แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ museum แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ museum แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Tuol Sleng Genocide Museum

ก่อนไปเขมรผมได้อ่านหนังสือ ดูคลิปวิดีโอ และภาพยนต์สารคดีเกี่ยวกับการสู้รบและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) ในเขมรมาบ้างแล้วพอสมควร ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่คนเขมรฆ่าเขมรด้วยกันนั้นเลวร้ายกว่าที่เวียดนามเหนือรบกับเวียดนามใต้เสียอีก ในขณะที่คนไทยยังไม่ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อน ทุกวันนี้ยังคงเพลิดเพลินกับความเป็นอยู่ที่สุขสบาย หลงในวัตถุนิยม กินทิ้งกินขว้าง คนรวยเอาเปรียบคนจน ประชาชนขาดความสามัคคี ผู้มียศฐาก็กำลังมัวเมาอยู่กับอำนาจของตนเอง แต่ประเทศอย่างเวียดนามและเขมรซึ่งได้ผ่านในบทเรียนที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนนับล้านมาแล้ว ตอนนี้เค้ากำลังพัฒนาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองและความเป็นปึกแผ่น ผมอดมองประเทศเราด้วยความเป็นห่วงไม่ได้! 

คิดว่าเมื่อถึงวันที่ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนกว้างเกิน ธรรมชาติถูกทำลายและเบียดเบียนจนถึงขีดสุด มวลมนุษย์ขาดความรักในมนุษย์ด้วยกัน วันนั้นวงล้อแห่งประวัติศาสตร์จะหมุนคืนมา การทำลายล้างเพื่อให้เริ่มต้นใหม่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้!

คำว่า genocide หมายถึง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อทำลายกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเชื้อชาติ หรือ กลุ่มชนในชาติในศาสนา ผมศึกษาเรื่องนี้ด้วยความสนใจ และเห็นใจในชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์  หลังจากดูภาพยนต์เรื่อง Year Zero: The Silent Death of Cambodia ของ John Pilger ตั้งแต่ต้นจนจบ ดูคลิปในยูทูปเล่าเรื่องผู้รอดตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  ผมตั้งใจว่าวันหนึ่งจะต้องไปเห็นคุกโตลสเลงและทุ่งสังหารให้ได้ ทั้งนี้เพื่อคารวะดวงวิญญาณของเพื่อนร่วมโลก แลเตือนตนถึงภัยอันเกิดจากการกระทำของผู้หลงในอำนาจ  บ่ายวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๘... ผมปั่นจักรยานมาถึงแล้วครับ


ก่อนหน้านั้นสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนมัธยมชื่อว่า Tuol Svay Pray จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๑๘ เมื่อกองกำลังของพอลพตได้เปลี่ยนโรงเรียนให้กลายเป็นคุกที่ชื่อว่า S21 (Security Office 21) ล้อมรอบด้วยกำแพงแผ่นสังกะสีลูกฟูกสองชั้น ด้านบนขึงไว้ด้วยลวดตาข่าย ห้องเรียนชั้นล่างและชั้นสองถูกทะลุทำเป็นห้องขังเดี่ยว ส่วนชั้นสามใช้เป็นห้องขังรวม



ในบรรดาผู้ถูกคุมขังจำนวนนับพันมีทั้งเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ช่างเทคนิค วิศวกร นายแพทย์ ครู นักศึกษา พระ ทหารตำรวจ ข้าราชการ ฯลฯ  ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นถูกจองจำและทรมาน ในที่สุดก็นำไปฆ่าทิ้งพร้อมลูกเมีย







เสาคานที่เห็นนี้คือตะแลงแกงใช้แขวนนักโทษ แต่ก่อนเป็นที่สำหรับห้อยโหนออกกำลังกายของเด็กนักเรียน เขมรแดงได้ใช้มันเป็นที่ทรมานสอบสวนนักโทษ ในป้ายบอกไว้ว่าเค้าจับนักโทษมัดแขนไขว้หลังด้วยเชือกแล้วดึงขึ้นไป ปล่อยให้หัวห้อยลงมา ทำเช่นนั้นจนนักโทษหมดสติ จากนั้นก็นำหัวไปจุ่มลงในตุ่มน้ำหมักปุ๋ยชีวภาพ (ที่เห็นในภาพ) เพื่อให้ฟื้น... แล้วทำการรีดคั้นต่อ



ภาพและเรื่องราวของความโหดร้ายในคุกโตลสเลงนั้นมีมากเหลือเกิน ขณะที่ผมไปเยือนมีนักท่องเที่ยวไม่มาก บนอาคารเงียบเชียบปราศจากผู้คน บางจุดผมต้องเดินคนเดียว ผ่านห้องขังและกำแพงที่ทะลุถึงกัน เห็นเตียงเหล็กเก่า เครื่องทรมาน และอีกหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายน่ากลัว ผมมิได้บันทึกภาพเอาไว้เพราะเห็นมีป้ายห้าม




ลายกระเบื้องปูพื้นอย่างนี้แหละที่ผมเห็นในยูทูป...


วันนี้ได้มาสัมผัสแล้วด้วยตนเอง ห้องที่อยู่ปลายสุดนั่นมีที่เก็บหัวกะโหลกผู้ตาย เค้ามีธูปให้จุดไหว้ด้วย แม้จะเป็นคนไทยแต่ผมก็ขอคารวะต่อดวงวิญญาณของคนเขมรผู้เป็นเหยื่อในการล้างเผ่าพันธุ์อันเหี้ยมโหดครั้งนี้...






"Never will we forget the crimes committed during the Democratic Kampuchea regime"  ผมอ่านป้ายแล้ว หวังว่าคนเขมรคงไม่ลืมอาชญากรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินของตน ขอให้มีกำลังใจที่จะร่วมมือกันฟื้นฟูประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต


ส่วนในเมืองไทย (ประเทศที่ผู้คนลืมง่ายเหลือเกิน) ผมก็ไม่อยากให้วันหนึ่งต้องทำป้ายอย่างนี้ขึ้นมาจริง ๆ

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ จังหวัดกาญจนบุรี



พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ตั้งอยู่เชิงสะพานแม่น้ำแคว เห็นป้ายเขียนบอกว่า "สุดยอดของการมาเที่ยวเมืองกาญจน์อยู่ที่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สงคราม หาไม่แล้วเหมือนมิได้มาเมืองกาญจนบุรีโดยแท้"    ไม่อยากได้ชื่อว่ายังมาไม่ถึงเมืองกาญจน์...ผมควัก ๔๐ บาทซื้อตั๋วเข้าชม พิพิธภัณฑ์นี้มิได้เป็นของรัฐ ผู้สูงอายุไม่มีสิทธิ์เข้าฟรีฮับ!


มีอะไรให้ดูมากมายครับ ดูจากแผนผังภายในดังนี้...
๑. พิพิธภัณฑ์ประวัติชาติไทย สงครามระหว่างไทย-พม่า
๒. พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดกาญจนบุรี
๓. พิพิธภัณฑ์ซากสัตว์, แสตมป์, หินตรา, นาฬิกา
๔. พิพิธภัณฑ์ดินแร่, เครื่องประดับ
๕. อาคารสร้างด้วยไม้หลังคามุงใบหญ้า แสดงรูปถ่ายการใช้แรงงานเชลยศึกก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะที่ จ.กาญจนบุรี
๖. คุกขังเชลยศึกสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดกาญจนบุรี
๗. ห้องปฏิมากรรมพร้อมคำบรรยายการทิ้งระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำแควของฝ่ายพันธมิตรพร้อมภาพประกอบ
๘. อาคารยานพาหนะชนิด ๒ ล้อและ ๔ ล้อของทหารญี่ปุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และไม่ใช้เครื่องยนต์
๙. พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ และ JEATH MUSEUM
๑๐. ถ้ำมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
๑๑. หอสมุดภาพและข่าว

ตั้งแสดงไว้ด้านหน้าคือ รถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่กองทัพญี่ปุ่นใช้ขนยุทธปัจจัยไปขยายสงครามต่อที่ประเทศพม่า-อินเดีย...


พิพิธภัณฑ์ประวัติชาติไทย สงครามระหว่างไทย-พม่าอยู่ทางด้านขวา...


พุทธสถานพระเขี้ยวแก้วบรมธาตุ...


พระธาตุแควใหญ่...





กองทัพญี่ปุ่นใช้ตู้รถไฟทำ"คุก"  เป็นที่คุมขังเชลยศึกสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่กาญจนบุรี...


รถม้าที่นายทหารญี่ปุ่นเคยใช้เป็นยานพาหนะระหว่างค่าย-ตลาดที่เมืองมะละแหม่ง ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ประเทศพม่า...


รถมอเตอร์ไซค์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทางระยะสั้นระหว่างค่ายทหาร-ตลาดในเมืองกาญจนบุรี...







ถังน้ำมันของเครื่องบินรบ...


เก้าอี้ตัดผมของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ ๒



สมอเรือเดินทะเลที่บรรจุชิ้นส่วนของสะพานจากประเทศชวา เพื่อนำมาประกอบเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแควในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่กาญจนบุรี...


เรือไม้ตะเคียนทองโบราณที่กองทัพญี่ปุ่นใช้ลำเลียงพลในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดกาญจนบุรี...



ภาพประกอบคำบรรยายการทิ้งระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำแควของฝ่ายพันธมิตร...





มีทำเนียบนางสาวไทยด้วยครับ เค้าไม่ห้ามถ่ายภาพด้วยนะ ได้รูปเยอะแยะ...แต่เลือกเพียงบางส่วนมาลงให้เพื่อน ๆ ดู


ได้ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควและได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้...ถือว่าผมได้มาเมืองกาญจน์แล้ว!