"ข้างบนสวย!"  หุหุ! จะไม่ให้สวยได้ยังไง? ดูนั่นดิ!


แล้วยังมีพระเจดีย์สีทองอยู่บนยอดเขานั่นอีก! เพื่อสัมผัสความงามตามที่บอก จะต้องขึ้นไปถึงข้างบนโน้นเลยรึ?  สู้เว้ย!..ผมก้าวขึ้นบันไดตามเค้าไป...


หันหลังกลับไปเก็บภาพไว้หน่อย... ขึ้นมาได้ไม่กี่ขั้นก็เริ่มเหนื่อยแล้ว!


ต้องเข้าปากตัวอะไรนั่น?  ดูแล้วเหมือนมังกือ...เอ้ย มังกร


โห...เข้าไปในท้องมันแล้ว ยังต้องเดินอีกไกลมั้ย?




ถึงอย่างไรก็ไม่ท้อ ในที่สุดตาแก่เมืองรถม้าก็ถ่อสังขารจนถึงทางออก....



ออกมาไขว่คว้าหาออกซิเจนเข้าปอดเพื่อมิให้หน้ามืดเป็นลม ผมกดชัตเตอร์เก็บภาพแม่น้ำเบื้องล่างไว้ด้วย...


นี่หรือที่บอกว่าข้างบนสวย!