วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

ขึ้นไม่ไหวก็แค่ลงจูง

เนินจะสูงเพียงใดก็ไม่หวั่น!  ปั่นขึ้นไม่ไหวก็แค่ลงจูง...



ความท้าทายในแต่ละการเดินทางด้วยจักรยานพับ (FB Trip) อาจมีแตกต่างกัน บ้างก็เป็นหนทางยาวไกลไร้จุดหมายแน่นอน บางครั้งถึงกับทำให้หลงหรือหมดเสบียง บางทีก็ต้องชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรกับเป้าหมายที่เห็นบนยอดเขาทั้งสูงมากสูงน้อย!  ทริปนี้ผ่านมาแล้วครั้งนึงเมื่อผมต้องจูงจักรยานขึ้นไปตามทางลูกรัง...





ที่วัดพระบาทผาหนามมีห้องน้ำ (4) ให้ตาแก่เมืองรถม้าได้ล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำเรียกความสดชื่นกลับคืนมา ก่อนปั่นจักรยานขึ้นสู่ยอดเขาวัดพระพุทธบาทผาหนาม...



จากปากทาง (5) ผมขี่จักรยานขึ้นมาตามถนน (ไม่ต้องสาธยายว่าเหนื่อยแค่ไหน!)




จอดรถตรงทางเข้า ถ่ายภาพชีปะขาวกำลังเล่นไลน์...



แล้วนำจักรยานขึ้นไปจอดพิงเสาไว้...



ด้านซ้ายมือเห็นพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่...





เปิงใจ๋แต้ ๆ ได้มาถึงบนนี้...



เก็บภาพมาฝากเพื่อนแล้วจ้า















ต้องสูดหายใจให้เต็มปอด ก่อนก้าวขึ้นบันไดไปยังลานธรรมสุกัญญา...



โชคดีที่นึกได้ว่ามีกล้องสำรอง (Sony Cyber-shot) ติดมาด้วยในซอกกระเป๋าเป้!

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

วัดพระพุทธบาทผาหนาม อ.ลี้ จ.ลำพูน


เดินทางเพียงสองวัน...นำภาพและเรื่องราวมาโพสต์ในบล็อก exploring the world ต้องใช้เวลาถึง ๒ เดือนเต็ม ขึ้นเดือนที่ ๓ ผมขอตัดคำว่า "FB Trip ไป อช.แม่ปิง" ออกดีกว่า!  



จากวัดป่าไผ่ ผมปั่นจักรยาน ๔.๔ กิโลเมตรมาตามทางหลวงหมายเลข 106 (ลำพูน-ลี้) ถึงวัดพระพุทธบาทผาหนาม เห็นอนุสาวรีย์ครูบาขาวปีซึ่งเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของสาธุชนทั่วลานนาไทยยืนตระหง่านอยู่ทางด้านขวามือ...



paiduaykan.com ให้ข้อมูลว่า...
วัดพระพุทธบาทผาหนาม เคยเป็นวัดร้างมากว่า ๓๐๐ ปี ก่อนที่ครูบาอภิชัยขาวปีได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล มาบูรณะให้เป็นวัดที่เจริญรุ่งเรื่องด้วยศรัทธาและสิ่งก่อสร้างมากมาย...
 

วิกิพีเดียกล่าวว่า...
ครูบาอภิชัย (ขาวปี) เดิมชื่อ "จำปี" เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๓ เป็นบุตรของพ่อเม่าและแม่จันตา ท่านกำพร้าบิดาตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ ต่อมาเมื่ออายุได้ ๑๖ ปี มารดาได้นำไปฝากให้เป็นศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ วัดบ้านปาง ท่านจึงได้เริ่มเรียนหนังสือ โดยท่านเป็นผู้มีนิสัยขยัน เล่าเรียนอย่างจริงจัง อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย นอบน้อม ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยจึงมักใช้เวลาที่ท่านรับใช้ใกล้ชิดอบรมกล่อมเกลา ถ่ายทอดความรู้ให้ด้วยความเมตตา จนท่านครูบาอภิชัยมีความรู้เป็นลำดับ สามารถอ่านออกเขียนได้ และมีทักษะในการสวดมนต์ได้ดี
นอกจากนี้ในงานก่อสร้าง ท่านก็มิได้นิ่งดูดาย หมั่นสังเกตพิจารณาในการช่างและเข้าไปช่วยทำงานนั้น ๆ อย่างตั้งอกตั้งใจจนมีความรู้ความชำนาญในการช่าง  เมื่อถึงเวลาอันสมควร ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุได้ ๒๒ ปี ได้รับฉายาว่า “อภิชัยขาวปี”
เมื่อถึงพรรษาที่ ๑๓ ท่านถูกกลั่นแกล้งและถูกจับดำเนินคดีในข้อหาหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร จนต้องถูกบังคับให้สึกและครองผ้าขาวเป็นครั้งแรก ในขณะที่ท่านติดคุกท่านได้ริเริ่มสร้างโรงพยาบาลลำพูนจนแล้วเสร็จ เมื่อออกจากคุกแล้วครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ทำการอุปสมบทให้แก่ท่านเป็นครั้งที่สอง เมื่อบวชแล้วท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์ไปบูรณะวัดวาอารามต่าง ๆ ต่อมาท่านได้ถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์ จนถูกจับสึกนุ่งผ้าขาวอีกเป็นครั้งที่สอง
เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยได้สร้างถนนขึ้นวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ท่านได้พาชาวกะเหรี่ยง ๕๐๐ คนไปช่วยทำถนนจนแล้วเสร็จ และได้กลับมาพำนักกับครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ วัดพระสิงห์ ต่อมาได้มีผู้ขอร้องให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยทำการอุปสมบทให้แก่ท่านเพื่อเป็นภิกษุอีกครั้งหนึ่ง ครูบาเจ้าศรีวิชัยจึงยินยอมอุปสมบทให้ ณ วัดศรีโสดา ซึ่งในการอุปสมบทครั้งนี้เป็นเหตุให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยต้องอธิกรณ์อีกครั้ง ครูบาเจ้าอภิชัยจึงต้องสึกนุ่งผ้าขาวอีกครั้ง และได้กลับไปที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะ ถึงแม้ครูบาเจ้าอภิชัยจะนุ่งผ้าขาว แต่ท่านก็มีวัตรปฏิบัติและถือศีลเหมือนพระภิกษุทุกประการ วัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดของท่านทำให้มีศรัทธาสาธุชนเลื่อมใส เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยมรณภาพแล้ว ท่านจึงเปรียบเสมือนทายาทธรรมที่มีผู้มาขอความเมตตาไปเป็นประธานในการบูรณะวัดวาอารามต่าง ๆ
ต่อมาครูบาเจ้าอภิชัยได้ไปบูรณะวัดพระพุทธบาทผาหนาม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และได้จำพรรษาอยู่ที่นั่นมาโดยตลอด ขณะเดียวกันท่านก็ได้เป็นประธานในการบูรณะวัดวาอารามสร้างโรงเรียน และโรงพยาบาล อีกหลายแห่ง อาทิเช่น โรงเรียนบ้านสามหลัง (อภิชัยบูรณะ) อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ คณะศรัทธาวัดสันทุ่งแฮ่ม จังหวัดลำปาง ได้มานิมนต์ท่านไปนั่งเป็นประธานในการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ต่อมาคณะศรัทธาวัดต้นธงชัย จังหวัดสุโขทัย มานิมนต์ท่านเพื่อขอความเมตตาไปเป็นประธานในการสร้างพระวิหาร ท่านเดินทางไปเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ และเมื่อไปถึงวัดท่าต้นธงชัยได้เพียงวันเดียว ท่านก็ได้มรณภาพในวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยอาการสงบ...
วันนี้ (๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓) ครบ ๔๓ ปีที่ครูบาเจ้าอภิชัยได้ละสังขารไป ผมขอนำข้อมูลจากวิกิพีเดียมาลงไว้แบบเต็ม ๆ รวมทั้งภาพที่ต้องขออนุญาต capture มาจากวิดีโอใน facebook ของวัดพระพุทธบาทผาหนาม (ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง)...








 
เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมได้เดินทางมาถึงวัดพระพุทธบาทผาหนาม นำจักรยานมาอิงตั้งพิงไว้ริมรั้ว (1) เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น...


ตาแก่เมืองรถม้ากราบบูชาอนุสาวรีย์ครูบา (2) แล้วเดินขึ้นบันไดไปยังโฮงหลวงครูบาขาวปี (3)




โชคดีเหลือเกินที่ได้มาวัดพระพุทธบาทผาหนามแห่งนี้...

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - วัดป่าไผ่


เช้าวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒... ปั่นจักรยานจากวัดหนองบัวคำ  ผมมาหยุดพักอยู่ที่ศาลาริมทางเมื่อเวลา ๘ โมงครึ่ง



จากวัดหนองบัวคำ ล้อจักรยานหมุน ๘ กิโลเมตร ถึงวัดป่าไผ่



วัดป่าไผ่ ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ ๑ ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้่ จังหวัดลำพูน มีรั้วยาวเหยียดริมทางหลวงหมายเลข 106  สิงห์สีเอิร์ธโทนนั่งเฝ้าอยู่หน้าซุ้มประตูเข้า...



ซุ้มประตูเรียบง่าย สไตล์คล้ายวัดในกัมพูชา...


ฝากรถหน่อยนะพี่สิงห์ ขอเดินเข้าไปดูข้างในหน่อย!  




ผมเห็นพระมหากัจจายนะ นั่งอยู่หน้าวิหารซึ่งตั้งอยู่กลางพื้นที่กว้างขวางของวัด ตรงกับซุ้มประตูเข้า...


เดินเก็บภาพโดยรอบมาฝากเพื่อน ๆ ก่อนเลย...






วัดนี้เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาด้วย...


มีสุนัข...แต่ไม่ดุจ้า!

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - วัดหนองบัวคำ

๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒... เวลา ๗.๑๕ น.  ผมหยุดอยู่หน้าป้ายบนทางหลวงหมายเลข 106 (ลำพูน-ลี้-เถิน) หลักกิโลข้างหน้าบอกว่า ๑๙ กิโลเมตรถึงลี้  ๖๙ กิโลเมตรถึงเถิน


จากวัดสันป่าสัก (1)... ผมปั่นจักรยาน ๑.๓ กิโลเมตร ใกล้ถึงสามแยกข้างหน้า (2)


ป้าย "ทางลัดไปลำปาง <---"  ชี้ทางหลวงหมายเลข 1219 เส้นทาง ๑๗ กิโลเมตรไปยังบ้านทุ่งหัวช้าง และอีก ๖๕ กิโลเมตรถึงเกาะคา ก่อนถึงจุดตรวจที่อยู่เบื้องหน้า... มีอยู่แว๊บนึงที่ผมคิดอยากเลี้ยวซ้ายไปลำปาง!
 

อย่างไรก็ตาม ตาแก่เมืองรถม้าก็ยังคงปั่นลุยต่อไปข้างหน้าโดยมี อช.แม่ปิงเป็นจุดหมาย ไม่นานนักก็ถึงวัดหนองบัวคำ...
 
 
 
lovethailand.org ให้ข้อมูลว่า...

วัดหนองบัวคำ สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๔๐ บ้านหนองบัวคำ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน บนเนื้อที่ประมาณ ๑๑ ไร่ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย วิหาร กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาบำเพ็ญกุศล หอระฆัง และโรงครัว ปูชนียวัตถุมี พระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยปูน พระพุทธรูปทองแดง พระพุทธรูปปูนปั้น และพระพุทธรูปสร้างด้วยไม้ม่วงคำ

เห็นพระเณรกำลังกวาดพื้นศาลาพักหน้าวัด ผมคิดในใจว่าถ้าเมื่อวานจากวัดสันป่าสัก ขี่มาอีกหน่อยอาจได้มานอนที่นี่ !


 
ซุ้มประตูโขงงดงามด้วยกระจกสี... 



 

แบตเตอรี่เจ้า Canon หมดแล้ว.... ผมใช้กล้องมือถือเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้








ผมออกเดินทางต่อเวลา ๗.๓๘ น.....