แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ.ท่าม่วง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ.ท่าม่วง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิวสวยจากวัดบ้านถ้ำ

ขอสบาย ๆ เขียนแบบง่าย ๆ สักวันนะครับ วันก่อนเขียนเรื่อง "ข้างบนสวย!" เป็นคำบอกที่ได้ยินมาเกี่ยวกับ"วัดบ้านถ้ำ"


เมื่อได้เดินขึ้นบันได ๗๐๗ ขั้นไปจนถึงเจดีย์สีทอง สิ่งที่ผมเห็นว่าสวยน่าจะเป็นภาพวิวเบื้องล่างนั่นมากกว่า ขอนำภาพที่บันทึกไว้มาให้ดูเหมือนดั่งว่าเพื่อน ๆ ได้ขึ้นมายืนอยู่ข้างบนพร้อมกับผม...








เห็นอุโบสถวัดบ้านถ้ำชัดเจน...


สายตาซูมไม่ได้ แต่กล้องทำได้...







ผมเดินกลับไปหาจักรยานที่จอดทิ้งไว้หน้าศาลา (A) แล้วพาเจ้าเสือเหลืองไปหยุดสูดอากาศที่ริมน้ำแม่กลอง (B)...


ถ่ายรูปเพื่อนยากไว้เป็นระลึก...


ก่อนที่จะก็มุ่งไปตามถนนซึ่งทอดตัวอยู่เบื้องหน้า....


ทริปปั่นจักรยานเที่ยววัดอำเภอท่าม่วงของผมใกล้จบแล้วครับ!

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วัดถ้ำแฝด ต.เขาน้อย กาญจนบุรี


วัดถ้ำแฝดตั้งอยู่อยู่บนเขา มีลานกว้างสามารถมองเห็นทัศนียภาพเบื้องล่างได้สุดลูกหูลูกตา!




นั่นไง...ถนนที่ผมปั่นจักรยานขึ้นมา


วัดถ้ำแฝดเป็นวัดเก่าแก่ อยู่คู่ชาวอำเภอท่าม่วงมาช้านาน  หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร ผู้เดินธุดงค์ผ่านมาพบถ้ำแฝดแห่งนี้และถือศีลภาวนาอยู่ในถ้ำจนชาวบ้านได้นิมนต์ให้อยู่จำพรรษาแล้วสร้างเป็นวัดขึ้นมา เมื่อหลวงพ่อสัมฤทธิ์มรณะภาพ ทางศิษยานุศิษย์ได้นำสังขารไม่เน่าเปื่อยของท่านบรรจุไว้ในโลงแก้วจนถึงทุกวันนี้...  (ข้อมูลจาก thairath.co.th)





ขอพาเพื่อน ๆ ลงไปดูในถ้ำด้วยกัน...





ภายในถ้ำเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติธรรมถือศีลภาวนา ส่วนถาวรวัตถุด้านนอกดูงดงามผสมด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน มีศาลาเจ้าแม่กวนอิมสูงเด่นเห็นได้แต่ไกล!





ในภาษาพื้นเมืองล้านนามีคำว่า "จะเหลิ่มจะเกิ่ม" ผมอยากจะนำมาใช้กับรูปแบบของวัดนี้...



นอกจากนั้นยังมีข่าวเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสจากไทยรัฐอีกว่า...
หลังหลวงพ่อสัมฤทธิ์มรณภาพ พระวัชระ เอกวัณโณ ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ได้สร้างวัตถุมงคลมากมายหลายชนิด จนทำให้มีเงินบริจาคเข้าวัดจำนวนมหาศาล จนกระทั่งมีคนนำภาพชายหน้าคล้ายพระวัชระที่อยู่กินกับสีกาคนสนิทในบ้านพักย่านอ่อนนุชออกเผยแพร่ พร้อมตั้งข้อสังเกตุเรื่องเงินบริจาคนับร้อยล้านบาทที่หายไป ทำให้พระวัชระต้องลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส และกลายเป็นวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นกับวัดถ้ำแฝดจนทำให้วัดรกร้าง... การบูรณะและเรียกศรัทธาของวัดถ้ำแฝดให้กลับคืนมาเป็นภารกิจหนักที่พิสูจน์ความสามารถของรักษาการเจ้าอาวาสรูปใหม่
ภายในถ้ำกับศาลาด้านนอกนั้นผิดกันลิบ ข้างบนนี้ดูงดงามแลปราศจากซึ่งวิเวก...


ยิ่งตกเย็นพระอาทิตย์ทอแสง บรรยากาศจะโรแมนติกขนาดไหน คงไม่ต้องบรรยาย สาธุชนผู้ใฝ่ในธรรมทั้งหญิงชายพึงต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง!



วันนี้ต้องขออภัย...ผมเขียนนอกเรื่องไปนิด!

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปั่นจักรยานไปวัดถ้ำแฝด


จาก "วัดถ้ำเสือ" (H) (1) จริง ๆ แล้วผมควรเลือกเส้นทางผ่าน "วัดนางโน" (D) (2) ก่อนที่จะไปคลองชลประทาน (G) (4) และวัดถ้ำแฝด (F) (8)...


เป็นเพราะมิได้ใช้ถนนเลียบลำน้ำแม่กลองซึ่งผ่านวัดนางโนนั่นเอง ผมปั่นออกอีกทาง แวะซื้อไอศกรีมขนมปัง ๑ อัน (๑๐ บาท) เพื่อเติมพลัง เที่ยวเมืองไทยมันดีตรงนี้แหละ ของกินมีมากและราคาไม่แพง...


ขี่จักรยานผ่านท้องทุ่งงดงาม...



ถนนคอนกรีตปั่นสบาย แดดก็ไม่ร้อนสักเท่าใด...


ในที่สุดก็ได้เห็นประตูน้ำชลประทาน (G) (4)...


ทางเข้าวัดถ้ำแฝด (5) อยู่นั่นเอง...


ผมขี่จักรยานเข้าไปตามถนน หยุดจอดถ่ายภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาน้อย (6) หรือที่แต่ก่อนเรียกว่าสถานีอนามัยไว้ ๑ บาน...




มีจุดหนึ่งที่ต้องลงจูงเพราะชันมาก ผ่านไปแล้วก็ได้เห็นอุโบสถหลังย่อมทางด้านซ้ายมือ ท่าทางเหมือนจะเป็นโบสถ์ร้าง...






มองเห็นวัดถ้ำแฝดตั้งอยู่บนเนินเขาทางด้านขวามือ...


ออกแรงปั่นจากโบสถ์เก่า [W] อีกนิดเดียวก็ถึงเชิงบันไดนาค ผมจอดจักรยานไว้ใต้ต้นไม้ (P)...



มองตรงขึ้นไป...เห็นว่าบันไดนาคไม่สูงชันเหมือนที่วัดถ้ำเสือ ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเริ่มก้าวเดิน


ถึงแล้วครับ "วัดถ้ำแฝด" ต.เขาน้อย  อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี...


อืมมม์... เล่นซะเหงื่อซึม!