แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กัมพูชา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กัมพูชา แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วัดโบวิล พระตะบอง

เพื่อน ๆ ที่รักครับ..สัปดาห์นี้เรื่องเขมรจบได้อย่างแน่นอน!  หลังจากเที่ยววัดอีก ๒ วัด...ผมกลับที่พักไปนอนเอามือก่ายหน้าผากแล้วได้ข้อสรุปว่าพรุ่งนี้จะไม่อยู่ต่อในพระตะบอง อยากนั่งรถไปปอยเปตแล้วกลับเข้าไทยเลย การเยือนเสียมเรียบและนครวัดนั้นขอยกยอดเอาไปไว้ทริปหน้าจะดีกว่า!


จากวัดกลางและวัดประชาเลียบริมน้ำสังแกไปอีก ๕๐๐ เมตร ผมเลี้ยวขวาแล้วเดินเข้าซอยไปอีก ๒๐๐ เมตรก็เห็นซุ้มประตูวัดโบวิลตีกรอบให้รูปวิหารหลังใหญ่สไตล์เขมร...


แสงแดดไม่แผดเผาแล้วนะ! ความร้อนระอุบนพื้นถนนลดลงจนไม่เหลือให้รู้สึก สองขายังพาผมเที่ยวได้อย่างสบาย ๆ งานนี้ไม่ต้องพึ่งจักรยานเช่า


ผมทำหน้าที่เหมือนเดิมคือเก็บภาพมาฝาก...


หวังว่ารูปแบบของโบสถ์วิหารในวัดเขมรคงจะเริ่มคุ้นตาเพื่อน ๆ บ้างแล้ว...




ทางด้านขวา...ลีลาวดีและกระต่ายไร้วิญญาณแต่งแต้มจุดขาวลงบนภาพอาคารโคโลเนียลสไตล์












ของเก่าก็มี ของใหม่ก็มา ผมเดินบันทึกภาพไปรอบ ๆ


จากวิหารสีเหลืองถัดมาเป็นวิหารสีขาว มีรูปทรงและขนาดพอ ๆ กัน...!









ฝนทำท่าว่าจะตก ผมสาวเท้าก้าวเดินออกจากวัดโบวิลไปข้ามสะพานทางหลวงหมายเลข 5

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจืองแอ็ก

เตรียมตัวมาบ้างแล้วที่จะพบกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งหลงเหลืออยู่ ณ ทุ่งสังหาร  จากภาพในหนังสือ คลิปวิดีโอ และภาพยนต์ พอมาเห็นเข้าจริง ผมแทบไม่เชื่อสายตาเลยว่าเหตุการณ์โหดร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นในแผ่นดินที่มีอารยะมายาวนาน มีทั้งภาษาและลายสือของตัวเอง เหตุใดผู้นำซึ่งมีอำนาจเพียงไม่กี่คนจึงสามารถมีอิทธิพลทำลายล้างชีวิตของผู้คนผู้ปราศจากทางสู้ได้นับล้าน??


ที่ศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจืองแอ็ก ซื้อบัตรเข้าชมแล้ว เจ้าหน้าที่แจกเอกสารให้ ๑ ฉบับ...


รู้ว่าเป็นคนไทย เจ้าหน้าที่หยิบเครื่องบรรยายภาคภาษาไทยซึ่งมีตัวเครื่องและหูฟังส่งให้...


เอกสารที่ได้รับเขียนไว้ว่า "เจืองแอ็กคือทุ่งสังหารที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดแห่งหนึ่ง จากทุ่งสังหารกว่า ๓๐๐ แห่งทั่วกัมพูชา"  อยากให้เพื่อน ๆ ดูภาพตำแหน่งของคุกและหลุมศพรวมซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศในยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ ...


จากภาพเส้นทางหลักของการบังคับอพยพออกจากเมืองใหญ่และเมืองต่าง ๆ ผมจินตนาการเห็นภาพผู้คนที่ต้องสูญเสียและพลัดพราก เขาเหล่านั้นถูกส่งตัวไปทำงานในชนบทวันละ ๑๒ ชั่วโมง


อยากให้อ่านบทความใน facebook ของ uddthailand ซึ่งเขียนไว้ดีมาก ในหัวข้อ "the killing fields : การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดของศตวรรษที่ ๒๐"   ส่วนหนึ่งบรรยายไว้ดังนี้...
กัมพูชาในกำมือนายพล พต ระหว่างปี ๒๕๑๘ - ๒๕๒๒ ตกอยู่ในความรุนแรงสุดขั้ว เพื่อปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตนเอง ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศ และไม่ยอมเป็นพันธมิตรกับชาติใด ๆ โดดเดี่ยวประเทศออกจากอิทธิพลของต่างชาติ ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา ยึดทรัพย์สินจากเอกชนทั้งหมด พล พต คลั่งลัทธิซ้ายสุด ๆ เขาเชื่อว่าระบบสังคมนิยมจะนำกัมพูชาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้
โดยประเทศควรจะอยู่อย่างสันโดษ ไม่ต้องเพิ่งวิทยาการเทคโนโลยีใด ๆ ขอให้มีข้าวกินก็อยู่ได้ เขาจึงกวาดล้างผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางความคิด นักศึกษาปัญญาชน แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปิน เล่ากันว่าคนใส่แว่นสายตาที่ดูเหมือนมีความรู้ เป็นภัยต่อความมั่นคง ปกครองยาก จะถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผล เขาต้องการให้กัมพูชามีแต่ชนชั้นกรรมาชีพ นี่ไม่ใช่บทหนังหรือละคร แต่เป็นความจริงที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกันอย่างป่าเถื่อนทารุณ เมื่อเขมรแดงยึดกรุงพนมเปญ ประชาชนพลเมืองถูกหลอกออกจากเมืองไปยังชนบทกันดาร พล พตต้องการเปลี่ยนให้ชาวกัมพูชากลับไปเป็นชนชั้นดั้งเดิม ใช้แรงงานเพื่อการเกษตร ทุกคนต้องเป็นชาวนาชาวไร่ อาศัยอยู่ในค่ายแรงงาน ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก รวมทั้งไม่มีอาหารที่เพียงพอ ในเวลากว่า ๔ ปีที่ พล พตอยู่ในอำนาจ มีผู้คนล้มตาย อดอยาก ถูกทารุณกรรม ถูกฆ่าอย่างมหาศาล “ทุ่งสังหาร” อุบัติขึ้น ณ เวลานั้น นโยบายหนึ่งที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าเป็นผักปลา คือเขมรแดงต้องการให้กัมพูชาเป็นประเทศที่มีแต่คนเชื้อสายเดียว คือเชื้อสายกัมพูชา ชนกลุ่มน้อยอย่างชาวเวียดนาม และชาวจีน จึงถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมถึงคนเขมรด้วยกันเอง ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ ๑.๕ - ๒ ล้านคน นับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดของศตวรรษที่ ๒๐...

เริ่มต้นฟังเสียงประกอบการท่องเที่ยวหรือที่ผมเรียกว่า audio guide ตั้งแต่จุดที่ 1 ก่อนเลยนะครับ...


ในแผ่นพับบอกไว้ด้วยว่า...
สถานที่แห่งนี้คือสถานที่รำลึก โปรดแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา และกรุณาอย่าสูบบุหรี่ตลอดการเยี่ยมเยียน วิธ๊ใช้เครื่องเล่นเสียง : ป้อนหมายเลขจุดต่าง ๆ ลงในเครื่องเล่นเสียงของคุณ คุณอาจหยุดชั่วขณะและย้อนกลับไปฟังช้าได้ นักท่องเที่ยวอาจต้องการแสดงการคารวะที่สถูปที่รำลึกตั้งแต่เริ่มต้นการเยี่ยมชม

เพื่อน ๆ ตามผมไปนะครับ!

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วัดบัวตูม พนมเปญ


กลุ่มเมฆน้อยถอยห่าง ปล่อยให้แสงแดดแผดเผาเพิ่มความร้อนแรงของพื้นกระเบื้องแลพื้นปูนวัดบัวตูม ผมเดินตรงไปยังอุโบสถที่เห็นตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าโดยไม่รีรอ...พร้อมกับกล้องถ่ายรูปตัวเล็ก!


ข้อมูลจากเว็บ lampangvc.ac.th กล่าวถึงศาสนาในประเทศกัมพูชาว่า...
ศาสนาพุทธลัทธิเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติ ปัจจุบันเป็นที่นับถือประชาชนประมาณร้อยละ ๙๐ ของประเทศ ประกอบด้วย ๒ นิกาย คือ ฝ่ายมหานิกาย มีสมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี (เทพ วงศ์ ) สมเด็จพระสังฆราชวัดอุณาโลมเป็นประมุข กับฝ่ายนิกายธรรมยุติ มีสมเด็จพระสุคนธาธิบดี (บัว คลี่ ) สมเด็จพระสังฆราชวัดบัวตูมเป็นประมุข ประชาชนส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ ๑๐ จะนับถือศาสนาอิสลาม คริสต์ และอื่นๆ
ผมคิดว่าเป็นการดีที่ทั้งสองนิกายต่างมีสังฆราชเป็นของตนเอง ไม่ต้องมีปัญหาเหมือนเมืองไทยในปัจจุบัน ที่วัดอุณาโลมที่ประทับสังฆราชฝ่ายมหานิกายผมก็ไปมาแล้วเมื่อตอนเช้า ก่อนเที่ยงวันนี้ต้องขอเข้ามาเดินในวัดบัวตูมอันเป็นที่ประทับของสังฆราชฝ่ายธรรมยุตินิกายอีกวัดนึง...

สร้างโดยกษัตริย์ Pohhea Yat ในปี พ.ศ. ๑๙๘๕ วัดนี้จัดเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและมีความสำคัญวัดหนึ่งในกรุงพนมเปญ แต่ก่อนมีชื่อว่าวัด Khpop Ta Yang หรือวัด Tayawng จนกระทั่งเมื่อเริ่มก่อสร้างพระราชวังในปี ๒๔๐๓ จึงได้รับการเปลี่ยนชื่อให้เป็น "วัดบัวตูม" ตามสภาพพื้นที่ซึ่งมีสระบัวอยู่ภายในวัด กล่าวได้ว่าวัดบัวตูมคือวัดหลวง คนใหญ่คนโตหรือนักการเมืองตายก็เอามาทำพิธีกันที่วัดนี้...


รูปทรงของโบสถ์ที่รายล้อมด้วยระเบียงแลเสาสูงเริ่มคุ้นตาบ้างแล้ว ผมแหงนหน้าขึ้นดูคันทวยรูปเทวดาที่อยู่ข้างบน บานประตูแคบแต่สูงถูกสลักด้วยลวดลายวิจิตร...


วัดเขมรยังไม่เจอหอระฆัง ผมเห็นเค้าใช้กลองส่งสัญญาณ...



วัดบัวตูมทุกวันนี้มีถาวรวัตถุเต็มพื้นที่ หาผืนดินเหยียบได้ยากแล้ว...





มีเจดีย์หลายองค์ สถูปก็เยอะ...












เดินไปเจองานศพเข้าพอดี  มีเต็นท์ชั่วคราวแบบติดแอร์ด้วยแฮะ!



พุทธสมาคมก็อยู่ในนี้ด้วย...


ถ้าเป็นบ้านผมอย่างเนี้ยจะเรียกว่า "ศาลาอเนกประสงค์"


นั่น!...กุฏิพระกระมัง?


ถ้าอย่างเนี้ยก็ใช่เลย...


ไม่ว่าที่ไหน...วัดหลวงก็เป็นเช่นนี้แหละ!