แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถโดยสาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถโดยสาร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พนมเปญ – พระตะบอง

เพื่อน ๆ ที่รักครับ!  การท่องเขมรของผมยังเหลืออีกเพียงเมืองเดียวคือ "พระตะบอง"  เมื่อจบแล้วก็จะไม่มีต่อเพราะผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่ไปเยือนเขมรอีกเป็นครั้งที่ ๓  ส่วน สปป.ลาวนั้นยังจะต้องมีอีก ๑ ครั้งคือ FB Trip ไปลาวใต้     


การเที่ยวเขมรที่ผ่านมาใช่ว่าจะมีปัญหาใด ๆ ผมใช้งบประมาณไม่มาก ที่พักและอาหารการกินรู้จักเลือกก็ไม่แพง ค่าโดยสารก็พอ ๆ กับที่บ้านเรา แต่ที่ไม่อยากไปอีกก็เพราะผมยังมีที่ซึ่งยังไม่ได้ไปอีกมาก นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกว่า...
  • ได้เห็นเขมรมากพอแล้วจาก ๒ ทริปที่ผ่านมา
  • ในขณะที่อายุมากขึ้น (อีกไม่กี่ปีก็ต้องใช้เลข ๗ นำหน้า) ยังมีสัญญาให้ไว้กับเพื่อน ๆ ว่าจะไปเยือนให้ได้ก่อนจากโลกนี้ไป
  • อยากใช้ชีวิตบั้นปลายขลุกกับเสียงเพลง หากเป็นไปได้ก็จะร้องเพลงและเล่นเปียโนในสไตล์ของตัวเองบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลัง
  • ถ้าหมดแรงที่จะแบกเป้หรือปั่นจักรยาน ก็อยากนั่งเล่นแอ็คคอร์เดียนหาทุนช่วยเหลือสังคม
อีกไม่นานเพื่อน ๆ คงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในบล็อกของผม!  วันนี้เรามาว่ากันต่อเรื่องการเดินทางจากพนมเปญไปพระตะบองนะครับ...


ด้วยระยะทางเกือบ ๓๐๐ กิโลเมตร...รถโดยสารใช้เวลาวิ่งมากกว่า ๖ ชั่วโมง หยุดพัก ๒-๓ แห่ง ผมบันทึกภาพข้างทางผ่านกระจกรถมาให้เพื่อนได้เห็นสภาพทางหลวงซึ่งกำลังก่อสร้าง รวมทั้งบ้านเรือนริมทาง คงจะไม่บรรยายอะไร อยากให้เพื่อนได้ดูภาพมากกว่า


























ไม่เคยนั่งหลับเหมือนผู้โดยสารบางคน...ผมไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้เห็นและเรียนรู้ในแต่ละประเทศที่ได้ไปเยือน!


ถึงพระตะบองแล้วครับ  รถจอดให้ลงที่สถานีขนส่งบนทางหลวงหมายเลข 5 ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓ กิโลเมตร...


ผมจ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ($2) ให้ไปส่งในเมือง!

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2558

จากใต้ขึ้นเหนือ จากสูงลงต่ำ

วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ ผมนั่งรถตู้มาจากบัตเตอร์เวิร์ธ ถึงสถานีขนส่งหาดใหญ่เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. 


ต้องหารถกลับกรุงเทพให้ได้...ผมตรงไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส.โดยไม่รอช้า ก่อนหน้านั้นผมสอบถามไว้แล้วทราบว่ามีรถ ปอ.2 จากหาดใหญ่ไปกรุงเทพฯ ถ้าใช้สิทธิ์ผู้สูงอายุ ก็ได้ลดราคาเหลือเพียง ๓ ร้อยกว่าบาท แต่วันนั้นโชคผมไม่ดี! ยังอยู่ในช่วงสงกรานต์ที่นั่งจึงเต็มหมด เหลือเพียงรถวีไอพีที่ค่าโดยสารลดแล้วเหลือ ๙๑๐ บาท  ผมไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ถ้าต้องการเดินทางกลับกรุงเทพด้วยรถ บขส. ในคืนนั้น...


สำหรับทริปนี้ครอบครัวของน้องเมเปิ้ลได้มอบเงินสนับสนุนการเดินทางของผมมา ๒,๐๐๐ บาท ผมจึงตัดสินใจซื้อตั๋ววีไอพี ๙๑๐ บาทเพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกสมเจตนารมณ์ของผู้สนับสนุน นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่งรถ VIP ๒๔ ที่นั่ง.....


ขอถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อยว่าเจ้ารถ VIP เป็นเช่นไร ค่าโดยสารถึงได้แพงเป็นพัน! อย่างแรกก็คือ เบาะนั่งสบาย แถวละ ๓ ที่นั่ง...


มีที่ว่างให้เหยียดแข้งเหยียดขาได้อย่างสบาย


เป็นรถที่มี AC outlet ให้ผู้โดยสารได้เสียบชาร์จมือถือด้วย...


มีของว่างแจกให้เมื่อรถออกจากสถานีขนส่งหาดใหญ่...


พร้อมผ้าห่ม...


แถมเลี้ยงข้าวฟรีอีก ๑ มื้อในระหว่างทาง...


นั่นคือครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผมได้นั่งรถโดยสาร VIP  วันนี้ผมได้กลับมาใช้บริการเจ้าเมล์เขียว (ขวัญใจคนจน) อีกครั้ง!


ค่าโดยสารจากห้างฉัตรไปเชียงใหม่ ๕๐ บาท  วันนี้ไม่มีที่ว่าง ผมต้องนั่งบนพื้น


ความร้อนจากพื้นเหล็กทำให้คล้ายกับนั่งอยู่บนกระทะร้อน ๆ แต่ผมทนได้ ไม่เคยบ่น นั่งรถวีไอพีกับนั่งรถคันนี้ก็เหมือนกันตรงที่ว่ามันพาผมไปยังจุดหมาย แต่เด็กชายคนที่เห็นต้องยืนไป เพราะไม่สามารถทนได้กับความร้อนจากพื้นเหล็ก...


พัดลมซึ่งเป่าลมร้อนออกมาทำท่าเหมือนกับว่าจะหลุดตกลงมาจากข้างบน!!


ถึงดอยตินั่นแหละ ผมถึงได้ย้ายไปนั่งเบาะ...



รสชาติของชีวิตมันอยู่ตรงนี้แหละ!