แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวนรุกขชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวนรุกขชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สวนป่าทุ่งเกวียน

ลืมเรื่องสวนกันดอว์จี (Kandawgyi Gardens) ที่ผมเขียนถึงใน "Travellin' light ไปพม่า" แล้วรึยังครับ?  จำได้ว่าครั้งหนึ่งผมเคยเอ่ยถึงสวนป่าทุ่งเกวียนด้วย...


บนทางหลวงหมายเลข 11 จากห้างฉัตร (1) ถ้าผ่านตลาดทุ่งเกวียน (2) ไปแล้ว หนทางก็จะเริ่มขึ้นเขา...



ขับรถต่อไปอีกสัก ๔-๕ กิโลเมตรจะเห็นป้าย "สวนป่าทุ่งเกวียน" และรูปปั้นกวางอยู่ทางด้านขวา (1) ต้องเลยไปก่อนเพื่อหายูเทิร์นย้อนกลับมา (รถวิ่งเร็ว ระวังด้วยนะ) แต่ถ้ามาจากเชียงใหม่ก็ลดความเร็วแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลย...





ไปอีกไม่ไกลนัก ก็จะเห็นที่ทำการสวนป่าทุ่งเกวียน (2)....


เว็บสถาบันคชบาลแห่งชาติ กล่าวว่า...
สวนป่าทุ่งเกวียนเป็นสวนป่าขนาดใหญ่และเป็นสวนป่าไม้สักยั่งยืน ด้วยเนื้อที่ 15,127 ไร่ เป็นสวนป่าที่มีพื้นที่ใกล้กับกับศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เป็นสวนป่าที่ก่อตั้งโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่เขตป่าสัมปทานเก่า มีการปลูกป่าครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2511 เป็นสวนป่าที่เปิดให้กับสาธารณชนใช้บริการเหมือนกับสวนรุกขชาติ ด้วยพื้นที่ที่กว้างเพรียบพร้อมด้วยพันธ์ไม้นานาพรรณมากกว่า 170 ชนิด และที่นี้ยังมีสวนสนและทุ่งดอกบัวตองที่ีสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน
พื้นที่สวนป่าอาจไม่เป็นที่สนใจสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  แต่จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากกว่า และบ่อยครั้งก็จะเป็นที่จัดงานต่าง ๆ  พื้นที่ในสวนป่ายังเหมาะสำหรับเป็นพักแรมเข้าค่ายของลูกเสือ และยังเป็นสนามแข่งขันจักรยานเสือภูเขา และบ่อยครั้งจะมีการจัดการแข่งขันระดับประเทศอีกด้วย

เราไปเดินดูกันนะครับ...





มีอนุสาวรีย์ ศ.ดร. อำนวย คอวนิช ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายเยื้องกับพิพิธภัณฑ์...



เว็บองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือบน ได้บรรยายไว้ว่า...
ศาสตราจารย์ ดร.อำนวย คอวนิช ได้เริ่มต้นทำงานกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2490 จนกระทั่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเมื่อปี พ.ศ. 2517 และเกษียณอายุในตำแหน่งผู้อำนวยการเมื่อปี พ.ศ. 2523 ตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติงานให้กับ อ.อ.ป. ท่านมีความผูกพันกับ อ.อ.ป. อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ หากมีการกล่าวถึงสถาบัน อ.อ.ป. ก็มักจะรำลึกถึงท่านในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของ อ.อ.ป. ควบคู่กันไปด้วย
คุณูปการที่ท่านได้สรรค์สร้างให้กับ อ.อ.ป. มีมากมายนานัปการ ล้วนแต่อำนวยประโยชน์ให้กับ อ.อ.ป. และสังคมโดยส่วนรวมแทบทั้งสิ้น งานชิ้นสำคัญที่ท่านได้ริเริ่มไว้เมื่อครั้งปฏิบัติงานอยู่กับ อ.อ.ป. และเป็นที่เชิดหน้าชูตาอย่างยิ่งได้แก่ การปลูกสร้างสวนป่าในระบบหมู่บ้านป่าไม้ และศูนย์ฝึกลูกช้างที่ปัจจุบันรู้จักกันในนามศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ขณะนี้ผลงานดังกล่าวได้ผลิดอกออกผล สร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมตอบแทนให้กับสังคม พร้อมทั้งสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์เป็นรายได้ให้กับ อ.อ.ป. อีกทางหนึ่งด้วย




ลานจอดรถกว้างขวาง...


แถมมีนกยูงเดินกรีดกรายให้ชมด้วย...



จากลานจอดรถ เดินไปตามถนน เพื่อน ๆ จะเห็นบึง (3) อยู่ทางด้านขวา


ถ้าจะหากวาง (5) ให้เจอ ก็ต้องใช้ความพยายามมากหน่อย!


สุดถนน ทางด้านขวา (4) เป็นสวนสัตว์เปิด...



สวนป่าทุ่งเกวียนต้องใช้เวลากว่า ๔๐ ปีในการฟื้นสภาพจากป่าสัมปทาน!


ในอดีตทำลายป่ากันย่อยยับ ต้องมาปลูกป่ากันใหม่...ได้แค่เนี้ยเอง!  มีแต่ไม้เล็ก ๆ

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

เว็บสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ  อธิบายลักษณะของ สวนพฤกษศาสตร์ (Botanical garden) ไว้ดังนี้...
สวนพฤกษศาสตร์เป็นแหล่งรวบรวมพรรณพืชที่มีชีวิต ซึ่งเป็นพืชประจำถิ่นหรือนำมาปลูกจากต่างถิ่น เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืช ภายในสวนพฤกษศาสตร์มีการปลูกพืชอย่างมีระบบเป็นหมวดหมู่ ทั้งด้านอนุกรมวิธานและการใช้ประโยชน์ มีการปลูกเพิ่มจำนวนชนิดพืชอยู่ตลอดเวลา พืชที่รวบรวมไว้นั้นมีทั้งพืชถิ่นเดียว พืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ เพื่อการจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้านพืชอย่างยั่งยืน สวนพฤกษศาสตร์ยังเปิดกว้างในการศึกษาหาความรู้แก่สาธารณชน เป็นดุจดังพิพิธภัณฑ์ให้แก่ผู้ที่มาเยือน ได้ทุกเพศทุกวันและทุกระดับความรู้ เพื่อจะเรียนรู้และชื่นชมต่อธรรมชาติสวนพฤกษศาสตร์มีความสำคัญในแง่ของการอนุรักษ์พันธุ์พืช เป็นสิ่งจำเป็นที่จะให้คนท้องถิ่นได้รู้จักสังคมพืชและพืชประจำถิ่น เพื่อให้ทราบถึงประโยชน์ของพืชประจำถิ่นที่จะพัฒนาท้องถิ่นได้ในอนาคต สวนพฤกษศาสตร์จึงจัดได้ว่าเป็นประตูสู่วิทยาศาสตร์ การศึกษาและการอนุรักษ์ในอาณาจักรพืช
ส่วนสวนรุกขชาติ (Arboretum) มีลักษณะดังนี้...
สวนรุกขชาติเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ท้องถิ่น รวมแม่ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ พืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ ในท้องถิ่นนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่หย่อมป่าสงวนดั้งเดิ่ม มีต้นไม้เดิมหรือบางทีเป็นพื้นที่สวนป่าเดิมที่ไม่มีการบำรุงต่อไปแล้ว จึงได้เปลี่ยนเป็นสวนรุกขชาติ มีการปลูกพรรณไม้เสริมพร้อมกับติดป้ายชื่อพรรณไม้ ให้ความรู้ชนิดพรรณไม้แก่ประชาชน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัยพรรณไม้ต่างๆ ที่รวบรวมไว้ เช่น การเจริญเติบโต การขยายพันธุ์การปลูกพรรณไม้ในสวนรุกขชาติส่วนใหญ่จะเป็นไม้ต้นปลูกปะปนกันไป โดยเน้นความสวยงามตามธรรมชาติ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของประชาชน
สวน National_Kandawgyi_Botanical_Gardens" ถูกเรียกว่าเป็นสวนพฤกษศาสตร์ (Botanical garden) แต่ผมอยากจะเรียกว่าสวนรุกขชาติมากกว่า คิดว่าสวนพฤกษศาสตร์จริง ๆ แล้วน่าจะมีลักษณะเหมือนกับ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งผมอยากจะเขียนถึง...

สมัยรัฐบาลนายชวนกู้มิยาซาว่า ๕ หมื่นล้านมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผมมีโอกาสเข้าอบรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงนั้นผมเล่นเปียโนอยู่ที่โรงแรมอมิตี้กรีนฮิลล์ (อยู่เยื้องกับวัดเจ็ดยอดเชียงใหม่) ผู้เข้าอบรมนอกจากได้เรียนฟรีกินฟรีแล้วยังไปเที่ยวฟรีอีกด้วย หนึ่งในสถานที่ ๆ อาจารย์พาไปทัศนะศึกษาคือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

สมัยนั้นยังไม่มีกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ผมใช้กล้องฟิล์มธรรมดา ๆ ราคาพันกว่าบาท บันทึกภาพไว้ได้ ๒๐ กว่าบาน  พอดีวันนี้เครื่องสแกนเนอร์ใช้งานได้แล้ว จึงอยากนำภาพที่ได้มาโพสต์ให้เพื่อน ๆ ดู ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากพินอูลวินไปที่เชียงใหม่สัก ๑ วันก็ยังดี!

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อยู่ในตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม บนทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ขับรถเข้าไปประมาณ ๑๒ กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าอยู่ทางด้านซ้ายมือ สมัยนั้นมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ด้านหน้า...ไม่แน่ใจตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า?


นี่คือรถที่พาพวกเราไปกันในวันนั้น...



เว็บ emagtravel.com บรรยายว่า..
ผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ สามารถขับรถเที่ยวชมรอบๆได้  โดยเฉพาะพรรณไม้หายากและมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยเรือนกระจก 3 แบบ มีทั้งหมด 12 โรงเรือน ได้แก่...
1. เรือนแสดงไม้ป่าดิบชื้น จัดแสดงสภาพป่าและพันธุ์ไม้ป่าดงดิบ สร้างบรรยากาศภายในเสมือนอยู่ในป่าจริงๆ
2. เรือนไม้น้ำ จัดแสดงไม้น้ำและพืชชุ่มน้ำชนิดต่าง ๆ โดยเน้นพันธุ์บัวของไทย เป็นหลักและเสริมด้วยพรรณไม้น้ำ ไม้ชุ่มน้ำต่างๆและพืชกินแมลง
3. เรือนกล้วยไม้และเฟิร์น จัดแสดงกล้วยไม้และเฟิร์นชนิดต่างๆ
4. เรือนพืชทนแล้ง เป็นพืชสกุลกระบองเพชรชนิดต่างๆ พืชสกุลศรนารายณ์ กุหลาบหิน เสมา และไม้แล้งทรงสูง
5. เรือนรวมพรรณบัว โดยรวมพรรณบัวโดยเฉพาะของไทยและของเอเชีย
6. เรือนแสดงพันธุ์สัปปะรดสี เป็นพันธุ์สัปปะรดสีที่มีการนิยมปลูกกันในประเทศไทย
7. เรือนแสดงบอนสีและหน้าวัว จัดแสดงบอนสี บอนป่า หน้าวัว ไม้ด่าง ไม้แคระ และพืชขนาดเล็กที่สวยงาม
8. เรือนแสดงส้มกุ้ง จัดแสดงพืชสกุลส้มกุ้งที่รวบรวมจากในประเทศและต่างประเทศ
9. เรือนแสดงไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ด่าง จัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ลูกผสมและไม้ต่างประเทศที่พบทั่วไปในท้องตลาด
10. เรือนแสดงไม้ไทยหายาก จัดแสดงไม้ไทยและไม้ไทยหายากชนิดต่างๆ มีป้ายชื่อบอกรายละเอียดโดยย่ออย่างชัดเจน
11 – 12 เรือนแสดงพืชสมุนไพร จัดแสดงพืชสมุนไพรของภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมป้ายบอกชื่อสรรพคุณต่างๆ โดยย่อ
เพื่อน ๆ ดูรูปกันเองก็แล้วกัน...






















ตั้งแต่ไปครั้งนั้นแล้วก็ยังไม่เคยกลับไปเยือนอีกเลย ถ้ามีโอกาสผมจะกลับไปเก็บภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูอีกนะ (ยิ่งตอนนี้ 60 up ไม่ต้องเสียค่าผ่านประตูแล้วด้วย ซำบายเลย 555)  

(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล)