บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท วัดถ้ำเสือ
พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาทของวัดถ้ำเสือสูง ๔๙ เมตร มี ๙ ชั้น พระบรมสารีริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ประดิษฐานไว้ชั้นบนสุด ใครที่ไปวัดถ้ำเสือ...ส่วนใหญ่ก็ต้องพยายามขึ้นไปให้ได้!
ขึ้นบันไดเวียนไปเรื่อย ๆ ใจเย็น ๆ ครับ...เหนื่อยก็พัก!
ออกไปชมทัศนียภาพเบื้องล่างได้ที่ระเบียง...
ถึงชั้นบนสุดซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ...
อะหังวันทามิ ธาตุโย...
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วัดถ้ำเสือ อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี
ใคร ๆ ก็มุ่งพุ่งตรงไปวัดถ้ำเสือ...ทั้งรถเก๋งรถทัวร์ ผมออกแรงปั่นบังคับให้เจ้าเสือเหลืองกระโจนตามไป!
นำเพื่อนยากไปทิ้งไว้ที่จุดจอดจักรยานยนต์หน้าห้องสุขา ผมเดินขึ้นบันไดนาคโดยไม่สนใจนั่งรถรางไฟฟ้าค่าโดยสาร ๑๐ บาท...
เห็นบอกว่ามีบันไดกว่า ๑๕๐ ขั้น ความชันประมาณ 60 องศา...
พอก้าวพ้นขึ้นไปถึงข้างบน สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือ "หลวงพ่อชินประทานพร" พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรีปางประทานพร สูง ๙ วา ๙ นิ้ว หน้าตัก ๕ วา ๓ ศอก ๙ นิ้ว องค์พระประดับด้วยกระเบื้องสีทอง...
บนลานกว้าง ผมเห็นมณฑปงดงาม...
"พระอุโบสถอัฐมุข" ซึ่งมีมุข ๘ ด้าน...เปรียบได้กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยัง ๘ ทิศ
ภายในประดิษฐานพระประธาน พร้อมจิตรกรรมฝาหนังและลายประดับบนเพดานที่สวยงาม
มีฆ้องให้ใช้มือลูบเพื่อกอบเงินกอบทองกลับบ้าน...
"ซุ้มเสมา" เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอุโบสถ...
ผนังด้านนอกและซุ้มหน้าต่างดูวิจิตร...
มีบ่อน้ำทิพย์ด้วยนะ...
วิหารทรงแปลกตามีนาคา ๓ เศียรหย่อนตัวลงมาจากยอดโดม...ไม่ทราบจริง ๆ ว่าเป็นอะไร? ผมไม่ได้เข้าไปดูข้างใน!
แต่ที่เข้าไปคือถ้ำ ซึ่งมีทั้งหมด ๔ คูหา ห้องโถงใหญ่นั้นประดิษฐานพระพุทธรูป!
ถัดออกมาด้านนอก เป็นศาลาการเปรียญซึ่งประดิษฐานสังขารหลวงปู่ชื่นในโลงแก้ว แล้วก็ยังมีศาลาประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อชื่นพระธุดงค์ผู้มาพบถ้ำเสือ และหลวงพ่อชื่นผู้บูรณะปฏิสังขรวัด...
ไปถึงวัดถ้ำเสือ...ก็ต้องขึ้นไปให้ถึงชั้นบนสุด!
นำเพื่อนยากไปทิ้งไว้ที่จุดจอดจักรยานยนต์หน้าห้องสุขา ผมเดินขึ้นบันไดนาคโดยไม่สนใจนั่งรถรางไฟฟ้าค่าโดยสาร ๑๐ บาท...
เห็นบอกว่ามีบันไดกว่า ๑๕๐ ขั้น ความชันประมาณ 60 องศา...
พอก้าวพ้นขึ้นไปถึงข้างบน สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือ "หลวงพ่อชินประทานพร" พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรีปางประทานพร สูง ๙ วา ๙ นิ้ว หน้าตัก ๕ วา ๓ ศอก ๙ นิ้ว องค์พระประดับด้วยกระเบื้องสีทอง...
บนลานกว้าง ผมเห็นมณฑปงดงาม...
"พระอุโบสถอัฐมุข" ซึ่งมีมุข ๘ ด้าน...เปรียบได้กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยัง ๘ ทิศ
ภายในประดิษฐานพระประธาน พร้อมจิตรกรรมฝาหนังและลายประดับบนเพดานที่สวยงาม
มีฆ้องให้ใช้มือลูบเพื่อกอบเงินกอบทองกลับบ้าน...
"ซุ้มเสมา" เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอุโบสถ...
ผนังด้านนอกและซุ้มหน้าต่างดูวิจิตร...
มีบ่อน้ำทิพย์ด้วยนะ...
วิหารทรงแปลกตามีนาคา ๓ เศียรหย่อนตัวลงมาจากยอดโดม...ไม่ทราบจริง ๆ ว่าเป็นอะไร? ผมไม่ได้เข้าไปดูข้างใน!
แต่ที่เข้าไปคือถ้ำ ซึ่งมีทั้งหมด ๔ คูหา ห้องโถงใหญ่นั้นประดิษฐานพระพุทธรูป!
ถัดออกมาด้านนอก เป็นศาลาการเปรียญซึ่งประดิษฐานสังขารหลวงปู่ชื่นในโลงแก้ว แล้วก็ยังมีศาลาประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อชื่นพระธุดงค์ผู้มาพบถ้ำเสือ และหลวงพ่อชื่นผู้บูรณะปฏิสังขรวัด...
ยังมีอีกจุดหนึ่งซึ่งยังมิได้กล่าวถึงคือ "พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท" สูง ๙ ชั้น...
ไปถึงวัดถ้ำเสือ...ก็ต้องขึ้นไปให้ถึงชั้นบนสุด!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





































