แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนครศรีอยุธยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนครศรีอยุธยา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

อุโบสถวัดทองบ่อ บางปะอิน

"วัดทองบ่อ" ตั้งอยู่ในตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ริมทางหลวงหมายเลข 3477 (อยุธยา-บางปะอิน)...


สิ่งที่ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจคือ พระเจดีย์โบราณ ซึ่งได้นำภาพมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูเมื่อคราวที่แล้ว...

ที่มา - เว็บมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ (ขอขอบคุณ)
เจดีย์ดังกล่าวตั้งอยู๋หน้าอุโบสถหลังใหม่ (4) ซึ่งสร้างขึ้นมาบนสถานที่เดิมของพระอุโบสถหลังเก่า 


อุโบสถดูใหม่และสวยงาม มีหลังคาลดชั้น ๓ ระดับ...




ตาแก่เมืองรถม้าเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้...
















  





ไม่ขอพูดมาก... ส่งท้ายด้วยภาพบริเวณลานกว้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกบาน


ก่อนที่จะปั่นจักรยานแข่งกับอาทิตย์ใกล้อัสดงตรงสู่ตัวเมือง!

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

FB Trip ไปอยุธยา - วัดเจ้าย่า


"วัดเจ้าย่า" เป็นวัดร้างตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงหนึ่งปีผมเคยขี่จักรยานไปวัดนี้มาแล้ว ๒ ครั้ง!


มีป้ายตั้งอยู่ด้วย เพื่อน ๆ อ่านหน่อยนะครับ...
ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยาทางด้านทิศเหนือ ริมฝั่งตะวันออกของคลองสระบัว ปัจจุบันวัดมีถนนผ่านกลางวัด จึงแบ่งพื้นที่วัดออกเป็น ๒ ส่วน มีเจดีย์ทรงระฆังเป็นประธานของวัด ด้านหน้าหรือด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ประธานเป็นวิหาร และด้านทิศตะวันตกของเจดีย์ประธานเป็นอาคาร ๒ ชั้น ซึ่งได้รับอิทธิพลจากตะวันตกวัดนี้ไม่ปรากฏหลักฐานความเป็นมาในเอกสารทางประวัติศาสตร์ แต่จากการศึกษาทางด้านโบราณคดีสรุปได้ว่า วัดนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นและถูกทิ้งร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๑๐










 






หญ้ารกหน่อยนะครับ เดินเข้าไปลึก ๆ ก็ต้องระวังด้วย!

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561

FB Trip ไปอยุธยา - อุโบสถวัดพิชัยสงคราม


ได้รับอนุญาตจาก "ทวารบาล" หรือ "ผู้เฝ้าประตู" ด้วยรอยยิ้มบนเขี้ยวโค้ง... ผมเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปยังอุโบสถวัดพิชัยสงคราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


มีประวัติความเป็นมาเขียนบรรยายไว้บนแผ่นป้ายว่าดังนี้...
วัดนี้เป็นวัดราษฎร์โบราณ ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่จะสร้างเมื่อไหร่ ใครเป็นผู้สร้าง ไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสารกล่าวไว้
ในพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวถึงวัดนี้สรุปความได้ว่า ณ วันเสาร์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ อัฐศก (จุลศักราช ๑๑๒๘ ตรงกับพุทธศักราช ๒๓๐๙) ขณะกองทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ พระยาวชิรปราการ (สิน) เจ้าเมืองตาก ประเมินสถานการณ์สงครามว่ากรุงศรีอยุธยาจะต้องพ่ายแพ้แก่กองทัพพม่าอย่างแน่นอน เพราะข้าราชการแม่ทัพนายกองขาดความเป็นธรรม และความสามัคคี ที่จะร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านกองทัพพม่า พร้อมด้วยพรรคพวกทหารหาญร่วมอุดมการณ์ ประมาณ ๑,๐๐๐ คน ตีฝ่ากองทัพพม่าทางทิศตะวันออก ณ "วัดพิชัย" เวลาค่ำร่วมให้สัตยาธิษฐานต่อพระประธานในพระอุโบสถ ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย กลับมากู้กรุงศรีอยุธยามีชัยชนะต่อข้าศึก เป็นอัศจรรย์ฝนโปรยลงมาเป็นมหาพิชัยฤกษ์ ก่อนออกเดินทางไปมีชัยชนะต่อกองทัพพม่าที่ติดตามโจมตี ทิ้งกรุงศรีอยุธยาซึ่งถูกเพลิงเผาผลาญไว้เบื้องหลัง ผ่านเมืองนครนายก เมืองระยอง ตั้งมั่นรวบรวมไพร่พล ณ เมืองจันทบุรี จนกลับมากอบกู้อิสรภาพมีชัยชนะต่อข้าศึกโดยเด็ดขาด ปราบดาภิเศกขึ้นครองราชสมบัติเป็น "พระเจ้ากรุงธนบุรี" ได้รับการถวายพระเกียรติเป็น "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"
วัดพิชัยสงครามแห่งนี้ได้ถูกปล่อยร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๐๙ ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา จนสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณสมัยรัชกาลที่ ๔ หรือรัชกาลที่ ๕ ชาวบ้านมีจิตศรัทธาร่วมใจกันบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ขนานนามมงคลอันเป็นเหตุการณ์จากประวัติศาสตร์เป็นอนุสรณ์ว่า "วัดพิชัยสงคราม" มีพระสงฆ์จำพรรษาสืบมาจนทุกวันนี้ 


เข้าไปสำรวจในอุโบสถสร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ ด้วยกันนะครับ...




พระประธาน พระพุทธพิชัยนิมิตร หรือหลวงพ่อใหญ่...



ตาแก่เมืองรถม้าออกมาเดินเก็บภาพโดยรอบ...






แล้วก็ไม่ลืมบันทึกภาพใบเสมาไว้เป็นที่ประจักษ์...



อยากบอกเพื่อน ๆ ด้วยว่า ข้าง ๆ วัดด้านที่ติดโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ มีทางไปลงเรือข้ามฟากสู่เกาะเมืองเก่าได้เลย...