แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดทาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดทาด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ความทรงจำที่วัดทาด

วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐  อีก ๒ วันก็จะได้กลับเมืองไทย!  ผมคงต้องตัดใจจากจำปาสัก!  ก่อนอื่นขอปั่นจักรยานเก็บเกี่ยวความสุขในเมืองที่สงบสุขและน่าอยู่อีกสักครั้ง!



กลับมาวัดทาดอีกครั้ง เช้านี้ผมได้พบปะและเสวนากับผู้คน มีฝรั่งนักท่องเที่ยวคนหนึ่งขี่จักรยานเข้ามาคุยด้วย...


คุณยาย ๒ คนกำลังช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่ข้างโบสถ์...


คนหนึ่งทีแรกก็เงียบ ๆ ไม่พูดอะไร พอผมกล่าวทักทาย "สะบายดี" แม่ใหญ่ก็เริ่มคุยจ้อ เธอพูดลาวเร็วเหมือนรถไฟเล่นเอาตาแก่เมืองรถม้าต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ...


เด็ก ๆ ก็ปั่นจักรยานเข้ามาเที่ยวในวัด...


สามเณรฉันเช้าแล้วออกมาช่วยกันทำงาน คนนึงเอาธนบัตรไทยใบละ ๒๐ บาทมาถามว่าเป็นเงินลาวเท่าไหร่?  ผมตอบว่า "๕ พัน"  เห็นจั่วกำเงินหายไปพักใหญ่ก็กลับมาพร้อมกับน้ำส้ม ๔ แก้ว อืมม...ราคาเท่าเมืองไทยเลย แก้วละ ๕ บาท!


ผมต้องยอมรับว่าประทับในความเป็นมิตรของคนลาวครับ คิดว่าคล้ายกับเชียงใหม่เมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว เสียดายจังที่แก่เกินไปซะแล้ว ไม่งั้นจะอพยพมาอยู่กับลิงน้อยที่จำปาสักซะเลย!


ตอนนี้ทำได้ก็แค่นำภาพเก็บตกวัดทาดมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้...








ทดลองใช้ห้องน้ำหน่อย เป็นวัดแรกในลาวใต้ครับ...



ลาก่อน “วัดธาตุฝุ่นสันติธรรมวราราม” 

วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สิมวัดทาด จำปาสัก


ภาษาลาว "ອ້າຍຈົວ" (อ้ายจั่ว) หมายถึง "สามเณร"  ผมโชคดีที่วัดทาด มีจั่วช่วยเปิดประตูด้านหลังให้เข้าไปชมภายในสิม (อุโบสถ)...









ออกมาเดินเก็บภาพด้านนอก...







ทำตามหน้าที่ ผมตามหาใบสีมา หุหุ นอนเอ้เต้อยู่ตรงนี้เอง!


ส่วนที่อยู่หน้าอุโบสถยังคงตั้งตรงอยู่...


อยู่จำปาสัก ๑๐ วัน ผมมาวัดทาด ๒ ครั้ง!

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วัดทาด จำปาสัก


จากวัดโพนแพง (1) ผมปั่นจักรยาน ๑ กิโลเมตร ถึงวัดทาด (2) หรือสะกดชื่อเต็มเป็นภาษาไทยว่า "วัดธาตุฝุ่นสันติธรรมวราราม"


ต้องเป็นวัดใหญ่และมีความสำคัญมาก แต่ขณะที่ไปผมก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร


ก็ได้มาศึกษาค้นคว้าทีหลังเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ "พระครูโพนสะเม็ก หรือ หลวงพ่อขี้หอม” ถึงทราบว่าวัดนี้เป็นที่เก็บอัฐิธาตุส่วนหนึ่งของท่าน


บทความ "พระครูโพนสะเม็ก หรือหลวงพ่อขี้หอม" (จันท์ อินทุพิลาล เขียน - ชาย โพธิสิตา แปลจากต้นฉบับภาษาลาว) บรรยายว่า...
ลุถึง พ.ศ ๒๒๖๓ (จ.ศ. ๑๐๘๒) ปีชวด พระครูยอดแก้วโพนสะเม็กก็อาพาธลงด้วยโรคชรา และถึงแก่มรณภาพในวันพุธ ขึ้นห้าค่ำ เดือนเจ็ด อายุได้ ๙๐ ปี  พระเจ้าสร้อยศรีสมุทรฯ พร้อมกับเสนาอำมาตย์ข้าราชการ และประชาราษฎร์ ก็แต่งตั้งการทำบุญให้ทาน มีการละเล่นสนุกสนานสมโพชศพอยู่หนึ่งเดือน จึงพากันถวายเพลิงศพของท่านเสร็จสิ้นแล้ว จึงให้สร้างอารามขึ้นในที่เผาศพนั้น และก่อเจดีย์ใหญ่องค์หนึ่งบรรจุอังคารของท่านไว้ในอารามนั้น เรียกวัดนั้นว่า "วัดธาตุ" มาจนทุกวันนี้

พ.ศ. ๒๕๑๓ พระเทพรัตนโมลี (แก้ว) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ได้จัดการหล่อรูปของพระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก หรือหลวงพ่อขี้หอมไว้ที่วัดพระธาตุพนม นัยว่าหล่อตามนิมิตของผู้นั่งสมาธิที่มีกำลังจิตบอกลักษณะรูปร่างท่านให้

ภาพจากอินเทอร์เน็ต
จากมติชนออนไลน์ "สุจิตต์ วงษ์เทศ" ได้เผยแพร่บทความเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๙  พร้อมภาพประกอบดังนี้


(ซ้าย) รูปหล่อพระครูโพนสะเม็ก (ขวา) บริเวณวัดที่จำปาสัก ที่เชื่อกันว่าบรรจุอัฐิของ “หลวงพ่อขี้หอม” เพื่อน ๆ ดูภาพขาวดำสมัยก่อนแล้วมาดูภาพที่ผมบันทึกมาฝากนะครับ...





ตาแก่เมืองรถม้ารู้สึกดีใจจริง ๆ ที่ได้มาถึงที่นี่!

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Abandoned School ?


จากวัดทาด (1) ปั่นจักรยานมาได้ครึ่งกิโลเมตรโดยประมาณ ผมก็เห็นป้าย "บ้านพัฒนาวัดทาด" และรั้วลวดหนามอยู่ทางด้านซ้ายมือ...


ดูเหมือนว่าเป็นโรงเรียน ผมหยุดถ่ายภาพประตูทางเข้า (1) ก่อนที่จะปั่นจักรยานเข้าไป...


ผมลองอ่านป้ายตามประสาผู้ไม่สันทัดภาษาลาว แล้วคิดเป็นภาษาไทยน่าจะใจความว่า "โรงเรียนประถมสมบูรณ์สีเกิด" อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ ???


ทางด้านขวาเป็นภาษาฝรั่งเศสเขียนว่า groupe scolaire de sikeuth


ด้านหลังอาคารเรียนชั้นเดียวหลังยาว (2) มีเสาธงตั้งอยู่กลางสนามหญ้า...



ต้นไม้ใหญ่ (5) ขยายกิ่งก้านปกคลุมแผ่กว้าง...




ทางด้านใต้มีอาคารหลังคาสังกะสี (4) มองดูคล้ายกับบ้านร้าง....


แต่ทำไมที่นี่ถึงมิได้มีผู้คน นอกจากพระพุทธรูปประดิษฐานโดดเดี่ยวอยู่ริมฝั่งโขง (3)...








มีนักเรียนเดินมาตามถนน แสดงว่าวันนี้โรงเรียนเปิด...


แต่ในนี้ไม่มีเงาของเด็กนักเรียนแม้แต่คนเดียว...


คิดว่าโรงเรียนแห่งนี้อาจเลิกกิจการไปแล้วก็เป็นได้! ผมกดชัตเตอร์ถ่ายภาพร่างที่นอนอยู่ใต้เงาไม้ไว้ ๑ บาน... ก่อนที่จะปั่นจักรยานออกไป


ถ้าอยากรู้ความจริงคงต้องให้อาจารย์หมูไปหาคำตอบ... หรือไม่ก็ถามคุณ Ma Lisa สาววัดพู