๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ โดยเที่ยวบิน FD 650 ของ AirAsia ออกเวลา ๐๗.๔๕ น. สู่นครโฮจิมินห์หรือชื่อเก่าว่าไซง่อน... ผมพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นการเดินทางครั้งที่ ๓ สู่ประเทศเวียดนาม
ได้เวลาขึ้นเครื่อง... ผู้โดยสารต้องเตรียมหนังสือเดินทางและ boarding pass ไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนเดินออกทางประตู 6 (ขวาสุด) ไปขึ้น shuttle bus ที่จอดรออยู่ ผมต่อคิวอยู่ด้านหลัง เห็นฝรั่งยืนออกันเหมือนกลัวจะไม่ได้ขึ้นเครื่อง!...
พอถึงคิว ผมก็ยืนเอกสารให้เจ้าหน้าที่ AirAsia รู้สึกแปลกใจที่ครั้งนี้ถูกถามว่าจะกลับเมื่อไหร่ พอบอกว่ายังไม่รู้เพราะจะเข้าเขมรก่อน อ้าว! มีปัญหาซะแล้ว เค้าไม่ให้ผมผ่าน สาวชุดแดงบอกว่ามันเป็น policy ที่ว่า "บินไปก็ต้องบินกลับ" ถูกแยกให้ไปยืนรออยู่หลังเคาน์เตอร์...ผมได้ยินเธอโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง (เจ้านาย) แจ้งว่ามีคนไทยถือตั๋วเที่ยวเดียวไปโฮจิมินห์ซิตี้...จะให้ทำยังไง? ระหว่างรอ...ผมคิดในใจว่า "policy บ้าบออะไร! ถ้าไปเกาะสุมาตรา (อินโดนีเซีย) อย่างทริปที่แล้ว ผู้โดยสารก็ต้องบินไปบินกลับอยู่แล้ว แต่เนี่ยมันเป็นเวียดนาม จะไม่ให้เลือกที่จะเดินทางด้วยรถยนต์ออกไปยังลาวหรือเขมรเลยรึ?" ความประทับใจในบริการของ AirAsia ของผมเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว!
ถึงอย่างไร ท้ายที่สุด AirAsia ก็อนุมัติให้ผมไปขึ้นเครื่องได้ สาวกราวด์โฮสเตสเขียน code TAA5045 ลงใน boarding pass ของผมแล้วบอกว่าให้ไปพูดกับเจ้าหน้าที่ ตม. เอาเอง ถ้าถูกส่งตัวกลับก็ต้องจ่ายค่าเครื่องบินเอง..
ผมแบกเป้เดินไปขึ้น shuttle bus ด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจในหนทางข้างหน้า! ภาพวันที่เดินทางถึงสนามบิน Kuala Namu (อินโดนีเซีย) ตามเข้ามาสะกิดใจ วันนั้นเจ้าหน้าที่ ตม. ถามถึงตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ ผมมีอยู่แล้วจึงผ่านได้โดยง่าย แต่สาวยุโรปที่ชวนเข้าเมืองด้วยกันกลับถูกกักตัวไว้! ไม่รู้ว่าจะเป็นด้วยเรื่องวีซ่าหรือตั๋วเครื่องบินขากลับ??
ผมเข้าประจำที่นั่ง 15A ด้วยความวิตก!
มองออกไปเห็นท้องฟ้าหมองหม่น ความรู้สึกก็ยิ่งหม่นหมอง...
ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สมองไร้ปิติ ผมคิดไปต่าง ๆ นา ๆ กับปัญหาที่รออยู่เบื้องหน้า!!! ความแจ่มใสในใจถูกบดบัง คล้ายดั่งภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า...
จนได้เวลา landing ผมเห็นวิวเมืองไซง่อนชัดเจนอยู่เบื้องล่าง...
สลัดความกังวลทิ้งไป... ผมบอกตัวเองว่า "ปัญหามีไว้แก้...ไม่ให้เข้าก็กลับ เป็นไงเป็นกัน"
บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ air asia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ air asia แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
Travellin’ light ไปพม่า – Naing
ผมเป็นคนแรกที่ออกไปยินเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ด้านนอกอาคารสนามบิน หลังจากแลกเงินจากบูธแลกเงิน ๒๐ ดอลล่าร์ เห็น free shuttle bus ของ Air Asia จอดรออยู่แล้ว…
แต่ละที่นั่ง มีเสื้อยืดคอกลมสีแดงคลุมอยู่ ถ้า Air Asia อิอิ มีหลายตัว…น่าจะเอามาแจกผมสักตัวนะ สีแดงซะด้วย!
คนขับกับชายเสื้อแดงรออยู่ใกล้ ๆ…
ผมต้องรออยู่นานทีเดียวกว่าเค้าจะติดเครื่อง เปิดแอร์ให้ผู้โดยสารขึ้นนั่ง มีผู้โดยสารไม่เต็มคันรถ ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง นอกจากผมแล้ว…ก็มีหญิงชายไทยคู่หนึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวา รถรออยู่นานทีเดียว กว่าจะเคลื่อนตัวออกจากสนามบิน…. มุ่งสู่ตัวเมืองมัณฑะเลย์
ระยะทางไกลนะครับ ถ้าหากไม่รู้ว่ามี free shuttle bus แล้วต้องเหมาแท็กซี่เหมือนที่ย่างกุ้ง ผมคิดว่าค่าโดยสารคงไม่ต่ำกว่า $10 ต้องขอบคุณ Air Asia ที่จัดให้มีรถบริการรับส่งฟรีระหว่างสนามบินกับตัวเมือง
พอรถออกวิ่ง ชายหนุ่มเสื้อแดงหน้าตาดีก็เริ่มต้นขอดู boarding pass แล้วนำไปเช็คกับรายชื่อผู้โดยสารที่อยู่ในมือ…
หลังจากเสร็จภาระกิจ ชายหนุ่มที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีก็เริ่มต้นอธิบายร่ายยาวกับฝรั่งที่อยู่ด้านหน้า เสร็จแล้วก็ขยับมาเรื่อย ๆ จนถึงคนไทยสองคนด้านข้าง แล้วก็ถึงผม ทำให้ทราบว่าเค้าพยายามจะแนะนำบริการทัวร์ให้นักท่องเที่ยว พูดจาดีครับ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ถามด้วยว่าตั้งใจจะพักที่ไหน พอผมบอกว่า Royal Guest House ก็บอกว่ารู้จักดี อยู่ทางไปบ้านพอดี แล้วจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง ผมถามว่ามีนามบัตรมั้ย? เขาล้วงกระเป๋าตังค์ออกมา แล้วหยิบนามบัตรส่งให้…
ชื่ออ่านยากหน่อยนะ ผมเรียกเค้าว่า “เหนียง” ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า? เพื่อน ๆ ที่เดินทางไปมัณฑะเลย์ด้วยสายการบิน Air Asia แล้วใช้บริการ free shuttle bus ก็คงจะมีโอกาสได้เจอหนุ่มคนนี้…
์Naing เป็นคนมีน้ำใจ เขาพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่หน้า Royal Guest House แถมยังเสนอที่จะพาผมเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงบ่ายถึงค่ำในราคามิตรภาพด้วย แต่พอดีผมอยากจะไปไหนมาไหนด้วยตนเองมากกว่า จึงไม่ได้ใช้บริการนำเที่ยวของเขา
ผมตั้งใจว่าจะเดินไปสถานีรถไฟก่อนเป็นอันดับแรก…
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













