วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – เมืองลอง

ามความเห็นของผม  “เมืองลอง” เมืองเล็ก ๆ น่าจะเป็นแค่เพียงทางผ่านของนักเดินทางระหว่างเชียงกก-เมืองสิง

ผมมาเมืองลองเพื่อหาทางไปเชียงกก  มิได้ตั้งความหวังไว้สูงว่าจะต้องหารถไปเชียงกกให้ได้  การนั่งเรือไปยังเมืองมอมหรือบ้านห้วยทรายเป็นตำนานการเดินทางในช่วงก่อนเกิดฆาตกรรม ๑๓ ลูกเรือจีนเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ หลังจากนั้นการเดินทางด้วยเรือมาขึ้นฝั่งที่เชียงกกก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป  ผมตระหนักดีว่าถ้าเดินทางไปถึงเชียงกกแล้ว ยังจะต้องเสี่ยงกับการหาเรือไม่ได้อีก ผมเกลียดคนเอารัดเอาเปรียบและคนฉวยโอกาส ถ้าไม่พบเจอได้ก็จะเป็นการดี!  ๑๒.๑๐ น. ผมเดินแบกเป้จากท่ารถถึงทางแยก….

ตรงไปข้างหน้าเป็นเส้นทางไปเชียงกก ถ้าเลี้ยวขวาก็ไปตลาด (กรุณาดูแผนที่ต่อไปนี้)….

เห็นธนาคารอยู่หน้าตลาด…

DSC08694

เงินลาวในกระเป๋ามีจำกัดจริง ๆ เพื่อความสบายใจ…น่าจะแลกเพิ่มไว้อีกหน่อย

ผมยู้ประตูเข้าไป  ในธนาคารมีพนักงานแค่ ๒ คน เป็นชาย ๑ (น่าจะเป็นผู้จัดการ) และหญิงอีก ๑  เธอนำแบงค์พันของผมไปเข้าเครื่องตรวจสอบธนบัตร  ผ่านครับ!  ด้วยอัตรา ๑ บาท = ๒๔๖ กีบ ผมได้เงินลาวมา ๒๔๖,๐๐๐ กีบ  ออกจากธนาคาร ผมเดินเข้าไปดูในตลาดเมืองลอง…

ตลาดเงียบเหงาสุด ๆ…

ออกจากตลาด…. ผมเดินไปหยุดอยู่หน้าโรงพยาบาล

กวาดสายตาไปบนถนนราดยางสั้น ๆ ไม่เห็นอะไรน่าสนใจ แต่ผมก็ยังจะคิดหาที่พักในเมืองลอง

muang-long3

เห็นป้ายโฆษณามีเฮือนพักเปิดใหม่ซึ่งอยู่ไม่ไกล….ผมเดินไปสอบถามทันที

ชื่อ “เฮือนพักเฮงโฮม”  เค้าคิดค่าพักคืนละ ๖๐,๐๐๐ กีบ  แหม! แพงกว่าที่คิดไว้ ถ้าสัก ๕๐ พัน ผมคงจะตัดสินใจพัก แต่ไม่เป็นไร ขอเดินเที่ยวก่อนดีกว่า…

ทางหลวงที่เห็นจะนำผมไปยังเชียงกก ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้ไปหรือไม่!

นั่นคงศาลาว่าการ!   Tourist Information ก็อยู่แถวนั้น…

ฐานะดีขึ้น มีรถยนต์แล้ว ก็ต้องสร้างบ้านใหม่…

นอกจากวัดหลวงป่าขามและเจดีย์… เมืองลองมีแค่นี้เอง!  แล้วพรุ่งนี้จะมีรถไปเชียงกกหรือเปล่า? ผมเริ่มไม่แน่ใจในแผนการที่วางไว้!

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – นั่งรถไปเมืองลอง

๑๐ โมงเช้า รถโดยสารที่ผมนั่งไปเมืองลองออกวิ่งจากสถานีขนส่งเมืองสิง ผ่านวัดน้ำแก้วหลวง มุ่งสู่จุดหมายซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๖๐ กิโลเมตร…

เป็นถนนราดยางได้ไม่นานก็เปลี่ยนสภาพเป็นถนนอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า dirt road  (บางจุดรถอาจต้องใช้คำว่า “คลาน”) แต่ก็ยังดีที่สองข้างทางไม่มีเหวลึกเหมือนเส้นทางจากเดียนเบียนฟูไปซาปา ผมยังอดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าเป็นหน้าฝนจะลำบากขนาดไหน…

ผมบันทึกไว้ว่า…

….ผ่านเฮือนพักไทลื้อ สถานีตำรวจ วัดที่เคยไปเมื่อวานนี้  เห็นวัดสร้างใหม่อยู่ด้านขวามือ  ถึงบ้าน Thong Mai รถจอดรับผู้โดยสารอีก ๒ คน  เด็กอ้วก!!!

ข้างทางเป็นสวนกล้วยสุดลูกหูลูกตา กำลังออกลูกพร้อม ๆ กัน มีถุงดำห่อเครือไว้เป็นทิวแถว ลาวมีพื้นที่ว่างเปล่ามากมาย คนจีนมาเช่าปลูกกล้วยและยาง แล้วนำผลผลิตกลับไปแปรรูป ทรัพย์ในดินสินในน้ำก็ถูกบริษัทต่างชาติเข้ามาขุดเจาะแล้วนำออกไป…

หนทางลูกรัง มีหินขรุขระ รถวิ่งด้วยความยากลำบาก  ถึงบ้าน Pho Kum มีคนลง ถนนราดยางแล้วแต่ไปอีกไม่ไกลก็กลับเป็นเช่นเดิมอีก  ผ่านบ้าน “ศิวิไล”

ถึงเมืองลองเวลา ๑๑.๓๐ น. 

รถเข้าจอดเฉย ๆ ทีแรกก็ยังไม่รู้ว่าถึงเมืองลอง คนจีน ๓ คนที่มาจากเมืองหล้าก็ไม่รู้เหมือนกัน จนมีคนบอก ดูแล้วแทบไม่รู้เลยว่าเป็นท่ารถ…

ลงจากรถแล้วถ่ายรูปไว้หน่อย…

จากนั้นก็เดินไปอ่านตารางเดินรถที่บ่อนขายปี้ ดูเหมือนว่าจะมีรถไปเชียงกกออกเวลาเที่ยง แต่ผมไม่เห็นรถไปเชียงกกจอดอยู่สักคัน ถามใครก็บอกว่าไม่มี ต้องเหมารถไปเอง…

ดูราคาเหมารถ ไปเชียงกก ๒๐๐,๐๐๐ กีบ (๘๐๐ บาท)…

“ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ” คงต้องถูก improvise อีกแล้ว ผมตระหนักดีว่าเส้นทางนี้น้อยคนที่จะเลือกเดิน เอาหละ! ขอเข้าเมืองไปหาที่พักก่อนละกัน  ผมแบกเป้ออกจากท่ารถ เลี้ยวขวา แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า…

“เมืองลอง” เป็น excursion จากเมืองสิง ทริปนี้ยังไง ๆ ก็ได้กำไรแล้วครับ!

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – สถานีขนส่งเมืองสิง

๗ ธันวาคม ๒๕๕๖   ๗ โมงเช้า…ผมพาเจ้าแรดออกจากห้องพัก นำถุงขยะไปทิ้งลงตะกร้า เอากุญแจไปคืนที่เค้าเตอร์ แล้วเดินออกจากเฮือนพักไทลื้อ


หมอกลงหนา!  ผมหยุดตรงสี่แยกถ่ายรูปพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าไว้ ๑ บาน…

หันหลังกลับไปถ่ายภาพ “Old French Building” ไว้ ก่อนก้าวเดินต่อไป…

ถึงสี่แยกไปสถานีขนส่ง…

ยังมีเวลา… ผมเดินตรงไปก่อน อยากเห็นบรรยากาศยามเช้า เพื่อ “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ” อย่างแท้จริง…

 
 
 
จากนั้นก็เดินกลับ  เลี้ยวซ้ายไปสถานีขนส่ง ที่นั่นผมเห็นผู้คนยืนผิงไฟ…

สองแถวสงบนิ่งอยู่ด้านข้าง…

มีรถไปหลวงน้ำทาเที่ยวแรกจอดอยู่…

หนาวไม่หนาว…ดูได้จากภาพนี้!!

ต้องรอนานทีเดียวกว่าเจ้าหน้าที่จะมาเปิดบ่อนขายปี้ ผมไม่ต้องถามอีกเช่นเคย จ่ายตังค์ ๓๐ พันพร้อมบอก “ซื่อวิไซ”…

กำหนดออกคือ ๙ โมงเช้า แต่ก็ไม่หวังหรอกว่ารถจะออกตรงเวลา…

ชายวัยกลางคนที่กำลังยิ้มหวานเป็นคนเมืองหล้า เดินทางมากับหนุ่มจีนอีก ๒ คนเพื่อเยี่ยมญาติที่เมืองลอง เราสื่อสารกันได้ด้วยภาษาลาว…

ซื้อตั๋วได้แล้วก็ขึ้นนั่งรอบนรถ….


ผมบันทึกไว้ว่า…

รถไปเมืองลองวิ่งเข้ามาจอด เข้าไปสอบถามให้แน่ใจก่อน  OK…เป็นรถแบบเดียวกับที่เคยนั่งจากอุดมไชยไปเดียนเบียนฟู  ขึ้นนั่งรอบนรถ เอาเป้วางไว้ข้างหน้า หยิบสมุดออกมาบันทึกได้ง่าย…

๙.๓๐ น. รถยังไม่ออก โทรทัศน์ข้างล่างเปิดช่องเมืองไทย ได้ยินเสียงพูดไทยดังชัดเจน ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นช่องอะไร (ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว)  หญิงอ้วนคุยกับคุณยายที่นั่งข้างหน้า บอกว่ามีคนกินยาลดกรดในกระเพาะแล้วไม่กินน้ำ เพราะเข้าใจผิดว่ากินน้ำแล้วจะทำให้ฤทธิ์ยาอ่อนลง ปรากฏว่าลมตีขึ้น จุกแน่นจนเสียชีวิต…

๙.๓๘ น. รถยังไม่ออก อากาศหนาวเย็น  เห็น sticker หน้ารถเขียนว่า “Every step counts when you trek in Luang Namtha, Laos”  แดดเริ่มออก ความอบอุ่นเข้ามาสัมผัส ลงรถไปถ่ายภาพอีก ๔-๕ บานแล้วกลับขึ้นนั่งตามเดิม หญิงแม้วที่อยู่ด้านขวามือกินส้มแล้วโยนเปลือกทิ้งเกลื่อน

๙.๕๐ น. คนขับทำท่าจะเข้าประจำที่แล้ว ผู้โดยสารขึ้นนั่งเต็ม คนขายตั๋วขึ้นมาตรวจตั๋ว คนที่ยังไม่มีตั๋วก็ซื้อได้เลย เรียบร้อยแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่ารถจะออก หนุ่มจีนที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาชะโงกดูคนไทยเขียนหนังสือไทยด้วยความสนใจ กลิ่นบุหรี่อบอวนอยู่ในรถ หญิงอ้วนส่งเสียงดัง ๆ บอกให้รถออก แต่ล้อก็ยังไม่หมุน…

หญิงที่กำลังจะไปเชียงกกนั่งอยู่เบาะสอง ติดกับประตู…

ผมไม่รู้สึกร้อนรน ระหว่างนั่งรอก็นำโทรศัพท์ออกมาเปิดอ่านข้อมูลที่พักในเมืองลองและศึกษาเส้นทางไปเชียงกก…

๑๐ โมง…. รถออกแล้วครับ!