แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดใหญ่ชัยมงคล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดใหญ่ชัยมงคล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

FB Trip ไปบางปะอิน - bus stop


อยุธยาเป็นเป็นเมืองเก่าที่สะอาด ถนนหนทางและสิ่งก่อสร้างถูกออกแบบให้อยู่ในลักษณะที่ไม่ทำลายภูมิทัศน์แห่งความเป็นเมืองมรดกโลก ผมปั่นจักรยานเที่ยวชมมาแล้วเกือบจะทั่วเกาะ วันนี้ขอออกนอกทางไปบางปะอิน....


การท่องเที่ยวสไตล์ลุงน้ำชา แม้ไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าชิมอาหารมีชื่อของแต่ละจังหวัด แต่การได้มาเห็นก็เป็นอาหารตาและสมองซึ่งทำให้ได้เห็นความงามของการอนุรักษ์ไว้ซึ่งของเก่า การนำธรรมชาติมาดำรงไว้ในการออกแบบ รวมทั้งการตกแต่งที่ดูแปลกและแหวกแนว






ผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล (1) ผมเห็นความร่มรื่นของต้นไม้...


หยุดพักริมคูน้ำรอบ ๆ กุฏิสงฆ์ (หากมิใช่ก็ขอได้โปรดให้อภัย)  มาครั้งแรกผมถ่ายภาพในวัดใหญ่ฯ และโพสต์ไว้แล้ว ครั้งนี้ก็แวะอีก แถมยังปีนขึ้นไปจนถึงยอดพระเจดีย์ เก็บภาพไว้เต็มพิกัดแต่วันนี้ยังไม่จัด ขอข้ามไปก่อน...


อยากจะพาเพื่อน ๆ เดินทางไปบางปะอิน ตามทางหลวงที่มีแผ่นป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวอย่างชัดเจน...




แสงแดดเริ่มแผดจ้าแต่ก็ไม่แก่กล้าจนเหงื่อตก ผมหยุดเก็บภาพในช่วงแสงเงาขนาดนี้ แต่ละที่ล้วนดูดี แม้แต่บ้านไม้หลังเก่าหรือเพิงแผงริมทาง...




จากวัดใหญ่ฯ (1) ผมปั่นไปเรื่อย ๆ จนถึงทางยกระดับ...




ลอดใต้สะพานจะชื่ออะไรผมไม่สน รู้แต่เพียงว่าบางปะอินอยู่ข้างหน้าถ้าตรงไปอีก ๑๔ กิโลเมตร...


ผ่าน อบต. เกาะเรียนและวัดช่างทอง...










สิ่งก่อสร้างริมทางอย่างนี้ ทำให้ผมต้องหยุดดู...



เมื่อสักครู่ก็เห็นมา...


เรียก bus stop ได้มั้ยหนอ... สำหรับคนรอรถประจำทางที่จะไปบางปะอิน?

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปอยุธยา - ภาพเก็บตกที่วัดใหญ่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าในปี ๒๕๕๘ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอยุธยาจำนวน ๗,๐๔๗,๐๕๑ คน เป็นชาวต่างชาติจำนวน ๒ ล้านเศษ ส่งผลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ๑๒,๔๓๐ ล้านบาท...



เป็นหนึ่งในจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา...ผมมาเป็นครั้งที่ ๓ แล้วครับ กลับมาวัดใหญ่ชัยมงคลอีกครั้ง มีภาพเก็บตกที่อยากนำมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้








บนศาลาริมน้ำมีน้ำเย็นให้ดื่มฟรีด้วยครับ...ขอบอก!


นั่งพักก่อนใจเย็น ๆ ก็ได้...


ดูปลาดูเต่า และนก ๆ เพลิดเพลินเจริญใจดีครับ...


 อยากฉี่ก็ตรงรี่ไปห้องน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ  (จ่าย ๓ บาท)...



กลับมาหาเจ้า Banian...


จุดหมายต่อไปคือบางปะอิน...

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

FB Trip ไปอุบล - วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา

 

กลับไปตั้งต้นใหม่ที่เจดีย์วัดสามปลื้ม ผมปั่นจักรยานผ่านนักเลงตรงไปยัง "วัดใหญ่ชัยมงคล" ด้วยระยะทางเกือบ ๒ กิโลเมตร...


ถึงแล้วอ้อมไปจอดตรงทางเข้าด้านทิศตะวันออก (P)...


คล้องรถไว้กับเสาแล้วเดินข้ามสะพานไปยังตัววัด พบป้ายตั้งอยู่...อ่านหน่อยครับ!
วัดใหญ่ชัยมงคล วัดนี้เดิมพระเจ้าอู่ทองทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๐ สำหรับเป็นสำนักของพระสงฆ์ซึ่งไปไปบวชเรียนมาแต่สำนักพระวันรัตนมหาเถรในประเทศลังกา เรียกนามนิกายนี้ว่า “คณะป่าแก้ว” จึงได้นามว่า "วัดป่าแก้ว" ต่อมาคนทั้งหลายพากันเลื่อมใสบวชเรียน พระสงฆ์นิกายนี้ก็เจริญแพร่หลาย พระราชาธิบดีจึงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตนมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายขวา คู่กับพระพุทธโฆษาจารย์เป็นอธิบดีสงฆ์ฝ่ายคันถธุระคือสังฆราชฝ่ายซ้าย และวัดนี้เป็นที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราชจึงได้ชื่อว่า“วัดเจ้าพญาไท” สำหรับอุโบสถของวัดนี้พระเฑียรราชาเคยไปเสี่ยงเทียนอธิฐานแข่งบารมีกับขุนวงศาธิราช ก่อนที่จะได้ราชสมบัติในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหาอุปราชาแห่งพม่าได้ยกกองทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๕ หมายจะปราบปรามเมืองไทยไว้ในอำนาจ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกกองทัพออกไปต่อสู้ข้าศึก จนได้ชนช้างกับพระมหาอุปราชาที่ตำบลหนองสาหร่าย แขวงเมืองสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีชัยชนะทรงฟันคู่ต่อสู้สิ้นพระชนม์บนคอช้าง แต่ครั้งนั้นไม่สามารถจะตีกองทัพของข้าศึกให้แตกแยกยับเยินไปได้ เนื่องจากกองทัพต่าง ๆ ติดตามไปไม่ทันพระองค์ ครั้นเมื่อเสร็จการสงครามแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงทรงพิโรธแม่ทัพนายกองเหล่านั้น จะให้ประหารชีวิตแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไปไม่ทันเสียให้หมด สมเด็จพระวันรัตนวัดป่าแก้วถวายพระพร ขอพระราชทานโทษไว้ แล้วทูลแนะให้ทรงสร้างเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศ ที่ได้มีชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงโปรดให้สร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้ เจดีย์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างขึ้นที่วัดนี้ขนานนามว่า  “พระเจดีย์ชัยมงคล” ต่อมาเรียกวัดนี้ว่า “วัดใหญ่ชัยมงคล”


รูปแบบสันนิษฐานของวัดใหญ่ชัยมงคล...


นั่นไงครับ... “พระเจดีย์ชัยมงคล”





มีผู้คนหลั่งไหลไปบูชากราบไหว้กันมากมาย...



 


วิหารพระพุทธไสยาสน์สร้างในสมัยสมเด็จนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นที่สักการะบูชาและปฏิบัติพระกรรมฐาน พระพุทธรูปได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘...





พระอุโบสถสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เห็นแล้วก็รู้ว่าเก่า...


มีสิ่งแปลกปลอมตั้งอยู่ เป็นความน่าเกลียดที่เบียดบังความงดงาม...


 

ถึงอย่างไร ผมก็ต้องเดินหาใบเสมาให้เจอ...




หอระฆังดูสวยงาม...

 
 

เริ่มจะปวดเข่า พอดีเวลาก็เหลือน้อยเต็มที ผมก็เลยไม่ได้ขึ้นไปข้างบนโน่น! ขอเป็นคราวหน้าละกัน


คงต้องปั่นจักรยานกลับไปรอขึ้นรถไฟฟรีสู่จังหวัดอุบลราชธานีแล้วล่ะ!