วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - วัด Shwe Kyee Myin (๑)

จาก Royal Guest House วัดที่อยู่ใกล้ที่สุดคือวัด Shwe Kyee Myin (บางทีเห็นสะกด Shwe Kyi Myin) บนถนน 24 & 82...



วัดนี้อาจจะไม่เป็นที่กล่าวถึงมากเท่าวัดอีกหลาย ๆ วัดในเว็บท่องเที่ยว แท้จริงแล้ววัด Shwe Kyee Myin เป็นวัดโบราณ มีพระเจดีย์เก่าแก่ที่สุดในมัณฑะเลย์ (อายุเกือบ ๙๐๐ ปี) สร้างโดยเจ้าชาย Min Shin Saw ราชบุตรองค์แรกของกษัตริย์ Alaung Sithu (AD1112-1167) แห่งอาณาจักรพุกาม กล่าวกันว่าเจดีย์ของวัด Shwe Kyee Myin  มีลักษณะที่ไม่เหมือนใคร  รอบองค์พระเจดีย์ประดับด้วยลายภาพทำจากโลหะมีค่าซึ่งค้นพบจากซากวัดโบราณในมัณฑะเลย์...

บ่ายนี้ผมขอเที่ยววัดในมัณฑะเลย์ส่งท้ายอีกครึ่งวันนะครับ เริ่มจากวัด Shwe Kyee Myin ซึ่งอยุ่ใกล้ที่สุดก่อนเลย...


จาก Royal Guest House เดินเลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปตามถนน 82 ผมเห็นรั้วสีเหลืองตัดด้วยสีทองแต่ไกล...


นั่นไงซุ้มประตู...




ผมบันทึกไว้ว่า...
เข้าไปในวัด ถอดรองเท้าไว้ตรงเสา มีแม้ค้าขายมะละกอ กล้วย (ตากก็ไมใช่ ปิ้งก็ไม่เชิง) และขนมแผ่นกลม ๆ โรยงา ซื้อขนม ๑ ชิ้น ๒๐๐ จ๊าด กล้วย ๑ ลูก ๑๐๐ จ๊าด มะละกอ ๑ ชิ้น ๒๐๐ จ๊าด รวมเป็น ๕๐๐ จ๊าด แม่ค้าหั่นมะละกอให้เป็นชิ้น ๆ - ยืนกินอยู่แถวนั้นจนหมด ถือว่าเป็นอาหารกลางวันมื้อที่ถูกที่สุดก็ว่าได้  กินเสร็จรวบรวมเศษถุง+ไม้จิ้มมะละกอใส่กระเป๋าไว้ก่อน - เดินถ่ายภาพในวัด เริ่มจากศาลาที่มีพรมปูสีเขียว มีคนแก่นั่งและนอนอยู่  นกพิราบจับอยู่บนพัดลมเพดาน...

มีภาพประกอบด้วยฮับ...




คุณแม่ขายของ...คุณพ่อนั่งเลี้ยงลูก ชีวิตที่คงไม่ต้องพึ่งสัญญาณ WIFI......


ศาลาตกแต่งอย่างวิจิตร พื้นปูพรมสีเขียว อยู่ทางด้านซ้ายมือ  ถ้าเป็นบ้านเราก็น่าจะเรียกว่าเป็นศาลาเอนกประสงค์...



เสาปูนตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก พัดลมห้อยอยู่บนเพดานตีด้วยไม้ลายสลับมองคล้ายกับไม้ปาเก้ ผมเห็นคนนอนหลับอยู่ ๒-๓ คน...



ชาวบ้านคงมาฟังเทศน์ฟังธรรมกันตรงนี้...






ด้านขวาผมเห็นศาลาประดิษฐานพระพุทธรูป ภาพวาดฝาผนัง เสาประดับด้วยลายสลักและพญานาค...


เพื่อน ๆ  ตามผมมานะครับ....

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Travellin’ light ไปพม่า – ขนมหวาน 26th Street

๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ ตื่นนอนตอน ๖ โมงเช้า ลงไปอาบน้ำแปรงฟันแล้วกลับมาจัดยาเตรียมไว้กินหลังอาหาร  พรุ่งนี้แล้วสินะจะได้เดินทางกลับบ้าน!  ผมถามตัวเองว่าวันนี้เช่าจักรยานปั่นเที่ยวอีกซักวันดีมั้ย? ลองขยับแข้งขยับขาและส่ายหัวไปมา ถ้ารู้ว่าโลกยังโคลงเคลงอยู่ก็น่าจะเลิกล้มความตั้งใจ! 

จากในห้องพักผมสามารถอัพเดท facebook ได้ แม้สัญญาณ wifi จะไม่แรง!  ๐๗.๑๐ น. ผมนุ่งโสร่งลงไปที่ห้องอาหารซึ่งมีคนนั่งอยู่บ้างแล้ว อาหารเช้าวันนี้มีน้ำส้ม ๑ แก้ว กล้วย ๒ ใบ ขนมปัง ๒ แผ่นพร้อมเนย/แยม  ไข่คน และกาแฟดำ กินเสร็จก็กลับขึ้นห้องเพื่อกินยา เปลี่ยนไปสวมกางเกงขาสั้น เสื้อผ้าฝ้ายของขวัญจากคุณแอ้ม  จากนั้นก็ลงไปนั่งในล็อบบี้ มองดูผู้คนบนถนน 25 หน้าเกสต์เฮ้าส์...



วันนี้เป็นวันสิ้นปี พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มต้นปีใหม่ ยังคงเล่นสาดน้ำกันอยู่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่...



ผมออกไปนั่งบนม้ายาวหน้าเกสต์เฮ้าส์ มีหนุ่มยุโรปคนหนึ่งนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ข้าง ๆ


จักรยานมาบรรทุกผ้าใช้แล้วจากเกสต์เฮ้าส์ไปซัก....


ผมตัดสินใจเดินออกไปยังถนน 26...



ตรงหัวมุม...แขกขายขนมหวาน (Indian Dessert) ที่เคยซื้อกิน มาตั้งโต๊ะจำหน่ายแล้ว






ต้องอุดหนุ่นหน่อย ผมส่งตังค์ให้ ๕๐๐  จ๊าด บอกว่าเอาหลาย ๆ อย่างรวมกัน...


ได้มา ๔ ชิ้น....


ผู้คนเริ่มสัญจรมากขึ้น ผมยืนหลบอยู่ข้างทาง แอบเก็บภาพไว้ได้หลายบาน...






ผมหยิบขนมหวานใส่ปากเรื่อย ๆ จนหมด... รู้สึกว่ามีแรงขึ้น!

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Travellin' light ไปพม่า - จากพินอูลวินสู่ที่นอนในมัณฑะเลย์

อยู่สูง ๑,๐๗๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล เมืองพินอูลวินห่างจากมัณฑะเลย์เป็นระยะทาง ๖๗ กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถปิคอัพไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (NR3) ผมต้องใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง...


นั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับคนขับทำให้มองเห็นสภาพถนนและสองข้างทางผ่านกระจกหน้า...









ผมบันทึกไว้ว่า "ปิคอัพวิ่งจากพินอูลวินจอดรับคนเป็นระยะ ๆ - ถึงจุดหนึ่งก็จอดให้กินอาหาร ผู้โดยสารไม่ลงไปกิน นอกจากคนขับ - ซื้อถั่วคล้ายถั่วลันเตาชุบแป้งทอด ๑ ถุง ราคา ๘๐๐ จ๊าด - รถวิ่งต่อ - มีคนสาดน้ำอยู่ข้างทาง ต้องปิดกระจก..." 







ขณะรถวิ่งผ่านเมือง ๆ หนึ่ง ผมเห็นเวทีตั้งอยู่ริมทาง ผู้คนกำลังเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน...





เมื่อล้อหมุนถึงมัณฑะเลย์  ปิคอัพที่นั่งไปก็ต้องค่อย ๆ คลานตามขบวนรถเล่นสงกรานต์ไป...



๑๐.๓๐ น. ถึงได้จอดข้างถนนสายหนึ่ง คนขับดับเครื่องแล้วลงจากรถไปเงียบ ๆ ปล่อยให้ผมนั่งรออยู่ นึกว่ายังไม่ถึงปลายทาง...ผมยกกล้องขึ้นเก็บภาพที่เห็นไปเรื่อย ๆ






พักใหญ่ก็มีชายคนหนึ่งมาชี้ไม้ชี้มือบอกให้ลงจากรถ พูดได้แต่ว่า "แท็กซี่ ๆ" ผมถึงได้รู้ว่ารถที่นั่งมาหมดระยะแล้ว ต้องต่อแท็กซี่ไปอีก  ชายไทยผู้งุนงงลงจากรถ ยกเป้ขึ้นสะพายหลังคิดที่จะเดินไป หนุ่มพม่าบอกเตือนว่าไกลนะ พอดีมีหนุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งเข้ามาอาสาพาไปส่งโดยเรียกค่าโดยสาร ๓,๐๐๐ แล้วลดเหลือ ๒,๐๐๐  ผมต่อรองลงอีกเป็น ๑,๕๐๐ ในที่สุดก็เป็นที่ตกลง....

ผมขึ้นซ้อนท้ายโดยไม่มีหมวกกันน็อค  มอเตอร์ไซค์พาผมมุ่งหน้าไปตามถนนพลุกพล่าน ผ่านสี่แยกหลายแห่ง จนกระทั่งคนขับหันมาตะโกนว่า "ทะเวนตี้ไฟว์" ซึ่งหมายถึงถนนสาย 25 ผมก็ได้เห็นป้าย Royal Guest House  เขาหยุดจอดให้ลง


ผมยืนตั้งมั่นให้ได้ก่อนที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่าโดยสาร ๑,๕๐๐ จ๊าดพร้อมกล่าวขอบคุณที่ช่วยมาส่ง หลังจากนั้นก็เข้าไปในเกสต์เฮ้าส์ ไม่มีปัญหาใด ๆ เพราะได้จองและจ่ายเงินค่าที่พัก ๒ คืนไว้แล้ว เอาใบเสร็จให้พนักงานสาวดู  เธอขอหนังสือเดินทางไปลงทะเบียน เสร็จแล้วก็ยื่นกุญแจห้องให้   เวลา ๑๑.๓๐ น. ผมก้าวขึ้นบันไดสูงที่คุ้นเคย...


เข้าห้องพักซึ่งเปิดเตรียมไว้ให้แล้ว...


นับนิ้ว ๒ นิ้ว ผมรู้ว่าจะต้องนอนบนเตียงนี้อีก ๒ คืน ก่อนขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยวันมะรืนนี้...