แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่าเรือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่าเรือ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปพม่า – ขึ้นฝั่งที่พะโคะคุ

เคยเขียนบอกเพื่อน ๆ ว่า ผมชอบ improvise การเดินทางในรูปแบบไปตายเอาดาบหน้า  ไม่เคยจองที่พักไว้ล่วงหน้า ไปถึงแล้วค่อยเดินหาเอา เส้นทางหรือจุดมุ่งหมายก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์  สำหรับการเดินทางถึงพะโคะคุเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗ นั้น ผมไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนว่าจะต้องพบกับความตื่นเต้น ได้แต่คาดหวังว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนกับเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว...

ทำใจสบาย ๆ คิดว่าเมื่อเรือเข้าเทียบท่า ผมคงจะเดินลงไปพบกับความสว่างไสว  ได้เห็นผู้คนมากมาย และอาจจะมีคนจาก Mya Yatanar Inn มายืนรอเรียกแขกเหมือนในอดีต  ผมก็จะเดินตามเค้าไปยังที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วก็คงจะได้พบกับ San Win เพื่อนชาวพม่าตามที่ได้คิดไว้...

๒ ทุ่มกว่า เรือลอดใต้สะพานพะโคะคุ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอิรวดีซึ่งยาวที่สุดในประเทศพม่า!


ผมยังรู้สึกเฉย ๆ สะพายเป้ หิ้วถุงผ้า เดินลงมายืนรอข้างล่าง...เตรียมขึ้นฝั่ง!


เวลาเรือเข้าเทียบท่า ถ้าเป็นค่ำคืนเช่นนี้ ก็ยากที่จะรู้ทิศทางว่าท่าอยู่ทางด้านซ้ายหรือขวา  คนขับเรือจะเบาเครื่องแล้วบังคับเรือให้ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าเทียบอย่างเชี่ยวชาญ...


บอกแล้วไงว่า นอกจากผมแล้ว ไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงที่พะโคะคุ  ผมหัวเดียวกระเทียมลีบแท้ ๆ  สาว ๆ พม่าที่เห็นก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย มองออกไปมีแต่ความมืดและความอ้างว้าง!

เหมือนนักมวยกระโดดข้ามเชือก...ผมต้องข้ามไปยืนที่กราบเรือ รอให้เรือเข้าเทียบ พอได้จังหวะก็กระโดดข้าม ลงไปยืนตั้งตัวอยู่บนท่า

บนท่าเทียบเรือไม่มีวี่แววของคนจาก Mya Yatanar Inn   ทั่วทั้งบริเวณอาศัยแสงจากหลอดไฟพอช่วยให้เห็น  จากท่าผมจะต้องเดินข้ามไปบนแผ่นไม้กระดานซึ่งทอดไปยังฝั่งอีกที  ความมืดเข้าโอบกอด...เบื้องล่างคือผืนน้ำที่เฝ้ารอให้มีคนตกลงไป  ลูกน้ำคลองผู้เคยกระโดดข้ามคลองไปโรงเรียนมาตั้งแต่เด็กสลัดความกลัวทิ้งไป  ตั้งสติมั่น ก่อนที่จะเดินข้ามไปยังฝั่งซึ่งอยู่เบื้องหน้า!

ไม่เห็นมีใครเลย ผู้โดยสารหายไปไหนหมด? ผมขึ้นไปยืนโดดเดี่ยวอยู่ริมถนน!

มันไม่ใช่ท่าเรือพะโคะคุอย่างที่ผมเคยมาเมื่อปี ๒๕๒๖ นี่นา!

ผมรู้สึกคล้ายกับถูกจับไปปล่อยในป่าช้ากลางดึก!

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปพม่า – Gaw Wein Jetty

จากวัดสันตะมุนี ผมขี่จักรยานไปตามถนนเลียบคูเมือง รู้สึกคล้าย ๆ กับที่เชียงใหม่ ตอนขี่จักรยานผ่านถนนมณีนพรัตน์ไปเล่นดนตรีที่ห้องอาหารศรีสุรางค์ แจ่งหัวริน แต่ที่นี่ต้องไม่ลืมขี่ชิดขวา...


ผ่าน Yadanabon Zoological Gardens (4) ทางด้านขวามือ...


มีท่าเรือ ๓ แห่ง คือ ท่า Kywe Zoon, ท่า Mayan Gyan  (ไป Mingun)  และท่า Gaw Wein


ต้องไปที่ท่า Gaw Wein ซึ่งอยู่ไกลกว่าเพื่อน...


ผมปั่นจักรยานผ่านสิ่งก่อสร้างทั้งเก่าและใหม่...




วัดและเจดีย์มีมากเหลือเกิน (คิดถึงตอนเดินออกจากสถานีรถไฟแฟรงก์เฟิร์ต...จังงังด้วย sex shop)







ระหว่างทาง ผมได้เห็นตลาด ซึ่งมีผักผลไม้จากชนบทมาลงมากมาย....


มีรถทั้งขนของ...ขนคน!


ได้เห็นชีวิตของชาวพม่าแบบไม่ต้องจัดฉาก...


ท่ามกลางการจราจรและการขนส่งที่สับสนวุ่นวาย ไม่มีใครแสดงความฉุนเฉียวหรือขุ่นเคืองให้เห็น!


ทุกคนปฏิบัติไปตามหน้าที่...




หน้าตาก็ยังคงเปื้อนยิ้ม...


คิดแล้วก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้  ไม่รู้ว่าขี่จักรยานฝ่าการจราจรที่หนาแน่น วุ่นวาย และเฉียดฉิวไปได้อย่างไร?  วันนี้ถ้ากลับที่พักได้โดยกระดูกกระเดี๊ยวไม่หักไม่ร้าว คงจะต้องทำเรื่องขอรับประกาศนียบัตรสอบผ่านการขับขี่จักรยานในมัณฑะเลย์ อิอิ!

ความประทับใจที่ได้เต็ม ๆ มาจากเด็ก ๆ กับรอยยิ้มและดวงตาที่ใสซื่อ...





ผมมัวแต่หลงชื่นชมอยู่กับชีวิตผู้คนและเด็กน้อย (ไร้ Tablet) มารู้ตัวอีกทีก็เกือบ ๔ โมงเย็น!

ต้องรีบปั่นไปท่าเรือ Gaw Wein...  ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหาซื้อตั๋วเรือได้ที่ไหน?